ข้ามไปยังเนื้อหา

ข้ามไปยังสารบัญ

ผมได้พบสิ่งดี ๆ มากมาย

ผมได้พบสิ่งดี ๆ มากมาย

ผม​ได้​พบ​สิ่ง​ดี ๆ มาก​มาย

เล่า​โดย อาเทอร์ บอนโน

ตอน​นั้น​เป็น​ปี 1951. ผม​กับ​อีดิท ภรรยา​ของ​ผม อยู่​ที่​การ​ประชุม​ภาค​เมื่อ​เรา​ได้​ยิน​คำ​ประกาศ​ว่า​จะ​มี​การ​ประชุม​สำหรับ​คน​ที่​สนใจ​งาน​มิชชันนารี.

“ไป​ฟัง​กัน​เถอะ!” ผม​พูด​อย่าง​ตื่นเต้น.

“อาร์ต เรา​เป็น​มิชชันนารี​ไม่​ได้​หรอก!” อีดิท​ตอบ.

“เอา​เถอะ​น่า อีดิท แค่​ไป​ฟัง​เฉย ๆ.”

เมื่อ​จบ​การ​ประชุม​นั้น เรา​ก็​ได้​รับ​ใบ​สมัคร​สำหรับ​โรง​เรียน​กิเลียด.

“กรอก​ใบ​สมัคร​กัน​เถอะ” ผม​ชวน​อีดิท.

“แต่​ครอบครัว​เรา​ล่ะ อาร์ต?”

หลัง​จาก​การ​ประชุม​ภาค​ครั้ง​นั้น​ประมาณ​ปี​ครึ่ง เรา​ก็​เข้า​เรียน​ใน​โรง​เรียน​กิเลียด​และ​ได้​รับ​มอบหมาย​ให้​รับใช้​ที่​ประเทศ​เอกวาดอร์ ทวีป​อเมริกา​ใต้.

ดัง​ที่​คุณ​อาจ​สังเกต​จาก​บท​สนทนา​ที่​ผม​พูด​กับ​ภรรยา​ใน​การ​ประชุม​ภาค​ครั้ง​นั้น ผม​มี​บุคลิก​ที่​ค่อนข้าง​จะ​แข็ง​กร้าว​และ​มี​ทัศนคติ​ว่า​หาก​คน​เรา​ตั้งใจ​จะ​ทำ​อะไร​แล้ว​ย่อม​ทำ​ได้. แต่​อีดิท​เป็น​คน​อ่อนโยน​และ​เจียม​ตัว. ตอน​ที่​เติบโต​ขึ้น​มา​ใน​เอลิซาเบท​ซึ่ง​เป็น​เมือง​เล็ก ๆ ใน​รัฐ​เพนซิลเวเนีย ประเทศ​สหรัฐ​อเมริกา เธอ​ไม่​เคย​จาก​บ้าน​ไป​ผจญ​ภัย​ที่​ไหน​ไกล ๆ หรือ​พบ​กับ​คน​ต่าง​ชาติ​เลย. เป็น​เรื่อง​ยาก​มาก​ที่​เธอ​จะ​จาก​ครอบครัว​ไป. ถึง​จะ​เป็น​อย่าง​นั้น เธอ​เต็ม​ใจ​รับ​งาน​มอบหมาย​ไป​รับใช้​ใน​ต่าง​ประเทศ. ใน​ปี 1954 เรา​มา​ถึง​เอกวาดอร์ และ​รับใช้​เป็น​มิชชันนารี​ใน​ประเทศ​นี้​เรื่อย​มา​นับ​ตั้ง​แต่​นั้น. ตลอด​หลาย​ปี​ที่​เรา​อยู่​ที่​นี่ เรา​ได้​พบ​สิ่ง​ดี ๆ มาก​มาย. คุณ​อยาก​ให้​ผม​เล่า​บาง​เรื่อง​ให้​ฟัง​ไหม?

ความ​ทรง​จำ​อัน​สดใส

เขต​มอบหมาย​แรก​ของ​เรา​คือ​กีโต ซึ่ง​เป็น​เมือง​หลวง​ที่​อยู่​สูง​ถึง 2,850 เมตร​บน​เทือก​เขา​แอนดีส. เรา​ต้อง​เดิน​ทาง​ถึง​สอง​วัน​โดย​นั่ง​รถไฟ​และ​รถ​บรรทุก​จาก​ไกวอากีล​เมือง​ชาย​ทะเล ซึ่ง​ปัจจุบัน​สามารถ​เดิน​ทาง​ไป​ถึง​ได้​ใน 30 นาที​โดย​ทาง​เครื่องบิน! เรา​รับใช้​ที่​เมือง​กีโต​อยู่​สี่​ปี ซึ่ง​เป็น​สี่​ปี​ที่​น่า​จด​จำ. จาก​นั้น ใน​ปี 1958 ก็​มี​สิ่ง​ดี​อีก​อย่าง​หนึ่ง​เกิด​ขึ้น นั่น​คือ​เรา​ได้​รับ​เชิญ​ให้​รับใช้​ใน​งาน​หมวด.

ใน​เวลา​นั้น ทั้ง​ประเทศ​มี​หมวด​เล็ก ๆ แค่​สอง​หมวด. ดัง​นั้น นอก​จาก​จะ​เยี่ยม​ประชาคม​ต่าง ๆ แล้ว เรา​ใช้​เวลา​หลาย​สัปดาห์​ใน​แต่​ละ​ปี​ประกาศ​ใน​เมือง​เล็ก ๆ ของ​ชาว​อินเดียน​แดง​ซึ่ง​ไม่​มี​พยาน​ฯ เลย. ที่​พัก​ใน​หมู่​บ้าน​ของ​ชาว​อินเดียน​แดง​เหล่า​นี้​มัก​เป็น​แค่​ห้อง​เล็ก ๆ ที่​ไม่​มี​หน้าต่าง มี​เพียง​แค่​เตียง และ​นอก​จาก​นั้น​แล้ว​ก็​ไม่​มี​อะไร​อีก​เลย. เรา​ขน​หีบ​ไม้​ใบ​หนึ่ง​ไป​ด้วย ซึ่ง​ใน​นั้น​มี​ตะเกียง​น้ำมัน​ก๊าด, กระทะ, จาน, กะละมัง, ผ้า​ปู​ที่​นอน, มุ้ง, เสื้อ​ผ้า, หนังสือ​พิมพ์​เก่า, และ​ของ​อื่น ๆ บาง​อย่าง. เรา​ใช้​หนังสือ​พิมพ์​อุด​รู​ต่าง ๆ ตาม​ฝา​ผนัง​เพื่อ​พวก​หนู​จะ​เข้า​มา​ใน​ห้อง​ได้​ยาก​ขึ้น​อีก​หน่อย.

แม้​ว่า​ห้อง​เหล่า​นั้น​จะ​มืด​ทึบ​และ​สกปรก แต่​เรา​มี​ความ​ทรง​จำ​อัน​สดใส​ที่​ได้​สนทนา​กัน​ใน​ความ​มืด​ขณะ​นั่ง​อยู่​บน​เตียง กิน​อาหาร​ง่าย ๆ ที่​เรา​ปรุง​โดย​ใช้​ตะเกียง​น้ำมัน​ก๊าด. เนื่อง​จาก​นิสัย​หุนหัน​มัก​ทำ​ให้​ผม​พูด​โดย​ไม่​ทัน​ยั้ง​คิด บาง​ครั้ง​ภรรยา​ผม​ก็​จะ​ใช้​โอกาส​สงบ ๆ แบบ​นี้​คุย​กับ​ผม​เกี่ยว​กับ​วิธี​พูด​อย่าง​ผ่อน​หนัก​ผ่อน​เบา​ที่​ผม​จะ​เอา​ไป​ใช้​ได้​กับ​พี่​น้อง​ใน​ประชาคม​ต่าง ๆ ที่​เรา​ไป​เยี่ยม. ผม​ฟัง​เธอ และ​การ​เยี่ยม​ของ​ผม​ก็​หนุน​กำลังใจ​พี่​น้อง​มาก​ขึ้น. นอก​จาก​นั้น เมื่อ​ผม​ไม่​ระวัง​และ​พูด​ถึง​คน​อื่น​ใน​ทาง​ที่​ไม่​ดี เธอ​ก็​จะ​ไม่​คุย​ด้วย​ใน​เรื่อง​นั้น. โดย​วิธี​นี้ ผม​เรียน​รู้​ที่​จะ​มี​ทัศนะ​ที่​ดี​ต่อ​พี่​น้อง​เสมอ. แต่​ส่วน​ใหญ่​แล้ว การ​สนทนา​ของ​เรา​ตอน​ค่ำ​คืน​มัก​เกี่ยว​ข้อง​กับ​จุด​ต่าง ๆ ที่​เรา​ได้​เรียน​จาก​บทความ​ใน​หอสังเกตการณ์ และ​ประสบการณ์​ใน​การ​รับใช้​ของ​เรา​ใน​วัน​นั้น. และ​เรา​ก็​มี​ประสบการณ์​หลาย​อย่าง​ที่​น่า​ตื่นเต้น​จริง ๆ!

วิธี​ที่​เรา​พบ​คาร์ลอส

ใน​เมือง​ฮีปีฮาปา ซึ่ง​อยู่​ทาง​ตะวัน​ตก​ของ​เอกวาดอร์ เรา​ได้​ชื่อ​ของ​ผู้​สนใจ​คน​หนึ่ง—ชื่อ​คาร์ลอส เมเฮีย แต่​ไม่​ได้​บอก​ที่​อยู่. เมื่อ​ออก​จาก​ห้อง​เช่า​เช้า​วัน​นั้น เรา​ไม่​รู้​ว่า​จะ​เริ่ม​หา​เขา​ได้​ที่​ไหน เรา​จึง​เริ่ม​ออก​เดิน​ไป​โดย​ไร้​จุด​หมาย. เรา​ต้อง​เดิน​ไป​ตาม​ถนน​ดิน​อย่าง​ระมัดระวัง​เพื่อ​จะ​ไม่​ตก​หลุม​ตก​บ่อ​ที่​มี​แต่​โคลน​เลน​เนื่อง​จาก​ฝน​ตก​หนัก​เมื่อ​คืน​ก่อน​หน้า​นั้น. ผม​กำลัง​เดิน​นำ​หน้า​ภรรยา แต่​ทันใด​นั้น​ผม​ก็​ได้​ยิน​เสียง​ร้อง​ดัง​ลั่น​มา​จาก​ข้าง​หลัง​ว่า “อาร์ต!” เมื่อ​ผม​หัน​ไป​ดู​ก็​เห็น​อีดิท​ยืน​จม​โคลน​สี​ดำ​สูง​ถึง​หัวเข่า. ภาพ​ที่​เห็น​นั้น​ตลก​มาก​จน​ผม​คง​หัวเราะ​ไป​แล้ว​ถ้า​ไม่​เห็น​ใบ​หน้า​ที่​นอง​น้ำตา​ของ​เธอ​เสีย​ก่อน.

ผม​ดึง​เธอ​ขึ้น​มา​จาก​ปลัก​นั้น​ได้ แต่​รอง​เท้า​เธอ​ยัง​ติด​อยู่​ใน​โคลน. มี​เด็ก​ผู้​ชาย​คน​หนึ่ง​และ​เด็ก​ผู้​หญิง​อีก​คน​หนึ่ง​ยืน​ดู​อยู่ ผม​เลย​บอก​เด็ก​สอง​คน​นี้​ว่า “อา​จะ​ให้​เงิน​หนู​ถ้า​หนู​ช่วย​เอา​รอง​เท้า​ขึ้น​จาก​โคลน​มา​ให้​อา.” ใน​พริบ​ตา​เดียว รอง​เท้า​คู่​นั้น​ก็​ขึ้น​มา​จาก​โคลน แต่​อีดิท​ต้อง​หา​ที่​ล้าง​รอง​เท้า​ให้​สะอาด. แม่​ของ​เด็ก​สอง​คน​นี้​เห็น​เหตุ​การณ์​ที่​เกิด​ขึ้น เธอ​จึง​ชวน​เรา​ไป​ที่​บ้าน และ​เธอ​ช่วย​ล้าง​ขา​ให้​ภรรยา​ผม​ใน​ขณะ​ที่​เด็ก ๆ ช่วย​ทำ​ความ​สะอาด​รอง​เท้า​ที่​สกปรก. ก่อน​ที่​เรา​จะ​จาก​ไป ก็​มี​สิ่ง​ดี​อีก​อย่าง​หนึ่ง​เกิด​ขึ้น. ผม​ถาม​ผู้​หญิง​คน​นี้​ว่า​เธอ​รู้​ไหม​ว่า​เรา​จะ​หา​ผู้​ชาย​ที่​ชื่อ​คาร์ลอส เมเฮีย​ได้​ที่​ไหน. เธอ​ทำ​หน้า​แปลก​ใจ แล้ว​ก็​พูด​ว่า “เขา​เป็น​สามี​ฉัน​เอง.” ต่อ​มา เรา​ก็​เริ่ม​ศึกษา​พระ​คัมภีร์​กัน และ​ใน​ที่​สุด​ทุก​คน​ใน​ครอบครัว​นี้​ก็​รับ​บัพติสมา. หลาย​ปี​ต่อ​มา คาร์ลอส, ภรรยา, และ​ลูก​อีก​สอง​คน​ได้​รับใช้​เป็น​ไพโอเนียร์​พิเศษ.

การ​เดิน​ทาง​ลำบาก แต่​การ​ต้อนรับ​อบอุ่น

การ​เดิน​ทาง​ใน​งาน​หมวด​มี​ข้อ​ท้าทาย​หลาย​อย่าง. เรา​ใช้​รถ​ประจำ​ทาง, รถไฟ, รถ​บรรทุก, เรือ​แคนู​ขุด, และ​เครื่องบิน​เล็ก. มี​อยู่​ครั้ง​หนึ่ง​ที่​จอห์น แมกเลนาชัน ซึ่ง​รับใช้​เป็น​ผู้​ดู​แล​ภาค กับ​โดโรที​ภรรยา​ของ​เขา เดิน​ทาง​ไป​กับ​เรา​ใน​งาน​ประกาศ​ที่​หมู่​บ้าน​ชาว​ประมง​หลาย​หมู่​บ้าน​ใกล้ ๆ ชายแดน​โคลัมเบีย. เรา​เดิน​ทาง​ด้วย​เรือ​แคนู​ขุด​ติด​เครื่อง​ยนต์. ฉลาม​หลาย​ตัว​ซึ่ง​ใหญ่​พอ ๆ กับ​เรือ​แคนู​ที่​เรา​นั่ง​ว่าย​เคียง​ไป​กับ​เรือ​ของ​เรา! แม้​แต่​คน​ที่​นำ​ทาง​เรา​ซึ่ง​มี​ประสบการณ์​โชกโชน​ก็​ยัง​ตกใจ​เมื่อ​เห็น​ขนาด​ของ​ฉลาม​เหล่า​นี้ และ​รีบ​บังคับ​เรือ​แคนู​เข้า​ไป​ใกล้ ๆ ฝั่ง.

แต่​ความ​ลำบาก​ที่​เรา​เผชิญ​ใน​งาน​หมวด​นั้น​คุ้ม​ยิ่ง​กว่า​คุ้ม. เรา​ได้​รู้​จัก​กับ​พี่​น้อง​ที่​น่า​รัก​มาก​ซึ่ง​มี​น้ำใจ​ต้อนรับ​แขก. หลาย​ครั้ง ครอบครัว​ที่​ให้​ที่​พัก​แก่​เรา​คะยั้นคะยอ​ให้​เรา​กิน​อาหาร​วัน​ละ​สาม​มื้อ ส่วน​พวก​เขา​กิน​แค่​มื้อ​เดียว. หรือ​พวก​เขา​ให้​เรา​นอน​บน​เตียง​ซึ่ง​มี​อยู่​แค่​เตียง​เดียว​ใน​บ้าน ส่วน​พวก​เขา​นอน​บน​พื้น. ภรรยา​ผม​พูด​อยู่​บ่อย ๆ ว่า “พี่​น้อง​ที่​รัก​เหล่า​นี้​ช่วย​ให้​ดิฉัน​เห็น​ว่า​จริง ๆ แล้ว​มี​เพียง​ไม่​กี่​สิ่ง​เท่า​นั้น​ที่​เรา​จำเป็น​ต้อง​มี​เพื่อ​จะ​อยู่​ได้.”

“เรา​ไม่​อยาก​จะ​ขอ​ตัว”

ใน​ปี 1960 มี​สิ่ง​ดี​อีก​อย่าง​หนึ่ง​เกิด​ขึ้น​กับ​เรา—เรา​ได้​รับ​เชิญ​ให้​รับใช้​ที่​สำนักงาน​สาขา​ใน​เมือง​ไกวอากีล. ผม​ทำ​งาน​ใน​แผนก​บริหาร อีดิท​รับใช้​ใน​เขต​ประกาศ​ร่วม​กับ​ประชาคม​หนึ่ง​ใกล้ ๆ สำนักงาน​สาขา. ผม​ไม่​เคย​คิด​เลย​ว่า​จะ​ต้อง​มา​นั่ง​ทำ​งาน​ใน​ออฟฟิซ​และ​รู้สึก​ว่า​ตัว​เอง​ไม่​เหมาะ​กับ​งาน​นี้​เท่า​ไร​นัก แต่​ดัง​ที่​ฮีบรู 13:21 บอก​ไว้ พระเจ้า​ทรง​โปรด​ให้​เรา “มี​สิ่ง​ดี​ทุก​อย่าง​ไว้​พร้อม​เพื่อ​จะ​ทำ​ตาม​พระ​ประสงค์​ของ​พระองค์.” สอง​ปี​ต่อ​มา ผม​ได้​รับ​เชิญ​ให้​เข้า​ร่วม​การ​ฝึก​อบรม​สิบ​เดือน​ซึ่ง​จัด​ขึ้น​ที่​เบเธล​บรุกลิน ใน​นิวยอร์ก. ใน​ตอน​นั้น สมาคม​ขอ​ให้​ภรรยา​ของ​ผู้​ที่​ได้​รับ​เชิญ​อยู่​รับใช้​ใน​เขต​มอบหมาย​ต่อ​ไป. มี​จดหมาย​จาก​บรุกลิน​มา​ถึง​ภรรยา​ผม. เนื้อ​ความ​ใน​จดหมาย​นั้น​ขอ​ให้​เธอ​ใคร่ครวญ​อย่าง​รอบคอบ​ว่า​เธอ​พร้อม​จะ​อยู่​คน​เดียว​เป็น​เวลา​สิบ​เดือน​หรือ​ไม่.

อีดิท​ตอบ​ไป​ว่า “ดิฉัน​แน่​ใจ​ว่า​นี่​ไม่​ใช่​สิ่ง​ที่​ทำ​ได้​ง่าย​ที่​สุด​ใน​โลก แต่​เรา​รู้​ว่า​พระ​ยะโฮวา​จะ​ช่วย​เรา​อย่าง​แน่นอน​ให้​ผ่าน​พ้น​ความ​ลำบาก​ใด ๆ ก็​ตาม​ที่​อาจ​เกิด​ขึ้น. . . . เรา​ไม่​อยาก​จะ​ขอ​ตัว​จาก​สิทธิ​พิเศษ​ใด ๆ ก็​ตาม​ที่​เรา​มี​โอกาส​ได้​รับ​หรือ​จาก​โอกาส​ใด ๆ ก็​ตาม​ที่​จะ​ทำ​ให้​เรา​มี​คุณสมบัติ​ที่​ดี​ยิ่ง​ขึ้น​ใน​การ​ทำ​หน้า​ที่​รับผิดชอบ.” ใน​ช่วง​ที่​ผม​อยู่​ที่​บรุกลิน ผม​ได้​รับ​จดหมาย​จาก​ภรรยา​ทุก​สัปดาห์.

รับใช้​ด้วย​กัน​กับ​เพื่อน​ร่วม​ความ​เชื่อ​ที่​ซื่อ​สัตย์

ใน​ปี 1966 เพราะ​ปัญหา​สุขภาพ ผม​กับ​อีดิท​กลับ​ไป​ที่​กีโต และ​เรา​ทำ​งาน​ใน​ฐานะ​มิชชันนารี​อีก​ครั้ง​หนึ่ง​ด้วย​กัน​กับ​พี่​น้อง​ใน​ท้องถิ่น. พวก​เขา​รักษา​ความ​ซื่อ​สัตย์​จงรักภักดี​ไว้​อย่าง​ดี​เยี่ยม!

พี่​น้อง​หญิง​ที่​ซื่อ​สัตย์​คน​หนึ่ง​มี​สามี​ที่​ไม่​มี​ความ​เชื่อ และ​เขา​ทุบ​ตี​เธอ​บ่อย ๆ. วัน​หนึ่ง ตอน​หก​โมง​เช้า มี​คน​มา​บอก​เรา​ว่า​เธอ​ถูก​ตี​อีก​แล้ว. ผม​รีบ​รุด​ไป​ที่​บ้าน​ของ​พี่​น้อง​หญิง​คน​นี้. เมื่อ​เห็น​เธอ ผม​แทบ​ไม่​เชื่อ​สายตา​ตัว​เอง. เธอ​นอน​อยู่​บน​เตียง เนื้อ​ตัว​บวม​ปูด​และ​มี​รอย​ฟก​ช้ำ​เต็ม​ไป​หมด. สามี​ตี​เธอ​ด้วย​ด้าม​ไม้​กวาด​จน​ไม้​กวาด​หัก​เป็น​สอง​ท่อน. ต่อ​มา​ใน​วัน​นั้น​เอง เมื่อ​ผม​เห็น​เขา​กลับ​มา​บ้าน​ผม​จึง​บอก​เขา​ว่า​เขา​เป็น​คน​ขี้ขลาด​ตา​ขาว​ที่​ทำ​กับ​ผู้​หญิง​ที่​อ่อนแอ​กว่า​อย่าง​นั้น. เขา​ขอ​โทษ​ขอ​โพย​ยก​ใหญ่.

ใน​ช่วง​ต้น​ทศวรรษ 1970 สุขภาพ​ของ​ผม​ดี​ขึ้น​และ​เรา​กลับ​ไป​ทำ​งาน​หมวด​อีก​ครั้ง​หนึ่ง. เมือง​อีบาร์รา​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ของ​หมวด​ที่​เรา​เยี่ยม. เมื่อ​เรา​เยี่ยม​เมือง​นี้​ปลาย​ทศวรรษ 1950 ที่​นั่น​มี​พยาน​ฯ แค่​สอง​คน เป็น​มิชชันนารี​คน​หนึ่ง​และ​พี่​น้อง​ท้องถิ่น​อีก​คน​หนึ่ง. ดัง​นั้น เรา​อยาก​พบ​กับ​คน​ใหม่ ๆ หลาย​คน​ที่​ได้​เข้า​มา​สมทบ​กับ​ประชาคม​นี้.

เมื่อ​เรา​เข้า​ร่วม​การ​ประชุม​ที่​นั่น​ครั้ง​แรก บราเดอร์​โรดริโก วากา​ยืน​บน​เวที​และ​นำ​ส่วน​ที่​ผู้​ฟัง​มี​ส่วน​ร่วม. เมื่อ​ไร​ก็​ตาม​ที่​เขา​ถาม ผู้​เข้า​ร่วม​การ​ประชุม​ก็​จะ​ร้อง​ออก​มา​ว่า “โย โย!” (“ฉัน ฉัน!”) แทน​ที่​จะ​ยก​มือ. ผม​กับ​อีดิท​มอง​หน้า​กัน​ด้วย​ความ​แปลก​ใจ. ผม​สงสัย​ว่า ‘เกิด​อะไร​ขึ้น​นี่?’ ต่อ​มา ผม​จึง​ได้​รู้​ว่า​บราเดอร์​วากา​ตา​บอด แต่​เขา​จำ​เสียง​ของ​ทุก​คน​ใน​ประชาคม​ได้. เขา​เป็น​ผู้​บำรุง​เลี้ยง​ที่​รู้​จัก​แกะ​ของ​ตน​จริง ๆ! เรื่อง​นี้​ทำ​ให้​นึก​ถึง​คำ​ตรัส​ของ​พระ​เยซู​ที่​โยฮัน 10:3, 4, 14 เกี่ยว​กับ​ผู้​เลี้ยง​ที่​ดี​และ​แกะ​ซึ่ง​รู้​จัก​กัน​และ​กัน​เป็น​อย่าง​ดี. ปัจจุบัน อี​บาร์รา​มี​หก​ประชาคม​ที่​ใช้​ภาษา​สเปน, หนึ่ง​ประชาคม​ที่​ใช้​ภาษา​กีชัว, และ​หนึ่ง​ประชาคม​ที่​ใช้​ภาษา​มือ. บราเดอร์​วากา​ยัง​คง​รับใช้​อย่าง​ซื่อ​สัตย์​ใน​ฐานะ​ผู้​ปกครอง​และ​ไพโอเนียร์​พิเศษ. *

ขอบคุณ​สำหรับ​พระ​กรุณาคุณ​ของ​พระ​ยะโฮวา

ใน​ปี 1974 เรา​ได้​รับ​พระ​กรุณาคุณ​ของ​พระ​ยะโฮวา​อีก​อย่าง​หนึ่ง​เมื่อ​เรา​ได้​รับ​เชิญ​ให้​กลับ​มา​ที่​เบเธล ซึ่ง​ผม​ได้​รับ​มอบหมาย​ให้​ทำ​งาน​ใน​แผนก​บริหาร​อีก​ครั้ง​หนึ่ง​และ​ภาย​หลัง​ได้​รับ​การ​แต่ง​ตั้ง​ให้​เป็น​คน​หนึ่ง​ใน​สมาชิก​คณะ​กรรมการ​สาขา. ที​แรก อีดิท​ทำ​งาน​ใน​ห้อง​ครัว และ​ต่อ​มา​เธอ​ก็​เริ่ม​ทำ​งาน​ใน​สำนักงาน​ใน​แผนก​รับ​ส่ง​จดหมาย​จน​กระทั่ง​ทุก​วัน​นี้.

ตลอด​หลาย​ปี เรา​มี​ความ​ชื่นชม​ยินดี​ที่​ได้​ต้อนรับ​มิชชันนารี​ที่​ผ่าน​การ​ฝึก​อบรม​จาก​โรง​เรียน​กิเลียด​หลาย​ร้อย​คน​ซึ่ง​พวก​เขา​ได้​ช่วย​พี่​น้อง​ใน​ประชาคม​ต่าง ๆ ที่​พวก​เขา​รับใช้​ให้​เป็น​ผู้​ใหญ่​ฝ่าย​วิญญาณ​และ​กระตือรือร้น. นอก​จาก​นั้น เรา​ยัง​ได้​รับ​การ​หนุน​ใจ​จาก​พี่​น้อง​หลาย​พัน​คน​ที่​มา​จาก​ประเทศ​ต่าง ๆ มาก​กว่า 30 ประเทศ​เพื่อ​รับใช้​ใน​ประเทศ​นี้. เรา​รู้สึก​ประทับใจ​น้ำใจ​เสีย​สละ​ของ​พวก​เขา​จริง ๆ! บาง​คน​ขาย​บ้าน​ขาย​ธุรกิจ​เพื่อ​มา​รับใช้​ที่​นี่​ซึ่ง​เป็น​เขต​งาน​ที่​ต้องการ​ผู้​ประกาศ​ราชอาณาจักร​มาก​กว่า. พวก​เขา​ซื้อ​รถ​เพื่อ​ใช้​ใน​งาน​ประกาศ​ตาม​เขต​ที่​อยู่​ไกล ๆ, ก่อ​ตั้ง​ประชาคม​ใหม่, และ​ช่วย​สร้าง​หอ​ประชุม​ราชอาณาจักร. พี่​น้อง​หญิง​โสด​หลาย​คน​มา​จาก​ต่าง​ประเทศ​เพื่อ​เป็น​ไพโอเนียร์​ที่​นี่ และ​พวก​เขา​เป็น​คน​งาน​ที่​มี​ใจ​แรง​กล้า​และ​มี​ความ​สามารถ​มาก​จริง ๆ!

จริง​ที​เดียว ผม​ได้​พบ​สิ่ง​ดี​มาก​มาย​ใน​ช่วง​เวลา​หลาย​ปี​ที่​รับใช้​พระเจ้า. สิ่ง​ที่​มี​ค่า​ที่​สุด​ใน​บรรดา​สิ่ง​เหล่า​นั้น​ทั้ง​หมด​ก็​คือ​สาย​สัมพันธ์​ที่​ผม​มี​กับ​พระ​ยะโฮวา. นอก​จาก​นั้น ผม​รู้สึก​ขอบคุณ​ที่​พระ​ยะโฮวา​ประทาน “คู่​เคียง” ให้​ผม. (เย. 2:18) เมื่อ​ผม​มอง​ย้อน​กลับ​ไป​ดู​ช่วง​เวลา 69 ปี​ที่​เรา​อยู่​ด้วย​กัน​ใน​ฐานะ​สามี​ภรรยา ผม​นึก​ถึง​สุภาษิต 18:​22 ที่​กล่าว​ว่า “คน​ใด​ที่​ได้​ภรรยา​ก็​ได้​ของ​ที่​ดี.” เป็น​เรื่อง​น่า​ยินดี​จริง ๆ ที่​มี​อีดิท​อยู่​เคียง​ข้าง. เธอ​ช่วย​ผม​อย่าง​มาก​ใน​หลาย ๆ ทาง. เธอ​ยัง​เป็น​ลูก​สาว​ที่​น่า​รัก​ของ​แม่​ด้วย. นับ​ตั้ง​แต่​เรา​มา​ถึง​เอกวาดอร์ ภรรยา​ผม​ส่ง​จดหมาย​ถึง​แม่​ทุก ๆ สัปดาห์​จน​กระทั่ง​ถึง​ปี 1990 ที่​แม่​ของ​เธอ​เสีย​ชีวิต​เมื่อ​อายุ​ได้ 97 ปี.

ตอน​นี้ ผม​อายุ 90 ปี​และ​อีดิท​อายุ 89 ปี. เรา​เห็น​ค่า​ความ​ชื่นชม​ยินดี​ที่​เรา​มี​ใน​การ​ช่วย​คน​ประมาณ 70 คน​ให้​มา​รู้​จัก​พระ​ยะโฮวา. แน่นอน เรา​ยินดี​ที่​เรา​ได้​กรอก​ใบ​สมัคร​เพื่อ​เข้า​เรียน​ใน​โรง​เรียน​กิเลียด​เมื่อ 60 ปี​ที่​แล้ว. การ​ตัดสิน​ใจ​ใน​ครั้ง​นั้น​ได้​ทำ​ให้​ชีวิต​เรา​เต็ม​ไป​ด้วย​สิ่ง​ดี ๆ มาก​มาย.

[เชิงอรรถ]

^ วรรค 29 สำหรับ​เรื่อง​ราว​ชีวิต​จริง​ของ​บราเดอร์​วากา​สามารถ​อ่าน​ได้​ใน ตื่นเถิด! 8 กันยายน 1985 (ภาษา​อังกฤษ).

[ภาพ​หน้า 29]

ถ่าย​ที่​สนาม​กีฬา​แยงกี นิวยอร์ก กับ​เพื่อน​มิชชันนารี​คน​อื่น ๆ ที่​จบ​จาก​โรง​เรียน​กิเลียด​รุ่น​เดียว​กัน​ใน​ปี 1958

[ภาพ​หน้า 31]

ขณะ​เยี่ยม​ครอบครัว​พยาน​ฯ ครอบครัว​หนึ่ง​ใน​งาน​หมวด ปี 1959

[ภาพ​หน้า 32]

ที่​สำนักงาน​สาขา​ใน​เอกวาดอร์ ปี 2002