ข้ามไปยังเนื้อหา

ข้ามไปยังสารบัญ

ชีวิต​แต่งงาน​เริ่ม​ต้น​อย่าง​ไร​และ​มี​จุด​ประสงค์​อะไร?

ชีวิต​แต่งงาน​เริ่ม​ต้น​อย่าง​ไร​และ​มี​จุด​ประสงค์​อะไร?

“พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​พูด​ว่า ‘ถ้า​จะ​ให้​มนุษย์​คน​นั้น​อยู่​คน​เดียว​ต่อ​ไป​ก็​ไม่​เหมาะ เรา​จะ​ให้​เขา​มี​ผู้​ช่วย​คน​หนึ่ง’”—ปฐก. 2:18

เพลง 36, 11

1, 2. (ก) ชีวิต​แต่งงาน​เริ่ม​ต้น​อย่าง​ไร? (ข) ผู้​ชาย​และ​ผู้​หญิง​คู่​แรก​รู้​อะไร​เกี่ยว​กับ​การ​มี​ชีวิต​คู่? (ดู​ภาพ​แรก)

เป็น​เรื่อง​ธรรมดา​ที่​คน​เรา​จะ​แต่งงาน แต่​การ​แต่งงาน​ครั้ง​แรก​เริ่ม​ต้น​อย่าง​ไร​และ​มี​จุด​ประสงค์​อะไร? การ​รู้​เรื่อง​นี้​ช่วย​ให้​เรา​มี​ความ​คิด​ที่​ถูก​ต้อง​เกี่ยว​กับ​การ​แต่งงาน​และ​ได้​รับ​ประโยชน์​สูง​สุด​จาก​การ​มี​ชีวิต​คู่ ตอน​แรก พระเจ้า​สร้าง​อาดัม​มนุษย์​คน​แรก​และ​บอก​ให้​เขา​ตั้ง​ชื่อ​สัตว์ อาดัม​เห็น​ว่า​สัตว์​ทุก​ชนิด​มี​คู่​ของ​มัน “แต่​เขา​ก็​ยัง​ไม่​มี​ผู้​ช่วย​ที่​มา​เป็น​คู่​ที่​เหมาะ​กับ​เขา” พระเจ้า​จึง​ทำ​ให้​อาดัม​หลับ​สนิท และ​เอา​ซี่​โครง​ของ​เขา​ออก​มา​ซี่​หนึ่ง แล้ว​สร้าง​ให้​เป็น​ผู้​หญิง พระ​ยะโฮวา​พา​ผู้​หญิง​คน​นั้น​มา​หา​อาดัม และ​เธอ​ก็​เป็น​ภรรยา​ของ​เขา​ตั้ง​แต่​นั้น​มา (อ่าน​ปฐมกาล 2:20-24) เรา​เห็น​ได้​ว่า​ชีวิต​คู่​เป็น​ของ​ขวัญ​จาก​พระ​ยะโฮวา

2 หลาย​ปี​ต่อ​มา พระ​เยซู​พูด​ถึง​สิ่ง​ที่​พระ​ยะโฮวา​พูด​ใน​สวน​เอเดน ท่าน​บอก​ว่า “ผู้​ชาย​จะ​จาก​พ่อ​แม่​ไป​ผูก​พัน​ใกล้​ชิด​กับ​ภรรยา แล้ว​ทั้ง​สอง​จะ​เป็น​หนึ่ง​เดียว” (มธ. 19:4, 5) เนื่อง​จาก​พระเจ้า​เอา​ซี่​โครง​ของ​อาดัม​มา​สร้าง​เป็น​ผู้​หญิง​คน​แรก เขา​สอง​คน​จึง​รู้​ว่า​พวก​เขา​เป็น​เหมือน​คน​คน​เดียว​กัน พระ​ยะโฮวา​ไม่​เคย​อยาก​ให้​สามี​ภรรยา​หย่า​กัน​หรือ​มี​คู่​มาก​กว่า​หนึ่ง​คน

การ​แต่งงาน​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ของ​ความ​ประสงค์​ของ​พระ​ยะโฮวา

3. จุด​ประสงค์​สำคัญ​อย่าง​หนึ่ง​ที่​พระ​ยะโฮวา​ให้​มี​การ​แต่งงาน​คือ​อะไร?

3 อาดัม​มี​ความ​สุข​มาก​เมื่อ​ได้​อยู่​กับ​ภรรยา​ซึ่ง​ต่อ​มา​เขา​ตั้ง​ชื่อ​ให้​ว่า​เอวา เธอ​เป็น​ทั้ง “ผู้​ช่วย” และ “คู่​ที่​เหมาะ​กับ​เขา มา​เติม​เต็ม​ชีวิต​ให้​เขา” อาดัม​ทำ​หน้า​ที่​สามี​ที่​ดี และ​เอวา​ก็​เป็น​ภรรยา​ที่​ดี​ด้วย ทั้ง​สอง​คน​จึง​อยู่​ด้วย​กัน​อย่าง​มี​ความ​สุข (ปฐก. 2:18) จุด​ประสงค์​สำคัญ​อย่าง​หนึ่ง​ที่​พระ​ยะโฮวา​ให้​มี​การ​แต่งงาน​ก็​เพื่อ​มนุษย์​จะ​มี​ลูก​หลาน​มาก​มาย​เต็ม​โลก (ปฐก. 1:28) ถึง​แม้​ว่า​ลูก ๆ จะ​รัก​พ่อ​แม่ แต่​ใน​ที่​สุด​แล้ว​พวก​เขา​ต้อง​แต่งงาน​และ​แยก​จาก​พ่อ​แม่​ไป​มี​ครอบครัว​ของ​ตัว​เอง แล้ว​มนุษย์​ก็​จะ​มี​ลูก​หลาน​จน​เต็ม​โลก​และ​ทำ​ให้​ทั้ง​โลก​เป็น​สวน​อุทยาน

4. เกิด​อะไร​ขึ้น​กับ​การ​แต่งงาน​ครั้ง​แรก​ของ​มนุษย์?

4 การ​แต่งงาน​ครั้ง​แรก​ของ​มนุษย์​ล้มเหลว​เพราะ​อาดัม​และ​เอวา​ไม่​เชื่อ​ฟัง​พระ​ยะโฮวา ซาตาน “งู​ตัว​แรก” หลอก​เอวา​ให้​ไป​กิน​ผลไม้​จาก “ต้น​ไม้​ที่​ให้​รู้​ดี​รู้​ชั่ว” ซาตาน​บอก​ว่า​ถ้า​เธอ​กิน​ผล​จาก​ต้น​ไม้​นั้น เธอ​จะ​ตัดสิน​ใจ​ได้​เอง​ว่า​อะไร​ดี​อะไร​ชั่ว เอวา​ไม่​ได้​ให้​เกียรติ​อาดัม​ที่​เป็น​หัวหน้า​ครอบครัว เธอ​ตัดสิน​ใจ​เอง​และ​กิน​ผลไม้​นั้น​โดย​ไม่​ได้​คุย​กับ​สามี​ก่อน ส่วน​อาดัม​ก็​ไม่​เชื่อ​ฟัง​พระเจ้า เขา​รับ​ผลไม้​นั้น​จาก​ภรรยา​มา​กิน—วว. 12:9; ปฐก. 2:9, 16, 17; 3:1-6

5. เรา​ได้​เรียน​อะไร​จาก​วิธี​ที่​อาดัม​และ​เอวา​ตอบ​พระ​ยะโฮวา?

5 ตอน​ที่​พระ​ยะโฮวา​ถาม​ว่า​ทำไม​พวก​เขา​ทำ​แบบ​นี้ อาดัม​โทษ​ภรรยา​ว่า “ผู้​หญิง​ที่​พระองค์​ยก​ให้​ผม​นั่น​แหละ​เอา​ผล​ของ​ต้น​นั้น​ให้​ผม ผม​ถึง​ได้​กิน” ส่วน​เอวา​ก็​โทษ​งู​ที่​มา​หลอก​เธอ (ปฐก. 3:12, 13) คำ​แก้​ตัว​ของ​อาดัม​และ​เอวา​ฟัง​ไม่​ขึ้น​เลย พวก​เขา​ไม่​เชื่อ​ฟัง​พระเจ้า พระ​ยะโฮวา​จึง​ตัดสิน​ว่า​สอง​คน​นี้​เป็น​กบฏ สิ่ง​ที่​เกิด​ขึ้น​กับ​พวก​เขา​เตือน​ใจ​พวก​เรา​ใน​ทุก​วัน​นี้​ว่า ชีวิต​คู่​จะ​ประสบ​ความ​สำเร็จ​ก็​ต่อ​เมื่อ​ทั้ง​สามี​และ​ภรรยา​เชื่อ​ฟัง​พระ​ยะโฮวา และ​รับผิดชอบ​ต่อ​การ​กระทำ​ของ​ตัว​เอง

6. ขอ​อธิบาย​ความ​หมาย​ของ​ปฐมกาล 3:15

6 แม้​ซาตาน​จะ​ทำ​ให้​เกิด​ปัญหา​ใน​สวน​เอเดน แต่​พระ​ยะโฮวา​ก็​ช่วย​ให้​มนุษย์​มี​ความ​หวัง​ใน​อนาคต​ได้ ความ​หวัง​นี้​อยู่​ที่​คำ​พยากรณ์​แรก​ของ​คัมภีร์​ไบเบิล (อ่าน​ปฐมกาล 3:15) คำ​พยากรณ์​นี้​เปิด​เผย​ว่า​ซาตาน​จะ​ถูก “ลูก​หลาน” ของ “ผู้​หญิง” บดขยี้ พระ​ยะโฮวา​มี​กลุ่ม​ทูตสวรรค์​ที่​ดี​ที่​รับใช้​พระองค์​อยู่​บน​สวรรค์ พวก​เขา​ใกล้​ชิด​กับ​พระองค์​และ​เป็น​เหมือน​ภรรยา​ของ​พระองค์ พระองค์​จะ​ส่ง​ทูตสวรรค์​องค์​หนึ่ง​จาก​ทูตสวรรค์​กลุ่ม​นี้​มา “บดขยี้” ซาตาน และ​เปิด​โอกาส​ให้​มนุษย์​ที่​เชื่อ​ฟัง​มี​ชีวิต​ตลอด​ไป​บน​โลก​เหมือน​ที่​พระ​ยะโฮวา​ตั้งใจ​อยาก​ให้​มนุษย์​คู่​แรก​มี—ยน. 3:16

7. (ก) เกิด​อะไร​ขึ้น​กับ​ชีวิต​คู่​หลัง​จาก​ที่​อาดัม​และ​เอวา​กบฏ? (ข) คัมภีร์​ไบเบิล​บอก​ว่า​สามี​และ​ภรรยา​ควร​ทำ​อะไร?

7 การ​กบฏ​ของ​อาดัม​และ​เอวา​ส่ง​ผล​เสีย​อย่าง​ร้ายแรง​ต่อ​ชีวิต​คู่​ของ​พวก​เขา​และ​ของ​ทุก​คู่​หลัง​จาก​นั้น เช่น เอวา​และ​ผู้​หญิง​ทุก​คน​ต้อง​คลอด​ลูก​อย่าง​เจ็บ​ปวด พวก​เธอ​เรียก​ร้อง​ความ​รัก​และ​ความ​เอา​ใจ​ใส่​จาก​สามี ส่วน​สามี​ก็​ชอบ​ใช้​อำนาจ​และ​บาง​ครั้ง​ก็​ถึง​กับ​ทำ​ร้าย​ภรรยา​ทั้ง​ทาง​คำ​พูด​และ​การ​กระทำ (ปฐก. 3:16) คัมภีร์​ไบเบิล​บอก​ว่า​พระ​ยะโฮวา​อยาก​ให้​สามี​นำ​หน้า​ครอบครัว​ด้วย​ความ​รัก ส่วน​ภรรยา​ควร​ยอม​อยู่​ใต้​อำนาจ​สามี (อฟ. 5:33) ถ้า​คู่​สมรส​ทำ​แบบ​นี้ ปัญหา​หลาย​อย่าง​ก็​จะ​หมด​ไป

การ​แต่งงาน​ตั้ง​แต่​สมัย​อาดัม​จน​ถึง​สมัย​น้ำ​ท่วม​โลก

8. การ​แต่งงาน​ตั้ง​แต่​สมัย​อาดัม​จน​ถึง​สมัย​น้ำ​ท่วม​โลก​เป็น​อย่าง​ไร?

8 ก่อน​ที่​อาดัม​และ​เอวา​จะ​ตาย พวก​เขา​มี​ลูก​ชาย​และ​ลูก​สาว​หลาย​คน (ปฐก. 5:4) ลูก​ชาย​คน​แรก​ของ​พวก​เขา​ชื่อ​คาอิน คาอิน​ได้​แต่งงาน​กับ​ญาติ​คน​หนึ่ง ลาเมค​ลูก​หลาน​ของ​คาอิน​เป็น​คน​แรก​ที่​คัมภีร์​ไบเบิล​บอก​ว่า​มี​ภรรยา 2 คน (ปฐก. 4:17, 19) ตั้ง​แต่​สมัย​ของ​อาดัม​มา​จน​ถึง​สมัย​ของ​โนอาห์ มี​คน​ไม่​กี่​คน​ที่​รับใช้​พระ​ยะโฮวา​อย่าง​ซื่อ​สัตย์ เช่น อาเบล เอโนค และ​โนอาห์​กับ​ครอบครัว คัมภีร์​ไบเบิล​บอก​ว่า​ใน​สมัย​ของ​โนอาห์ “ลูก ๆ ของ​พระเจ้า​เที่ยง​แท้​สังเกต​เห็น​ว่า​ลูก​สาว​ของ​มนุษย์​สวย จึง​เลือก​เอา​มา​เป็น​ภรรยา​ตาม​ใจ​ชอบ” นี่​เป็น​เรื่อง​ผิด​ธรรมชาติ ทูตสวรรค์​เหล่า​นั้น​กับ​พวก​ผู้​หญิง​มี​ลูก​ชาย​ตัว​ใหญ่​เหมือน​ยักษ์ ลูก​ชาย​เหล่า​นั้น​ถูก​เรียก​ว่า​เนฟิล พวก​เขา​ชอบ​ใช้​ความ​รุนแรง ใน​สมัย​นั้น “ความ​ชั่ว​ของ​มนุษย์​มี​มาก​มาย​บน​โลก​และ​ใจ​เขา​มัก​คิด​แต่​เรื่อง​ชั่ว ๆ เสมอ”—ปฐก. 6:1-5

9. พระ​ยะโฮวา​ทำ​อะไร​กับ​โลก​ชั่ว​ใน​สมัย​ของ​โนอาห์? และ​เรา​ได้​เรียน​อะไร​จาก​สิ่ง​ที่​เกิด​ขึ้น​ใน​สมัย​นั้น?

9 พระ​ยะโฮวา​บอก​ว่า​พระองค์​จะ​ให้​มี​น้ำ​ท่วม​โลก​เพื่อ​ทำลาย​คน​ชั่ว “โนอาห์​ผู้​ประกาศ​แนว​ทาง​ที่​ถูก​ต้อง” บอก​ผู้​คน​ว่า​น้ำ​จะ​ท่วม​โลก​แล้ว (2 ปต. 2:5) แต่​พวก​เขา​ไม่​ฟัง​โนอาห์ เพราะ​พวก​เขา​มัว​ยุ่ง​อยู่​กับ​สิ่ง​ที่​ทำ​ใน​ชีวิต​ประจำ​วัน​ซึ่ง​รวม​ไป​ถึง​การ​แต่งงาน​ด้วย พระ​เยซู​เปรียบ​เทียบ​สมัย​โนอาห์​กับ​สมัย​ของ​เรา (อ่าน​มัทธิว 24:37-39) ใน​ทุก​วัน​นี้ พวก​เรา​ประกาศ​ข่าว​ดี​เรื่อง​รัฐบาล​ของ​พระเจ้า​ก่อน​ที่​โลก​ชั่ว​จะ​ถูก​ทำลาย แต่​ผู้​คน​ส่วน​ใหญ่​ก็​ไม่​ฟัง เรา​ได้​เรียน​อะไร​จาก​สมัย​น้ำ​ท่วม​โลก? เรา​ต้อง​ไม่​ยอม​ให้​อะไร​ก็​ตาม​ไม่​ว่า​จะ​เป็น​เรื่อง​ครอบครัว เช่น การ​แต่งงาน การ​มี​ลูก เป็น​สิ่ง​สำคัญ​สำหรับ​เรา​มาก​จน​ลืม​ไป​ว่า​วัน​ของ​พระ​ยะโฮวา​มา​ใกล้​แล้ว

การ​แต่งงาน​หลัง​สมัย​น้ำ​ท่วม​โลก​จน​ถึง​สมัย​พระ​เยซู

10. (ก) ใน​หลาย​วัฒนธรรม ผู้​คน​มอง​การ​ทำ​ผิด​ศีลธรรม​ทาง​เพศ​อย่าง​ไร? (ข) อับราฮัม​และ​ซาราห์​เป็น​ตัว​อย่าง​ที่​ดี​ของ​การ​มี​ชีวิต​คู่​อย่าง​ไร?

10 โนอาห์​และ​ลูก​ชาย​ทั้ง 3 คน​มี​ภรรยา​คน​เดียว ถึง​อย่าง​นั้น หลัง​จาก​น้ำ​ท่วม​โลก​ผู้​คน​จำนวน​มาก​มี​ภรรยา​หลาย​คน ใน​หลาย​วัฒนธรรม​การ​ทำ​ผิด​ศีลธรรม​ทาง​เพศ​เป็น​เรื่อง​ธรรมดา และ​ถึง​กับ​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ของ​ธรรมเนียม​ทาง​ศาสนา​ด้วย​ซ้ำ ตอน​ที่​อับราฮัม​กับ​ซาราห์​ย้าย​ไป​ที่​คานาอัน ผู้​คน​ที่​อยู่​รอบ​ตัว​เขา​เป็น​คน​ที่​ไม่​มี​ศีลธรรม ไม่​มอง​ว่า​การ​สมรส​เป็น​สิ่ง​สำคัญ​และ​ไม่​ให้​เกียรติ​คู่​ของ​ตัว​เอง พระ​ยะโฮวา​จึง​ทำลาย​เมือง​โสโดม​และ​โกโมราห์​เพราะ​ผู้​คน​ที่​นั่น​ทำ​ผิด​ศีลธรรม​กัน​อย่าง​หน้า​ด้าน ๆ แต่​อับราฮัม​ไม่​เหมือน​กับ​พวก​เขา อับราฮัม​เป็น​หัวหน้า​ครอบครัว​ที่​ดี และ​ซาราห์​ก็​เป็น​ตัว​อย่าง​ที่​ดี​ของ​ภรรยา​ที่​ยอม​อยู่​ใต้​อำนาจ (อ่าน 1 เปโตร 3:3-6) อับราฮัม​ทำ​ทุก​อย่าง​เพื่อ​จะ​แน่​ใจ​ว่า​อิสอัค​ลูก​ชาย​ของ​เขา​จะ​ได้​แต่งงาน​กับ​ผู้​หญิง​ที่​นมัสการ​พระ​ยะโฮวา และ​อิสอัค​ก็​ทำ​อย่าง​นี้​กับ​ยาโคบ​ลูก​ชาย​ของ​เขา​เหมือน​กัน ใน​ที่​สุด​ลูก​ชาย​ของ​ยาโคบ​ก็​กลาย​มา​เป็น​ต้น​ตระกูล​ของ​ชาติ​อิสราเอล 12 ตระกูล

11. กฎหมาย​ของ​โมเสส​ปก​ป้อง​ชาว​อิสราเอล​อย่าง​ไร?

11 หลัง​จาก​นั้น พระ​ยะโฮวา​ก็​ทำ​สัญญา​หรือ​ข้อ​ตก​ลง​กับ​ชาติ​อิสราเอล พระองค์​ให้​พวก​เขา​มี​กฎหมาย​ของ​โมเสส​เพื่อ​ช่วย​ปก​ป้อง​สาย​สัมพันธ์​ที่​สามี​และ​ภรรยา​มี​กับ​พระ​ยะโฮวา เช่น กฎหมาย​เกี่ยว​กับ​การ​มี​ภรรยา​หลาย​คน และ​กฎหมาย​ที่​ห้าม​ชาว​อิสราเอล​ไม่​ให้​แต่งงาน​กับ​คน​ที่​นมัสการ​พระ​เท็จ (อ่าน​เฉลย​ธรรมบัญญัติ 7:3, 4) นอก​จาก​นั้น ถ้า​คู่​สมรส​ไม่​ซื่อ​สัตย์ หึง​หวง หรือ​ขี้​ระแวง พระ​ยะโฮวา​ก็​ให้​มี​กฎหมาย​เพื่อ​จัด​การ​กับ​เรื่อง​พวก​นี้​ด้วย และ​เมื่อ​เกิด​ปัญหา​ร้ายแรง​ใน​ชีวิต​คู่ พวก​เขา​ก็​ยัง​มี​พวก​ผู้​นำ​คอย​ช่วยเหลือ กฎหมาย​ของ​โมเสส​อนุญาต​ให้​ชาว​อิสราเอล​หย่า​ได้ แต่​ก็​มี​กฎหมาย​ที่​ปก​ป้อง​แต่​ละ​ฝ่าย ตัว​อย่าง​เช่น ถ้า​ภรรยา “ทำ​อะไร​บาง​อย่าง​ที่​ไม่​เหมาะ​สม” สามี​ก็​หย่า​ได้ (ฉธบ. 24:1) ถึง​คัมภีร์​ไบเบิล​ไม่​ได้​บอก​ว่า​มี​อะไร​บ้าง​ที่ “ไม่​เหมาะ​สม” แต่​สามี​ไม่​ควร​ใช้​ข้อ​ผิด​พลาด​เล็ก ๆ น้อย ๆ มา​เป็น​ข้อ​อ้าง​ที่​จะ​หย่า​ภรรยา—ลนต. 19:18​ข

อย่า​นอก​ใจ​คู่​สมรส

12, 13. (ก) ใน​สมัย​มาลาคี สามี​บาง​คน​ทำ​ไม่​ดี​กับ​ภรรยา​อย่าง​ไร? (ข) จะ​เกิด​อะไร​ขึ้น​ถ้า​พี่​น้อง​ที่​รับ​บัพติศมา​แล้ว​ทำ​ผิด​ศีลธรรม​ทาง​เพศ​เพื่อ​ไป​แต่งงาน​ใหม่?

12 ใน​สมัย​ผู้​พยากรณ์​มาลาคี สามี​ชาว​ยิว​หลาย​คน​ชอบ​หา​ข้อ​อ้าง​สารพัด​อย่าง​เพื่อ​จะ​หย่า​ภรรยา แล้ว​ไป​แต่งงาน​กับ​ผู้​หญิง​สาว ๆ หรือ​ผู้​หญิง​ที่​ไม่​ได้​รับใช้​พระ​ยะโฮวา ใน​สมัย​ของ​พระ​เยซู ผู้​ชาย​ชาว​ยิว​ยัง​ชอบ​หา​เรื่อง​หย่า​ภรรยา “ไม่​ว่า​จะ​ด้วย​เหตุ​ผล​อะไร​ก็​ตาม” (มธ. 19:3) พระ​ยะโฮวา​เกลียด​การ​หย่าร้าง​ที่​ไม่​ถูก​ต้อง—อ่าน​มาลาคี 2:13-16

13 ใน​ทุก​วัน​นี้ การ​นอก​ใจ​คู่​สมรส​เป็น​เรื่อง​ที่​ผู้​รับใช้​ของ​พระ​ยะโฮวา​ยอม​รับ​ไม่​ได้ สมมุติ​ว่า​มี​พี่​น้อง​ที่​รับ​บัพติศมา​แล้ว​คน​หนึ่ง​ทำ​ผิด​ศีลธรรม​ทาง​เพศ​และ​หย่า​กับ​คู่​ของ​ตัว​เอง​เพื่อ​จะ​ไป​แต่งงาน​ใหม่​กับ​คน​นั้น ถ้า​พี่​น้อง​คน​นี้​ไม่​กลับ​ใจ เขา​ก็​จะ​ถูก​ตัด​สัมพันธ์​เพื่อ​จะ​รักษา​ประชาคม​ให้​สะอาด​บริสุทธิ์ (1 คร. 5:11-13) เขา​ต้อง ‘ทำ​ให้​เห็น​ว่า​เขา​กลับ​ใจ​จริง ๆ’ ก่อน​ที่​จะ​ถูก​รับ​กลับ​มา​ใน​ประชาคม​อีก​ครั้ง (ลก. 3:8; 2 คร. 2:5-10) ไม่​มี​ระยะ​เวลา​กำหนด​ที่​บอก​ไว้​แน่นอน​ว่า​เขา​จะ​ต้อง​ถูก​ตัด​สัมพันธ์​นาน​แค่​ไหน​ถึง​จะ​ถูก​รับ​กลับ​มา แต่​ใน​กรณี​แบบ​นี้​อาจ​ต้อง​ใช้​เวลา 1 ปี​หรือ​มาก​กว่า​นั้น​เพื่อ​คน​ที่​ทำ​ผิด​จะ​พิสูจน์​ว่า​เขา​กลับ​ใจ​จริง และ​ถึง​เขา​จะ​ถูก​รับ​กลับ​มา​แล้ว เขา​ก็​ยัง​ต้อง “ยืน​ต่อ​หน้า​บัลลังก์​พิพากษา​ของ​พระเจ้า” เพื่อ​ให้​การ​ว่า​เขา​กลับ​ใจ​จริง ๆ หรือ​ไม่—รม. 14:10-12; ดู หอสังเกตการณ์ 15 มิถุนายน 1980 น. 30-32

การ​แต่งงาน​ของ​คริสเตียน

14. พระเจ้า​ให้​กฎหมาย​กับ​ชาว​อิสราเอล​เพื่อ​อะไร?

14 ชาว​อิสราเอล​อยู่​ใต้​กฎหมาย​ของ​โมเสส​เป็น​เวลา​กว่า 1,500 ปี กฎหมาย​นี้​ช่วย​พวก​เขา​หลาย​อย่าง เช่น กฎหมาย​นี้​ให้​หลักการ​พวก​เขา​ใน​การ​แก้​ปัญหา​ที่​เกิด​ขึ้น​ใน​ครอบครัว และ​นำ​พวก​เขา​ไป​ถึง​เมสสิยาห์ (กท. 3:23, 24) แต่​หลัง​จาก​พระ​เยซู​ตาย กฎหมาย​นี้​ก็​สิ้น​สุด​ลง และ​พระเจ้า​ก็​มี​การ​จัด​เตรียม​ใหม่​ให้​กับ​พวก​เขา (ฮบ. 8:6) ดัง​นั้น มี​บาง​อย่าง​ที่​กฎหมาย​ของ​โมเสส​ยอม​ให้​ทำ แต่​คริสเตียน​ไม่​ได้​รับ​อนุญาต​ให้​ทำ​อีก​ต่อ​ไป

15. (ก) มาตรฐาน​เรื่อง​การ​แต่งงาน​ของ​คริสเตียน​เป็น​อย่าง​ไร? (ข) ถ้า​คริสเตียน​คิด​จะ​หย่า เขา​ต้อง​คิด​ถึง​เรื่อง​อะไร​บ้าง?

15 เมื่อ​พระ​เยซู​ตอบ​คำ​ถาม​ของ​พวก​ฟาริสี ท่าน​บอก​ว่า พระเจ้า​ยอม​ให้​ชาว​อิสราเอล​หย่า​กับ​คู่​ของ​ตัว​เอง​ภาย​ใต้​กฎหมาย​ของ​โมเสส​ทั้ง ๆ ที่​พระองค์​ไม่​ได้​อยาก​ให้​เป็น​อย่าง​นั้น​ตั้ง​แต่​แรก (มธ. 19:6-8) คำ​ตอบ​ของ​พระ​เยซู​ช่วย​ให้​เรา​เห็น​ว่า มาตรฐาน​เรื่อง​การ​แต่งงาน​ของ​คริสเตียน​เป็น​มาตรฐาน​เดียว​กัน​กับ​มาตรฐาน​ของ​พระเจ้า​เรื่อง​การ​แต่งงาน​ตั้ง​แต่​ตอน​เริ่ม​ต้น (1 ทธ. 3:2, 12) สามี​กับ​ภรรยา​ต้อง​อยู่​ด้วย​กัน เขา​ต้อง​รัก​พระเจ้า​และ​รัก​กัน ถ้า​ทำ​อย่าง​นี้​พวก​เขา​ก็​จะ “เป็น​หนึ่ง​เดียว” และ​ผูก​พัน​กัน คู่​สมรส​ไม่​ควร​หย่า​กัน แต่​ถ้า​มี​การ​หย่า​โดย​ที่​ไม่​มี​ใคร​ทำ​ผิด​ศีลธรรม​ทาง​เพศ พวก​เขา​ก็​ไม่​มี​สิทธิ์​ที่​จะ​ไป​แต่งงาน​ใหม่ (มธ. 19:9) บาง​คน​อาจ​เลือก​ที่​จะ​ให้​อภัย​คู่​ของ​ตัว​เอง​ที่​ทำ​ผิด​ศีลธรรม​และ​กลับ​ใจ นี่​เป็น​เหมือน​กับ​ผู้​พยากรณ์​โฮเชยา​ที่​ให้​อภัย​โกเมอร์​ภรรยา​ที่​ผิด​ศีลธรรม​ของ​เขา และ​เหมือน​กับ​พระ​ยะโฮวา​ที่​ให้​อภัย​ชาว​อิสราเอล​ที่​กลับ​ใจ (ฮชย. 3:1-5) นอก​จาก​นั้น ถ้า​คน​หนึ่ง​รู้​ว่า​คู่​ของ​เขา​ทำ​ผิด​ศีลธรรม​แต่​ก็​ยัง​มี​เพศ​สัมพันธ์​ด้วย ก็​หมาย​ความ​ว่า เขา​ได้​ให้​อภัย​คู่​ของ​เขา​แล้ว ใน​กรณี​นี้​ไม่​มี​เหตุ​ผล​ตาม​หลัก​พระ​คัมภีร์​ที่​เขา​จะ​หย่า

16. พระ​เยซู​พูด​อย่าง​ไร​เกี่ยว​กับ​การ​เป็น​โสด?

16 พระ​เยซู​บอก​ว่า​สำหรับ​คริสเตียน​แล้ว การ​ทำ​ผิด​ศีลธรรม​เป็น​เหตุ​ผล​เดียว​ที่​จะ​หย่า​ได้ หลัง​จาก​นั้น​ท่าน​ก็​พูด​ถึง ‘คน​ที่​ได้​รับ​พร​จาก​พระเจ้า’ ที่​จะ​เป็น​โสด ท่าน​บอก​ว่า “ถ้า​ใคร​จัด​ชีวิต​อย่าง​นั้น​ได้ ก็​ให้​เขา​ทำ​เถอะ” (มธ. 19:10-12) หลาย​คน​เลือก​ที่​จะ​เป็น​โสด​เพราะ​พวก​เขา​ตั้งใจ​จะ​รับใช้​พระ​ยะโฮวา​โดย​ที่​ไม่​ต้อง​ห่วง​อะไร และ​พวก​เขา​ควร​จะ​ได้​รับ​คำ​ชมเชย​ที่​ตัดสิน​ใจ​อย่าง​นั้น

17. อะไร​จะ​ช่วย​ให้​ตัดสิน​ใจ​ว่า​จะ​อยู่​เป็น​โสด​หรือ​จะ​แต่งงาน​ดี?

17 อะไร​จะ​ช่วย​ให้​ตัดสิน​ใจ​ว่า​จะ​อยู่​เป็น​โสด​หรือ​จะ​แต่งงาน​ดี? เขา​ต้อง​คิด​ว่า​เขา​จะ​พยายาม​อยู่​เป็น​โสด​และ​มี​ความ​สุข​ได้​หรือ​เปล่า อัครสาวก​เปาโล​สนับสนุน​ให้​อยู่​เป็น​โสด แต่​เขา​ก็​บอก​ว่า “เพราะ​การ​ผิด​ศีลธรรม​ทาง​เพศ​มี​แพร่​หลาย ให้​ผู้​ชาย​ทุก​คน​มี​ภรรยา และ​ให้​ผู้​หญิง​ทุก​คน​มี​สามี” และ​เขา​ยัง​บอก​อีก​ว่า “ถ้า​ควบคุม​ตัว​เอง​ไม่​ได้ ก็​ให้​แต่งงาน​เถอะ เพราะ​ทำ​อย่าง​นั้น​ก็​ดี​กว่า​มี​ใจ​เร่าร้อน​ด้วย​ความ​ใคร่” การ​แต่งงาน​อาจ​ช่วย​คน​ที่​มี​ความ​ต้องการ​ทาง​เพศ​สูง​ไม่​ให้​ทำ​ผิด​ศีลธรรม​หรือ​สำเร็จ​ความ​ใคร่​ด้วย​ตัว​เอง แต่​คน​ที่​อยาก​จะ​แต่งงาน​ต้อง​คิด​ว่า​เขา​โต​พอ​ไหม​ที่​จะ​แต่งงาน เปาโล​บอก​ว่า “ใคร​ที่​คิด​ว่า​ตัว​เอง​จะ​ทำ​ตัว​ไม่​เหมาะ​สม​ถ้า​ยัง​เป็น​โสด​ต่อ​ไป และ​เขา​เลย​ช่วง​หนุ่ม​สาว​ไป​แล้ว ก็​ให้​เขา​แต่งงาน​อย่าง​ที่​เขา​ต้องการ ถ้า​ทำ​อย่าง​นั้น​เขา​ก็​ไม่​ได้​ทำ​บาป​อะไร” (1 คร. 7:2, 9, 36; 1 ทธ. 4:1-3) คน​เรา​ไม่​ควร​คิด​จะ​แต่งงาน​แค่​เพราะ​ว่า​เขา​มี​ความ​ต้องการ​ทาง​เพศ​สูง​ซึ่ง​เป็น​เรื่อง​ปกติ​ใน​ช่วง​วัยรุ่น เขา​อาจ​จะ​เป็น​ผู้​ใหญ่​ไม่​พอ​ที่​จะ​รับผิดชอบ​หน้า​ที่​ต่าง ๆ ใน​ครอบครัว

18, 19. (ก) ชีวิต​แต่งงาน​ของ​คริสเตียน​ควร​เริ่ม​ต้น​อย่าง​ไร? (ข) เรา​จะ​เรียน​อะไร​ใน​บทความ​ถัด​ไป?

18 ชีวิต​แต่งงาน​ของ​คริสเตียน​ควร​เริ่ม​ต้น​จาก​ผู้​ชาย​กับ​ผู้​หญิง​ที่​รับ​บัพติศมา​แล้ว เขา​สอง​คน​ต้อง​รัก​พระ​ยะโฮวา​สุด​หัวใจ​และ​รัก​กัน​มาก​จน​รู้สึก​ว่า​อยาก​ใช้​ชีวิต​ที่​เหลือ​อยู่​ด้วย​กัน​ตลอด​ไป พระ​ยะโฮวา​จะ​อวยพร​ถ้า​พวก​เขา​เชื่อ​ฟัง​คำ​แนะ​นำ​ที่​ให้​แต่งงาน​เฉพาะ​กับ “คน​ที่​เชื่อถือ​ผู้​เป็น​นาย” (1 คร. 7:39) ชีวิต​คู่​ของ​พวก​เขา​จะ​ประสบ​ความ​สำเร็จ​ถ้า​พวก​เขา​ใช้​คำ​แนะ​นำ​ใน​คัมภีร์​ไบเบิล​ต่อ ๆ ไป

19 ใน​ทุก​วัน​นี้ พวก​เรา​มี​ชีวิต​อยู่​ใน “สมัย​สุด​ท้าย” และ​คน​ส่วน​ใหญ่​ไม่​ได้​มี​ลักษณะ​นิสัย​ที่​ช่วย​ให้​ชีวิต​คู่​ประสบ​ความ​สำเร็จ (2 ทธ. 3:1-5) ดัง​นั้น ใน​บทความ​ถัด​ไป​เรา​จะ​มา​ดู​ด้วย​กัน​ว่า มี​หลักการ​ที่​มี​ประโยชน์​อะไร​บ้าง​ใน​คัมภีร์​ไบเบิล​ที่​จะ​ช่วย​ให้​คริสเตียน​มี​ชีวิต​คู่​ที่​มี​ความ​สุข​และ​ประสบ​ความ​สำเร็จ​ทั้ง ๆ ที่​อาจ​มี​ปัญหา หลักการ​เหล่า​นั้น​จะ​ช่วย​พวก​เขา​ให้​เดิน​อยู่​บน​ทาง​ที่​นำ​ไป​ถึง​ชีวิต​ตลอด​ไป—มธ. 7:13, 14