ข้ามไปยังเนื้อหา

ข้ามไปยังสารบัญ

เรื่อง​ราว​ชีวิต​จริง

ผม​มี​ความ​สุข​ที่​ได้​ให้

ผม​มี​ความ​สุข​ที่​ได้​ให้

ตอน​อายุ 12 ขวบ ผม​เพิ่ง​รู้​ว่า​ผม​มี​สิ่ง​มี​ค่า​ที่​จะ​ให้​คน​อื่น ใน​ช่วง​การ​ประชุม​ใหญ่ พี่​น้อง​ชาย​คน​หนึ่ง​ถาม​ผม​ว่า​อยาก​ไป​ประกาศ​ไหม แม้​ผม​จะ​ไม่​เคย​ประกาศ​มา​ก่อน ผม​ก็​ตอบ​ว่า “อยาก​ครับ” เรา​ไป​ที่​เขต​ประกาศ แล้ว​เขา​ก็​เอา​หนังสือ​เล่ม​เล็ก​เกี่ยว​กับ​รัฐบาล​ของ​พระเจ้า​ให้​ผม​จำนวน​หนึ่ง เขา​บอก​ผม​ว่า “ให้​น้อง​ประกาศ​ถนน​ฟาก​โน้น​นะ เดี๋ยว​พี่​จะ​ทำ​ฟาก​นี้​เอง” ผม​รู้สึก​ตื่นเต้น แต่​ก็​ประกาศ​ไป​เรื่อย ๆ แล้ว​ผม​ก็​แปลก​ใจ​ที่​ใน​ที่​สุด​ผม​ก็​เสนอ​หนังสือ​จน​หมด แสดง​ว่า​หลาย​คน​อยาก​ได้​หนังสือ​ที่​ผม​เสนอ​จริง ๆ

ผม​เกิด​ปี ค.ศ. 1923 ที่​เมือง​แชตแทม มณฑล​เคนต์ ประเทศ​อังกฤษ ช่วง​หลัง​สงคราม​โลก​ครั้ง​ที่ 1 ผู้​คน​หวัง​ว่า​โลก​จะ​ดี​ขึ้น แต่​พอ​มัน​ไม่​ได้​เป็น​อย่าง​ที่​คิด หลาย​คน​ก็​ผิด​หวัง รวม​ทั้ง​พ่อ​แม่​ของ​ผม​ด้วย พ่อ​กับ​แม่​ผิด​หวัง​ใน​ตัว​นัก​เทศน์​ของ​นิกาย​แบพติสต์​ซึ่ง​สนใจ​แต่​จะ​ได้​ตำแหน่ง​สูง ๆ ใน​โบสถ์ ตอน​ที่​ผม​อายุ​ประมาณ 9 ขวบ แม่​ของ​ผม​เริ่ม​ไป​ที่​หอ​ประชุม​ของ​สมาคม​นัก​ศึกษา​คัมภีร์​ไบเบิล​นานา​ชาติ ซึ่ง​เป็น​ที่​ที่​พวก​พยาน​พระ​ยะโฮวา​จัด​การ​ประชุม ตอน​นั้น​พวก​เขา​เรียก​การ​ประชุม​แบบ​นั้น​ว่า “ชั้น​เรียน” พี่​น้อง​หญิง​คน​หนึ่ง​ที่​นั่น​เป็น​คน​สอน​คัมภีร์​ไบเบิล​ให้​พวก​เรา​ที่​เป็น​เด็ก ๆ โดย​ใช้​คัมภีร์​ไบเบิล​และ​หนังสือ​พิณ​ของ​พระเจ้า ผม​รู้สึก​ชอบ​เรื่อง​ที่​เรียน​มาก​จริง ๆ

เรียน​รู้​จาก​พี่​น้อง​สูง​อายุ

ตอน​เป็น​วัยรุ่น ผม​ชอบ​บอก​เรื่อง​ความ​หวัง​จาก​คัมภีร์​ไบเบิล​ให้​ผู้​คน​รู้ ผม​มัก​จะ​ประกาศ​ตาม​บ้าน​คน​เดียว แต่​พอ​ผม​ประกาศ​กับ​พี่​น้อง ผม​ได้​เรียน​รู้​อะไร​อีก​เยอะ ตัว​อย่าง​เช่น วัน​หนึ่ง​ตอน​ที่​ผม​กับ​พี่​น้อง​สูง​อายุ​กำลัง​ขี่​จักรยาน​ไป​ที่​เขต​งาน เรา​ผ่าน​นัก​เทศน์​คน​หนึ่ง​แล้ว​ผม​ก็​พูด​ว่า “นั่น​ไง​แพะ” พี่​น้อง​คน​นั้น​จอด​จักรยาน​ของ​เขา แล้ว​ขอ​ให้​ผม​มา​นั่ง​ด้วย​กัน​บน​ขอน​ไม้ และ​พูด​ว่า “เรา​มี​สิทธิ์​ตัดสิน​คน​อื่น​ว่า​เป็น​แพะ​เหรอ? แค่​เรา​ได้​บอก​ข่าว​ดี​กับ​คน​อื่น​ก็​มี​ความ​สุข​แล้ว ให้​พระ​ยะโฮวา​เป็น​ผู้​ตัดสิน​ดี​กว่า” ใน​ช่วง​นั้น ผม​ได้​เรียน​รู้​ว่า​การ​ให้​ทำ​ให้​ผม​มี​ความ​สุข​จริง ๆ—มธ. 25:31-33; กจ. 20:35

พี่​น้อง​สูง​อายุ​อีก​คน​หนึ่ง​สอน​ผม​ว่า เพื่อ​จะ​มี​ความ​สุข​ใน​การ​ให้​บาง​ครั้ง​เรา​ก็​ต้อง​อด​ทน ภรรยา​ของ​เขา​ไม่​ชอบ​พยาน​พระ​ยะโฮวา มี​อยู่​ครั้ง​หนึ่ง​เขา​เชิญ​ผม​ไป​กิน​ของ​ว่าง​ที่​บ้าน​เขา เธอ​โกรธ​มาก​ที่​รู้​ว่า​เขา​ออก​ไป​ประกาศ​มา เธอ​ขว้าง​ถุง​ชา​ใส่​เรา แต่​แทน​ที่​เขา​จะ​ว่า​เธอ เขา​กลับ​ยิ้ม​แล้ว​เอา​ถุง​ชา​เก็บ​ใส่​กล่อง หลาย​ปี​ต่อ​มา เขา​ก็​ได้​รับ​ผล​ตอบ​แทน​จาก​ความ​อด​ทน​เมื่อ​ภรรยา​ของ​เขา​รับ​บัพติศมา​เป็น​พยาน​พระ​ยะโฮวา

ใน​เดือน​กันยายน ปี 1939 ตอน​ผม​อายุ 16 บริเตน​ประกาศ​สงคราม​กับ​เยอรมนี พอ​ถึง​ปี 1940 เดือน​มีนาคม ผม​กับ​แม่​ก็​ได้​รับ​บัพติศมา​ที่​เมือง​โดเวอร์ ต่อ​มา​ใน​เดือน​มิถุนายน ตอน​ที่​ผม​ยืน​อยู่​หน้า​ประตู​บ้าน ผม​ได้​เห็น​รถ​บรรทุก​ทหาร​นับ​พัน​แล่น​ผ่าน​ไป ทหาร​พวก​นี้​รอด​ตาย​จาก​สงคราม​ดันเคิร์ก พวก​เขา​ดู​บอบช้ำ​ทาง​จิตใจ​และ​ไม่​มี​ความ​หวัง ผม​อยาก​บอก​เรื่อง​รัฐบาล​ของ​พระเจ้า​และ​บอก​ความ​หวัง​เกี่ยว​กับ​อนาคต​ให้​พวก​เขา​ได้​รู้​เหลือ​เกิน ต่อ​มา​ใน​ปี​เดียว​กัน​นั้น เยอรมนี​เริ่ม​ทิ้ง​ระเบิด​ใส่​บริเตน เครื่องบิน​ทิ้ง​ระเบิด​ของ​เยอรมัน​บิน​ผ่าน​หลังคา​บ้าน​เรา​แทบ​ทุก​คืน เสียง​ลูก​ระเบิด​ที่​ตก​ลง​มา​ทำ​ให้​เรา​หวาด​ผวา พอ​เช้า​วัน​รุ่ง​ขึ้น เรา​ก็​เห็น​บ้าน​ถูก​ทำลาย​เป็น​แถบ ๆ ประสบการณ์​เหล่า​นี้​ช่วย​ให้​ผม​รู้​ซึ้ง​ยิ่ง​ขึ้น​ว่า​รัฐบาล​ของ​พระเจ้า​เป็น​เพียง​ความ​หวัง​เดียว​สำหรับ​อนาคต

เริ่ม​ต้น​ชีวิต​แห่ง​การ​ให้

ใน​ปี 1941 ผม​เริ่ม​งาน​รับใช้​เต็ม​เวลา เป็น​การ​เริ่ม​ต้น​ชีวิต​ที่​ทำ​ให้​ผม​มี​ความ​สุข​มาก ก่อน​หน้า​นี้​ผม​ทำ​งาน​ที่​อู่​ต่อ​เรือ​หลวง​ใน​เมือง​แชตแทม​และ​เรียน​รู้​วิธี​ต่อ​เรือ ซึ่ง​เป็น​งาน​ที่​หลาย​คน​อยาก​ทำ​และ​มี​ราย​ได้​ดี ก่อน​หน้า​นี้​ผู้​รับใช้​ของ​พระ​ยะโฮวา​รู้​อยู่​แล้ว​ว่า​คริสเตียน​จะ​สู้​รบ​กับ​ประเทศ​อื่น​เพื่อ​ประเทศ​ของ​ตัว​เอง​ไม่​ได้ และ​พอ​ถึง​ช่วง​ปี 1941 เรา​ก็​เข้าใจ​ว่า​เรา​จะ​มี​ส่วน​สนับสนุน​การ​ทำ​อาวุธ​ไม่​ได้​ด้วย (ยอห์น 18:36) อู่​ต่อ​เรือ​ที่​ผม​ทำ​งาน​อยู่​นั้น​สร้าง​เรือ​ดำ​น้ำ ผม​เลย​ตัดสิน​ใจ​ว่า​ถึง​เวลา​แล้ว​ที่​จะ​เลิก​ทำ​งาน​นี้​และ​หัน​มา​รับใช้​เต็ม​เวลา​แทน เขต​มอบหมาย​แรก​ของ​ผม​อยู่​ที่​ไซเรนเซสเตอร์ เมือง​ที่​สวย​งาม​ใน​ค็อตส์โวลด์

ตอน​อายุ 18 ผม​ต้อง​ติด​คุก​อยู่ 9 เดือน​เพราะ​ไม่​ยอม​เป็น​ทหาร ผม​รู้สึก​แย่​มาก​ตอน​ที่​ประตู​คุก​ปิด​ดัง​ปั้ง แล้ว​ผม​ก็​อยู่​ใน​นั้น​คน​เดียว แต่​ไม่​ช้า ผู้​คุม​กับ​นัก​โทษ​คน​อื่น ๆ ก็​เริ่ม​ถาม​ผม​ว่า​ทำไม​ถึง​ติด​คุก ผม​ดีใจ​ที่​ได้​อธิบาย​ความ​เชื่อ​ของ​ผม​ให้​พวก​เขา​ฟัง

พอ​ได้​ออก​จาก​คุก ผม​ก็​ไป​ทำ​งาน​ประกาศ​กับ​เลนนาร์ด สมิท * พวก​เรา​ทำ​งาน​ประกาศ​กัน​หลาย​เมือง​ใน​มณฑล​เคนต์ ซึ่ง​เป็น​บ้าน​เกิด​ของ​เรา​ทั้ง​สอง​คน ตอน​นั้น พวก​นาซี​ใช้​เครื่องบิน​ไอพ่น​ที่​ไม่​มี​นัก​บิน มัน​เป็น​เครื่องบิน​ระเบิด​ที่​เรียก​ว่า “ดูเดิลบักส์” ตั้ง​แต่​ปี 1944 ก็​มี​เครื่องบิน​แบบ​นี้​เป็น​พัน ๆ ลำ​ตก​ที่​เคนต์ เรา​อยู่​ตรง​ทาง​ที่​เครื่องบิน​ผ่าน เพราะ​นาซี​ต้องการ​จะ​ยิง​ระเบิด​ไป​ที่​กรุง​ลอนดอน เมื่อ​เรา​ได้​ยิน​เสียง​เครื่อง​ยนต์​ดับ เรา​ก็​รู้​เลย​ว่า​อีก​ไม่​กี่​วินาที​เครื่องบิน​ลำ​นั้น​ก็​จะ​ตก​และ​ระเบิด ทุก​คน​หวาด​กลัว​มาก ใน​ช่วง​เวลา​นั้น​เรา​สอน​คัมภีร์​ไบเบิล​ให้​ครอบครัว​หนึ่ง​ซึ่ง​มี​กัน 5 คน บาง​ครั้ง​เรา​จะ​นั่ง​ใต้​โต๊ะ​เหล็ก​ซึ่ง​ออก​แบบ​มา​เพื่อ​ป้องกัน​เรา​ถ้า​บ้าน​ถล่ม​ลง​มา ใน​ที่​สุด​ครอบครัว​นั้น​รับ​บัพติศมา​กัน​ทุก​คน

ประกาศ​ข่าว​ดี​ใน​ประเทศ​อื่น

โฆษณา​การ​ประชุม​ใหญ่​ตอน​ที่​ผม​เป็น​ไพโอเนียร์​ใน​ไอร์แลนด์

หลัง​สงคราม ผม​ไป​เป็น​ไพโอเนียร์​อยู่​ทาง​ตอน​ใต้​ของ​ประเทศ​ไอร์แลนด์​อยู่ 2 ปี ตอน​ที่​ไป​ประกาศ​ตาม​บ้าน เรา​บอก​ผู้​คน​ว่า​เรา​เป็น​มิชชันนารี​และ​อยาก​ขอ​ที่​พัก เรา​เสนอ​วารสาร​ตาม​ถนน แต่​ไอร์แลนด์​กับ​อังกฤษ​ต่าง​กัน​มาก คน​ส่วน​ใหญ่​รู้สึก​ว่า​เรา​โง่​ที่​คิด​ว่า​ผู้​คน​ใน​ประเทศ​คาทอลิก​อย่าง​นี้​จะ​ตอบรับ​ข่าวสาร​ของ​เรา ตอน​ที่​ผู้​ชาย​คน​หนึ่ง​ขู่​ว่า​จะ​ทำ​ร้าย​เรา ผม​ก็​ไป​แจ้ง​ความ​กับ​ตำรวจ แต่​ตำรวจ​พูด​ว่า “แล้ว​คุณ​จะ​ให้​ผม​ทำ​ยัง​ไง​ล่ะ?” เรา​ไม่​รู้​มา​ก่อน​เลย​ว่า​พวก​บาทหลวง​มี​อิทธิพล​มาก​ขนาด​นี้ ถ้า​ใคร​รับ​หนังสือ​ของ​เรา​พวก​เขา​ก็​จะ​ทำ​ให้​คน​นั้น​ตก​งาน และ​ใน​ที่​สุด​เรา​เอง​ก็​ถูก​พวก​บาทหลวง​บีบ​ให้​ออก​จาก​ที่​ที่​เรา​อยู่

เมื่อ​เรา​ไป​ถึง​ที่​ใหม่ ไม่​ช้า​เรา​ก็​เรียน​รู้​ว่า​ดี​ที่​สุด​ที่​จะ​ประกาศ​ใน​ที่​ที่​บาทหลวง​ไม่​รู้​จัก​เรา เรา​เลย​ต้อง​ไป​ให้​ไกล​จาก​ที่​ที่​เรา​พัก แล้ว​เยี่ยม​ผู้​คน​ตรง​นั้น​ก่อน จาก​นั้น​ค่อย​ประกาศ​กับ​ผู้​คน​ที่​อยู่​ใกล้ ๆ เรา​ศึกษา​กับ​ชาย​หนุ่ม​คน​หนึ่ง​ที่​เมือง​คิลเคนนี​อาทิตย์​ละ 3 ครั้ง​แม้​จะ​มี​ผู้​คน​มา​ข่มขู่​เรา ผม​ชอบ​สอน​คัมภีร์​ไบเบิล​มาก​และ​อยาก​เป็น​มิชชันนารี ผม​จึง​สมัคร​เข้า​โรง​เรียน​ว็อชเทาเวอร์​ไบเบิล​แห่ง​กิเลียด

เรือ​ใบ​ซิบีอา เป็น​บ้าน​พัก​มิชชันนารี​ของ​เรา​ตั้ง​แต่​ปี 1948 ถึง​ปี 1953

หลัง​จาก​เรียน​อยู่ 5 เดือน​ใน​นิวยอร์ก เรา 4 คน​ที่​จบ​จาก​กิเลียด​ก็​ถูก​มอบหมาย​ให้​ไป​ตาม​เกาะ​เล็ก​เกาะ​น้อย​ใน​ทะเล​แคริบเบียน ใน​เดือน​พฤศจิกายน ปี 1948 เรา​ออก​จาก​นคร​นิวยอร์ก​ด้วย​เรือใบ​ขนาด 18 เมตร​ชื่อ​ซิ​บี​อา ผม​ตื่นเต้น​มาก​เพราะ​ไม่​เคย​แล่น​เรือ​มา​ก่อน แต่​กัสต์ มากี เพื่อน​ที่​จบ​มา​ด้วย​กัน​เคย​เป็น​กัปตัน​เรือ​ที่​มี​ประสบการณ์ เขา​สอน​ให้​เรา​รู้​ทักษะ​พื้น​ฐาน​บาง​อย่าง​ใน​การ​แล่น​เรือใบ อย่าง​เช่น วิธี​ชัก​และ​ลด​ใบ​เรือ วิธี​แล่น​เรือ​โดย​ใช้​เข็มทิศ และ​วิธี​แล่น​เรือ​ทวน​ลม กัสต์​บังคับ​เรือ​ให้​แล่น​ไป​อย่าง​ชำนิ​ชำนาญ​อยู่ 30 วัน ฝ่า​ลม​พายุ​รุนแรง​หลาย​ลูก​จน​ใน​ที่​สุด​เรา​ก็​มา​ถึง​หมู่​เกาะ​บาฮามาส

‘ประกาศ​ให้​หมู่​เกาะ​ฟัง’

หลัง​จาก​ที่​ประกาศ​ตาม​เกาะ​เล็ก ๆ ใน​หมู่​เกาะ​บาฮามาส​ได้​ประมาณ 2-3 เดือน​แล้ว เรา​ก็​แล่น​เรือ​ไป​ที่​หมู่​เกาะ​ลี​เวิร์ด​และ​หมู่​เกาะ​วิน​ด์เวิร์ด เกาะ​เล็ก ๆ เหล่า​นี้​เรียง​ราย​กัน​ยาว​เกือบ 800 กิโลเมตร​อยู่​ระหว่าง​หมู่​เกาะ​เวอร์จิน​กับ​เกาะ​ตรินิแดด ส่วน​ใหญ่​แล้ว​ใน​ช่วง 5 ปี​เรา​ไป​ประกาศ​ตาม​เกาะ​ที่​ห่าง​ไกล​มาก​ซึ่ง​ไม่​มี​พยาน​ฯ​บาง​ครั้ง​เรา​ไป​ประกาศ​หลาย​อาทิตย์ ทำ​ให้​ไม่​สามารถ​รับ​หรือ​ส่ง​จดหมาย​ได้​เลย แต่​เรา​มี​ความ​สุข​มาก​ที่​ได้​ประกาศ ‘ให้​หมู่​เกาะ​ฟัง’ เรื่อง​ของ​พระ​ยะโฮวา—ยรม. 31:10

มิชชันนารี​บน​เรือ​ซิบีอา (จาก​ซ้าย​ไป​ขวา) (1) รอน พาร์กิน (2) ดิค ไรด์ (3) กัสต์ มากี และ (4) สแตนลีย์ คาร์เตอร์

พอ​เรา​ทอด​สมอ​ที่​อ่าว ชาว​บ้าน​ก็​จะ​แตก​ตื่น​และ​จะ​มา​มุง​ดู​ที่​ท่า​เรือ​ว่า​เรา​เป็น​ใคร บาง​คน​ไม่​เคย​เห็น​เรือ​อย่าง​ที่​เรา​มี หรือ​ไม่​เคย​เห็น​คน​ผิว​ขาว​มา​ก่อน ชาว​เกาะ​เป็น​มิตร​และ​รู้​จัก​คัมภีร์​ไบเบิล​ดี พวก​เขา​มัก​เอา​ปลา​สด ๆ อะโวคาโด และ​ถั่ว​ลิสง​ให้​เรา แม้​จะ​ไม่​มี​ที่​ทาง​มาก​มาย​บน​เรือ​เล็ก ๆ ของ​เรา แต่​เรา​ก็​สามารถ​ทำ​อาหาร นอน และ​ซัก​เสื้อ​ผ้า​ของ​เรา​ได้

เรา​จะ​ขึ้น​ฝั่ง​และ​เยี่ยม​ผู้​คน​ทั้ง​วัน เรา​บอก​พวก​เขา​ว่า​จะ​มี​คำ​บรรยาย​เกี่ยว​กับ​คัมภีร์​ไบเบิล พอ​ตก​ค่ำ​เรา​ก็​จะ​สั่น​ระฆัง​เรือ น่า​ทึ่ง​มาก​ที่​เห็น​ผู้​คน​มา​กัน​เต็ม​ไป​หมด ตะเกียง​น้ำมัน​ที่​ชาว​บ้าน​ถือ​มา มอง​ดู​เหมือน​ดวง​ดาว​ระยิบระยับ​ที่​ลง​มา​ตาม​ไหล่​เขา บาง​ครั้ง​มี​คน​มา​ถึง​ร้อย​คน พวก​เขา​ถาม​คำ​ถาม​เรา​จน​ดึก พวก​เขา​ชอบ​ร้อง​เพลง เรา​เลย​พิมพ์​เพลง​ราชอาณาจักร​บาง​เพลง​ให้​พวก​เขา เรา​ทั้ง​สี่​คน​พยายาม​ร้อง​เพลง​ให้​ดี​ที่​สุด แล้ว​ชาว​บ้าน​ก็​เริ่ม​ร้อง​ไป​กับ​เรา​ด้วย เสียง​พวก​เขา​เพราะ​มาก มัน​เป็น​เวลา​ที่​ผม​มี​ความ​สุข​มาก​จริง ๆ

เมื่อ​เรา​สอน​คัมภีร์​ไบเบิล​เสร็จ นัก​ศึกษา​บาง​คน​ก็​จะ​เดิน​ตาม​เรา​ไป​ที่​บ้าน​ราย​เยี่ยม​คน​ถัด​ไป​เพื่อ​จะ​ได้​นั่ง​ฟัง​อีก หลัง​จาก​อยู่​ที่​หนึ่ง​สัก 2-3 อาทิตย์​เรา​ก็​ต้อง​ไป แต่​เรา​มัก​ขอ​คน​ที่​สนใจ​ที่​สุด​ให้​ศึกษา​กับ​คน​อื่น ๆ ต่อ​จน​กว่า​เรา​จะ​กลับ​มา ดี​จริง ๆ ที่​ได้​เห็น​ว่า​คน​เหล่า​นี้​บาง​คน​ทำ​งาน​ที่​ได้​รับ​มอบหมาย​อย่าง​จริงจัง​แค่​ไหน

ทุก​วัน​นี้ เกาะ​เหล่า​นี้​หลาย​เกาะ​มี​นัก​ท่อง​เที่ยว​เต็ม​ไป​หมด แต่​สมัย​โน้น​เป็น​สถาน​ที่​เงียบ ๆ มี​แต่​ทะเลสาบ​น้ำ​เค็ม​สี​ฟ้า ชาย​หาด​สี​ขาว และ​ต้น​ปาล์ม เรา​มัก​แล่น​เรือ​จาก​เกาะ​หนึ่ง​ไป​อีก​เกาะ​หนึ่ง​ตอน​กลางคืน โลมา​ก็​จะ​มา​แหวก​ว่าย​อยู่​ข้าง ๆ เรา เรา​จะ​ได้​ยิน​แต่​เสียง​เรือ​ที่​ปะทะ​กับ​น้ำ แสง​ของ​ดวง​จันทร์​ใน​ทะเล​มอง​ดู​เหมือน​กับ​ทาง​สี​เงิน​ที่​พา​ไป​ถึง​ขอบ​ฟ้า

หลัง​จาก​ที่​ประกาศ​ตาม​หมู่​เกาะ​อยู่ 5 ปี เรา​ก็​แล่น​เรือ​ไป​ที่​เกาะ​เปอร์โตริโก​เพื่อ​หา​เรือ​ลำ​ใหม่​ที่​มี​เครื่อง​ยนต์ พอ​เรา​ไป​ถึง ผม​ก็​พบ​กับ​แมกซีน บอยด์ มิชชันนารี​สาว​แสน​สวย ผม​ตก​หลุม​รัก​เธอ​เข้า​อย่าง​จัง เธอ​เป็น​ผู้​ประกาศ​ข่าว​ดี​ที่​กระตือรือร้น​ตั้ง​แต่​เด็ก เธอ​เคย​รับใช้​เป็น​มิชชันนารี​ใน​สาธารณรัฐ​โดมินิกัน แต่​ใน​ปี 1950 รัฐบาล​คาทอลิก​ก็​สั่ง​เธอ​ให้​ออก​จาก​ประเทศ เนื่อง​จาก​ผม​เป็น​ลูกเรือ ผม​จึง​มี​ใบ​อนุญาต​ให้​อยู่​ใน​เปอร์โตริโก​ได้​แค่​เดือน​เดียว หลัง​จาก​นั้น​ผม​จะ​ต้อง​แล่น​เรือ​ไป​ตาม​เกาะ​ต่าง ๆ และ​คง​ไม่​ได้​กลับ​มา​ที่​นี่​อีก​หลาย​ปี ผม​จึง​พูด​กับ​ตัว​เอง​ว่า ‘โรนัลด์ ถ้า​แก​รัก​ผู้​หญิง​คน​นี้​จริง แก​ต้อง​รีบ’ หลัง​จาก​นั้น 3 อาทิตย์​ผม​ก็​ขอ​เธอ​แต่งงาน และ​หลัง​จาก​นั้น 6 อาทิตย์​เรา​ก็​แต่งงาน​กัน ผม​กับ​แมกซีน​ได้​รับ​มอบหมาย​ให้​เป็น​มิชชันนารี​ที่​เปอร์โตริโก ผม​เลย​ไม่​ได้​ไป​กับ​เรือ​ลำ​ใหม่​นั้น​เลย

ใน​ปี 1956 เรา​เริ่ม​รับใช้​เป็น​ผู้​ดู​แล​หมวด เรา​ชอบ​ไป​เยี่ยม​พี่​น้อง พี่​น้อง​หลาย​คน​ยาก​จน ตัว​อย่าง​เช่น ใน​หมู่​บ้าน​โพ​ทา​ลา พาสตีโย มี​พยาน​ฯ​อยู่​สอง​ครอบครัว พวก​เขา​มี​ลูก​หลาย​คน ผม​ชอบ​เป่า​ฟลุท​ให้​พวก​เขา​ฟัง ผม​ถาม​ฮิลดา​เด็ก​ผู้​หญิง​ตัว​เล็ก ๆ คน​หนึ่ง​ว่า​เธอ​อยาก​มา​ประกาศ​กับ​เรา​ไหม เธอ​บอก​ว่า “หนู​อยาก​ไป​ค่ะ แต่​หนู​ไม่​มี​รอง​เท้า” เรา​ซื้อ​รอง​เท้า​ให้​เธอ​คู่​หนึ่ง​แล้ว​เธอ​ก็​มา​ประกาศ​กับ​เรา หลาย​ปี​ต่อ​มา เมื่อ​ผม​กับ​แมกซีน​ไป​ที่​บรุกลิน​ใน​ปี 1972 พี่​น้อง​หญิง​คน​หนึ่ง​ที่​เพิ่ง​จบ​จาก​โรง​เรียน​กิเลียด​มา​คุย​กับ​เรา เธอ​กำลัง​จะ​ไป​ที่​เขต​มอบหมาย​ที่​ประเทศ​เอกวาดอร์ เธอ​บอก​ว่า “จำ​หนู​ได้​รึ​เปล่า​คะ? หนู​คือ​เด็ก​ผู้​หญิง​ตัว​เล็ก ๆ จาก​พาสตีโย​ที่​ไม่​มี​รอง​เท้า​ไง​คะ” เธอ​คือ​ฮิลดา​นี่​เอง เรา​ดีใจ​มาก​จน​ร้องไห้

ใน​ปี 1960 เรา​เริ่ม​รับใช้​ที่​สาขา​เปอร์โตริโก ซึ่ง​อยู่​ใน​บ้าน​หลัง​เล็ก ๆ ใน​ซานตูร์เซ เมือง​ซานฮวน ผม​กับ​เลนนาร์ด จอห์นสัน​ทำ​งาน​ที่​นั่น เลนนาร์ด​กับ​ภรรยา​เป็น​พยาน​ฯ​คน​แรก ๆ ใน​สาธารณรัฐ​โดมินิกัน แล้ว​พอ​ปี 1957 พวก​เขา​ย้าย​มา​ที่​เปอร์โตริโก ตอน​แรก​ผม​กับ​เลนนาร์ด​ทำ​งาน​เกือบ​ทุก​อย่าง ต่อ​มา แมกซีน​มา​ช่วย​เรื่อง​การ​ส่ง​วารสาร​ให้​คน​ที่​บอกรับ มี​การ​ส่ง​วารสาร​มาก​กว่า​พัน​ฉบับ​ทุก​อาทิตย์ เธอ​ชอบ​ทำ​งาน​นี้​เพราะ​คิด​ถึง​คน​ที่​จะ​ได้​เรียน​รู้​เรื่อง​พระ​ยะโฮวา

ผม​ชอบ​ทำ​งาน​ที่​เบเธล​เพราะ​ผม​ได้​ใช้​พละกำลัง​ที่​ผม​มี​ใน​การ​รับใช้​พระ​ยะโฮวา แต่​งาน​นี้​ก็​ไม่​ง่าย ตัว​อย่าง​เช่น ใน​ปี 1967 มี​การ​ประชุม​นานา​ชาติ​ใน​เปอร์โตริโก​เป็น​ครั้ง​แรก ผม​มี​งาน​ที่​ต้อง​รับผิดชอบ​เยอะ​มาก นาธาน นอร์​ซึ่ง​ตอน​นั้น​เป็น​พี่​น้อง​ที่​นำ​หน้า​งาน​ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา​มา​ที่​เปอร์โตริโก เขา​เข้าใจ​ผิด​ว่า​ผม​ไม่​ได้​จัด​การ​เรื่อง​การ​เดิน​ทาง​ให้​พวก​มิชชันนารี​ที่​มา​ประชุม​ทั้ง ๆ ที่​ผม​ทำ​ไป​แล้ว หลัง​จาก​นั้น​เขา​ก็​แนะ​นำ​ผม​ให้​เป็น​คน​มี​ระเบียบ และ​บอก​ว่า​เขา​ผิด​หวัง​ใน​ตัว​ผม ผม​ไม่​อยาก​เถียง​เขา แต่​ผม​ก็​รู้สึก​ว่า​มัน​ไม่​ยุติธรรม ผม​รู้สึก​แย่​อยู่​พัก​หนึ่ง แต่​พอ​ผม​กับ​แมกซีน​เจอ​พี่​น้อง​นอร์​อีก​ครั้ง เขา​ก็​เชิญ​เรา​ไป​ที่​ห้อง​และ​ทำ​อาหาร​ให้​เรา​กิน

เรา​กลับ​ไป​เยี่ยม​ครอบครัว​หลาย​ครั้ง​ใน​อังกฤษ ตอน​ที่​ผม​กับ​แม่​ตอบรับ​ความ​จริง พ่อ​ยัง​ไม่​สนใจ แต่​ถ้า​เมื่อ​ไร​ที่​มี​ผู้​บรรยาย​จาก​เบเธล​มา​บรรยาย แม่​ก็​มัก​จะ​ให้​พวก​เขา​มา​พัก​ที่​บ้าน​ของ​เรา พ่อ​รู้สึก​ว่า​ผู้​ดู​แล​ที่​มา​จาก​เบเธล​เหล่า​นี้​เป็น​คน​ถ่อม​ตัว พวก​เขา​ไม่​เหมือน​กับ​พวก​นัก​เทศน์​ที่​เคย​รังเกียจ​พ่อ​เมื่อ​หลาย​ปี​ก่อน ใน​ที่​สุด​ใน​ปี 1962 พ่อ​ก็​รับ​บัพติศมา​เป็น​พยาน​พระ​ยะโฮวา

ผม​กับ​แมกซีน​ใน​เปอร์โตริโก​หลัง​จาก​แต่งงาน​กัน​ได้​ไม่​นาน และ​ใน​วัน​ครบ​รอบ​แต่งงาน 50 ปี​ใน​ปี 2003

แมกซีน​ภรรยา​สุด​ที่​รัก​ของ​ผม​ตาย​ใน​ปี 2011 ผม​ตั้ง​ตา​คอย​ที่​เธอ​จะ​ถูก​ปลุก​และ​มา​เจอ​ผม​อีก​ครั้ง ความ​หวัง​นี้​ทำ​ให้​ผม​มี​ความ​สุข​มาก ใน​ช่วง 58 ปี​ที่​อยู่​ด้วย​กัน เรา​ได้​เห็น​จำนวน​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ใน​เปอร์โตริโก​เพิ่ม​ขึ้น​จาก​ประมาณ 650 คน เป็น 26,000 คน สาขา​เปอร์โตริโก​ถูก​รวม​เข้า​กับ​สาขา​สหรัฐ​ใน​ปี 2013 และ​ผม​ได้​รับ​เชิญ​ให้​ไป​รับใช้​ที่​วอลล์คิลล์ ใน​นิวยอร์ก ผม​ได้​อยู่​ใน​เปอร์โตริโก​นาน​ถึง 60 ปี จน​ผม​รู้สึก​ว่า​ตัว​เอง​เป็น​คน​เปอร์โตริโก เป็น​เหมือน​กบ​โคคี​ตัว​เล็ก ๆ ของ​เปอร์โตริโก​ที่​ร้อง​โคคีโคคี​ตอน​หัวค่ำ ผม​มี​ความ​สุข​ใน​เปอร์โตริโก​แต่​ตอน​นี้​เป็น​เวลา​ที่​ต้อง​ก้าว​เดิน​ต่อ​ไป

“พระเจ้า​รัก​คน​ที่​มี​ความ​สุข​กับ​การ​ให้”

ผม​ยัง​คง​มี​ความ​สุข​กับ​การ​รับใช้​พระเจ้า​ใน​เบเธล ตอน​นี้​ผม​อายุ​มาก​กว่า 90 ปี​แล้ว งาน​ของ​ผม​ก็​คือ​ให้​กำลังใจ​สมาชิก​ครอบครัว​เบเธล และ​ตั้ง​แต่​ที่​ผม​มา​ที่​วอลล์คิลล์ ผม​เยี่ยม​พี่​น้อง​ชาย​หญิง​มา​แล้ว​มาก​กว่า 600 คน บาง​คน​ก็​มา​หา​ผม​เพราะ​อยาก​ปรึกษา​ปัญหา​ส่วน​ตัว​หรือ​ปัญหา​ครอบครัว บาง​คน​ก็​อยาก​ขอ​คำ​แนะ​นำ​ว่า​ทำ​อย่าง​ไร​ถึง​จะ​รับใช้​ใน​เบเธล​ได้​ดี ส่วน​บาง​คน​ก็​อยาก​ได้​คำ​แนะ​นำ​เพราะ​เพิ่ง​แต่งงาน หรือ​ได้​รับ​งาน​มอบหมาย​ใหม่​ให้​เป็น​ไพโอเนียร์ ผม​รับ​ฟัง​ทุก​คน​ที่​มา​คุย​กับ​ผม และ​เมื่อ​มี​จังหวะ​เหมาะ ผม​มัก​บอก​พวก​เขา​ว่า “‘พระเจ้า​รัก​คน​ที่​มี​ความ​สุข​กับ​การ​ให้’ ขอ​ให้​มี​ความ​สุข​กับ​งาน​ของ​คุณ คุณ​ทำ​เพื่อ​พระ​ยะโฮวา”—2 คร. 9:7

ถ้า​คุณ​อยาก​มี​ความ​สุข​ใน​การ​ทำ​งาน​ไม่​ว่า​จะ​ที่​เบเธล​หรือ​ที่​อื่น คุณ​ต้อง​คิด​เสมอ​ว่า ทำไม​งาน​ที่​คุณ​ทำ​อยู่​เป็น​งาน​ที่​สำคัญ ทุก​สิ่ง​ที่​เรา​ทำ​ที่​เบเธล​เป็น​งาน​ศักดิ์สิทธิ์ เป็น​งาน​ที่​ช่วย “ทาส​ที่​ซื่อ​สัตย์​และ​สุขุม” จัด​เตรียม​ความ​รู้​ให้​กับ​พี่​น้อง​ทั่ว​โลก (มธ. 24:45) ไม่​ว่า​เรา​จะ​รับใช้​พระ​ยะโฮวา​ที่​ไหน เรา​ก็​มี​โอกาส​สรรเสริญ​พระองค์ ดัง​นั้น ให้​เรา​มี​ความ​สุข​กับ​งาน​ที่​พระองค์​ให้​เรา​ทำ​เพราะ “พระเจ้า​รัก​คน​ที่​มี​ความ​สุข​กับ​การ​ให้”

^ วรรค 13 อ่าน​เรื่อง​ราว​ชีวิต​จริง​ของ​พี่​น้อง​เลนนาร์ด สมิท ได้​ใน​หอสังเกตการณ์ 15 เมษายน 2012