ข้ามไปยังเนื้อหา

ข้ามไปยังสารบัญ

วิธีที่ครอบครัวของเรากลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง

วิธีที่ครอบครัวของเรากลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง

วิธี​ที่​ครอบครัว​ของ​เรา​กลับ​มา​อยู่​ร่วม​กัน​อีก​ครั้ง

เล่า​โดย ลาร์ส​และ​ยูดิท เวสเตอร์การ์

บ้าน​ของ​พวก​เขา​ก็​ดู​เหมือน​บ้าน​ทั่ว ๆ ไป​สำหรับ​ครอบครัว​ที่​มี​ความ​สุข​ใน​เดนมาร์ก. นี่​เป็น​บ้าน​ที่​น่า​อยู่​พร้อม​กับ​สวน​ที่​สวย​งาม ตั้ง​อยู่​ใน​หมู่​บ้าน​ที่​สงบ​ร่ม​รื่น. ภาย​ใน​บ้าน รูป​ถ่าย​ขนาด​ใหญ่​ติด​อยู่​บน​ผนัง​เป็น​รูป​ของ​ลูก ๆ ใน​ครอบครัว​นี้​ซึ่ง​มี​สุขภาพ​ดี​และ​ยิ้ม​แย้ม​แจ่ม​ใส.

ลาร์ส ผู้​เป็น​พ่อ เป็น​ผู้​ปกครอง​ใน​ประชาคม​แห่ง​หนึ่ง​ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา. ยูดิท ภรรยา​ของ​เขา​เป็น​ไพโอเนียร์ (ผู้​เผยแพร่​ข่าว​ดี​เต็ม​เวลา). แม้​ว่า​เขา​ทั้ง​สอง​เป็น​คู่​สมรส​ที่​มี​ความ​สุข แต่​ก็​ไม่​ได้​เป็น​เช่น​นี้​เสมอ​มา. ลาร์ส​กับ​ยูดิท​เคย​ประสบ​ปัญหา​และ​ความ​ขมขื่น​ซึ่ง​ทำ​ให้​ทั้ง​สอง​หย่า​ขาด​จาก​กัน​และ​ทำ​ให้​ครอบครัว​แตก​แยก. แต่​ใน​ปัจจุบัน ครอบครัว​ของ​เขา​กลับ​มา​อยู่​ร่วม​กัน​อีก. เพราะ​เหตุ​ใด? ให้​เขา​ทั้ง​สอง​อธิบาย​เอง​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น.

ลาร์ส​กับ​ยูดิท​ไม่​รังเกียจ​ที่​จะ​เล่า​ให้​เรา​ฟัง​ว่า​มี​อะไร​ได้​ผิด​พลาด​ไป​อย่าง​ร้ายแรง​ใน​ชีวิต​สมรส​ของ​เขา​และ​วิธี​ที่​เขา​กลับ​มา​อยู่​ร่วม​กัน​อีก. เขา​ทั้ง​สอง​รู้สึก​ว่า​ประสบการณ์​ของ​ตน​อาจ​เป็น​ประโยชน์​แก่​คน​อื่น ๆ.

เริ่ม​ต้น​อย่าง​สดใส

ลาร์ส: ชีวิต​สมรส​ของ​เรา​เริ่ม​ต้น​ด้วย​ความ​สุข​ล้น​ใน​เดือน​เมษายน 1973. โลก​ทั้ง​โลก​ดู​สดใส​เหลือ​เกิน. เรา​ไม่​รู้​จัก​คัมภีร์​ไบเบิล​หรือ​พยาน​พระ​ยะโฮวา แต่​เรา​เชื่อ​มั่น​ว่า​เรา​สามารถ​ทำ​ให้​โลก​น่า​อยู่​ขึ้น​กว่า​เดิม​ถ้า​ทุก​คน​พยายาม​มาก​พอ. เรา​จึง​เข้า​ร่วม​ใน​กิจกรรม​ทาง​การ​เมือง​หลาย​อย่าง. ความ​สุข​ของ​เรา​ยิ่ง​ทวี​ขึ้น​เมื่อ​ครอบครัว​เรา​มี​ลูก​ชาย​ที่​มี​สุขภาพ​ดี​และ​มี​ชีวิต​ชีวา​สาม​คน​เพิ่ม​เข้า​มา คือ​มาร์ติน, โทมัส, และ​โยนาส.

ยูดิท: ตอน​นั้น​ดิฉัน​เป็น​ข้าราชการ​ระดับ​บริหาร​ใน​หน่วย​งาน​แห่ง​หนึ่ง​ของ​รัฐ. ใน​เวลา​เดียว​กัน ดิฉัน​เข้า​ร่วม​ใน​กิจกรรม​ทาง​การ​เมือง​และ​สหภาพ​แรงงาน. ดิฉัน​ได้​รับ​ตำแหน่ง​สูง​ขึ้น​เรื่อย ๆ.

ลาร์ส: ส่วน​ตัว​ผม ผม​ทำ​งาน​ใน​สหภาพ​แรงงาน​ขนาด​ใหญ่​แห่ง​หนึ่ง และ​ผม​ก็​ก้าว​ขึ้น​สู่​ตำแหน่ง​ที่​สำคัญ. อาชีพ​การ​งาน​ของ​เรา​กำลัง​เจริญ​ก้าว​หน้า และ​ดู​เหมือน​ไม่​มี​อะไร​จะ​มา​คุกคาม​ความ​สุข​ของ​เรา.

ค่อย ๆ ห่าง​เหิน

ลาร์ส: แต่​เรา​ต่าง​ก็​หมกมุ่น​อยู่​กับ​งาน​ของ​ตัว​เอง​จน​มี​เวลา​ให้​กัน​น้อย​ลง​ทุก​ที. เรา​ทำ​งาน​ให้​พรรค​การ​เมือง​เดียว​กัน​แต่​อยู่​คน​ละ​ส่วน. ลูก​ชาย​สาม​คน​ของ​เรา​ก็​ให้​คน​อื่น​ดู​แล ถ้า​ไม่​จ้าง​พี่​เลี้ยง​ก็​ให้​อยู่​ใน​สถาน​รับ​เลี้ยง​เด็ก. เนื่อง​จาก​เรา​ทั้ง​สอง​คน​ห่วง​แต่​เรื่อง​ของ​ตัว​เอง ชีวิต​ครอบครัว​ของ​เรา​จึง​เริ่ม​ยุ่งเหยิง. ถ้า​เรา​ทั้ง​สอง​คน ​บังเอิญ ​อยู่​บ้าน เรา​ก็​มัก​จะ​ทะเลาะ​ขึ้น​เสียง​ใส่​กัน​อยู่​บ่อย ๆ. ต่อ​มา​ผม​ก็​เริ่ม​ดื่ม​แอลกอฮอล์​ย้อม​ใจ.

ยูดิท: แน่นอน​ค่ะ เรา​ยัง​รัก​กัน​อยู่​และ​รัก​ลูก ๆ ด้วย แต่​ความ​รัก​ของ​เรา​ไม่​เคย​ถูก​ปลูกฝัง​ใน​แบบ​ที่​ควร​จะ​เป็น; มัน​จึง​ดู​เหมือน​จะ​เหี่ยว​เฉา​ไป. สัมพันธภาพ​ของ​เรา​เริ่ม​ไม่​ราบรื่น และ​ผล​ก็​คือ​พวก​ลูก ๆ เป็น​ฝ่าย​รับ​ทุกข์.

ลาร์ส: ด้วย​ความ​พยายาม​สุด​กำลัง​ที่​จะ​ฟื้นฟู​สภาพ​ครอบครัว​ของ​เรา ผม​จึง​ตัดสิน​ใจ​ลา​ออก​จาก​งาน. ใน​ปี 1985 เรา​ย้าย​ออก​จาก​เมือง​นั้น​มา​ยัง​หมู่​บ้าน​ที่​เรา​อยู่​ใน​ปัจจุบัน. สิ่ง​ต่าง ๆ ดี​ขึ้น​ระยะ​หนึ่ง แต่​ผม​กับ​ภรรยา​ก็​ยัง​คง​ห่วง​แต่​เรื่อง​ของ​ตัว​เอง. ใน​ที่​สุด เมื่อ​เดือน​กุมภาพันธ์ 1989 หลัง​จาก​เรา​อยู่​ร่วม​กัน​ได้ 16 ปี สาย​สมรส​ของ​เรา​ก็​จบ​ลง​ด้วย​การ​หย่าร้าง. ครอบครัว​ของ​เรา​พัง​ทลาย​ลง.

ยูดิท: เป็น​เรื่อง​เศร้า​จริง ๆ ที่​เห็น​ครอบครัว​ของ​เรา​แตก​ออก​เป็น​เสี่ยง ๆ และ​เห็น​ว่า​ลูก ๆ ต้อง​ทน​ทุกข์​สัก​เพียง​ไร. เรา​บาดหมาง​กัน​มาก​ถึง​ขนาด​ที่​เรา​ไม่​อาจ​จะ​ตก​ลง​กัน​ได้​ใน​เรื่อง​การ​แบ่ง​กัน​ปกครอง​ดู​แล​ลูก ๆ ดิฉัน​จึง​รับ​สิทธิ์​ใน​การ​ดู​แล​ลูก​ทั้ง​สาม​คน.

ลาร์ส: ผม​กับ​ยูดิท​เคย​พยายาม​อย่าง​สับสน​อยู่​สอง​สาม​ครั้ง​เพื่อ​รักษา​ครอบครัว​ที่​กำลัง​แตก​เป็น​เสี่ยง ๆ ไว้. เรา​ถึง​กับ​อธิษฐาน​ขอ​ให้​พระเจ้า​ทรง​ช่วย. แต่​เรา​รู้​เรื่อง​พระเจ้า​น้อย​มาก.

ยูดิท: เมื่อ​เรา​อธิษฐาน เรา​รู้สึก​ว่า​พระเจ้า​ไม่​สดับ. เรา​รู้สึก​ขอบคุณ​ที่​ตั้ง​แต่​นั้น​เรา​เห็น​ว่า​พระเจ้า​ทรง​สดับ​คำ​อธิษฐาน​ของ​เรา​จริง ๆ.

ลาร์ส: เรา​ไม่​ตระหนัก​เลย​ว่า​เรา​จำ​ต้อง​ใช้​ความ​บากบั่น​และ​เปลี่ยน​แปลง​ตัว​เรา​เอง. ดัง​นั้น การ​หย่าร้าง​จึง​กลาย​เป็น​ความ​จริง​อัน​ขมขื่น.

จุด​เปลี่ยน​ที่​ไม่​ได้​คาด​คิด​สำหรับ​ลาร์ส

ลาร์ส: ขณะ​ที่​ผม​อยู่​คน​เดียว เหตุ​การณ์​ก็​พลิก​ผัน​ไป​อย่าง​ที่​ไม่​ได้​คาด​คิด​เลย. วัน​หนึ่ง​ผม​รับ​วารสาร​สอง​ฉบับ​จาก​พยาน​พระ​ยะโฮวา. ก่อน​หน้า​นั้น ผม​ปฏิเสธ​พวก​พยาน​ฯ เสมอ. แต่​เมื่อ​ผม​อ่าน​วารสาร​เหล่า​นั้น ผม​เห็น​ว่า​จริง ๆ แล้ว​พวก​พยาน​ฯ เชื่อ​ทั้ง​พระเจ้า​และ​พระ​เยซู​คริสต์. นั่น​เป็น​เรื่อง​ที่​ทำ​ให้​ผม​แปลก​ใจ​จริง ๆ. ผม​ไม่​เคย​รู้​เลย​ว่า​พวก​เขา​เป็น​คริสเตียน.

ใน​ช่วง​เดียว​กัน ผม​ก็​ย้าย​ไป​อยู่​กับ​ผู้​หญิง​คน​หนึ่ง​ที่​ผม​เคย​รู้​จัก​มา​ก่อน. ปรากฏ​ว่า​ผู้​หญิง​คน​นี้​เคย​เป็น​พยาน​พระ​ยะโฮวา. เมื่อ​ผม​เริ่ม​ถาม​เธอ เธอ​ก็​เปิด​คัมภีร์​ไบเบิล​ให้​ผม​ดู​ว่า ยะโฮวา คือ​พระ​นาม​ของ​พระเจ้า. ดัง​นั้น “พยาน​พระ​ยะโฮวา” จึง​หมาย​ความ​ว่า “พยาน​ของ​พระเจ้า”!

ผู้​หญิง​คน​นั้น​จัด​การ​ให้​ผม​เข้า​ฟัง​คำ​บรรยาย​สาธารณะ​ที่​หอ​ประชุม​ใหญ่​ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา. สิ่ง​ที่​ผม​เห็น​ที่​นั่น​กระตุ้น​ความ​สนใจ​ของ​ผม​จริง ๆ. ผม​ไป​ที่​หอ​ประชุม​ท้องถิ่น​เพื่อ​จะ​เรียน​รู้​มาก​ขึ้น และ​การ​ศึกษา​คัมภีร์​ไบเบิล​ก็​เริ่ม​ขึ้น. ไม่​นาน​นัก​ผม​ก็​ตระหนัก​ว่า​แนว​ทาง​ชีวิต​ของ​ผม​นั้น​ผิด ผม​จึง​ย้าย​จาก​เพื่อน​หญิง​แล้ว​กลับ​ไป​อยู่​ที่​บ้าน​เกิด​ของ​ผม​คน​เดียว. หลัง​จาก​ลังเล​อยู่​พัก​หนึ่ง ผม​ก็​ติด​ต่อ​กับ​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ใน​เมือง​นั้น​และ​ศึกษา​คัมภีร์​ไบเบิล​ต่อ.

กระนั้น ผม​ก็​ยัง​มี​ข้อ​สงสัย​บาง​อย่าง. พยาน​พระ​ยะโฮวา​เป็น​ไพร่พล​ของ​พระเจ้า​จริง ๆ หรือ? แล้ว​ทุก​สิ่ง​ที่​ผม​เรียน​รู้​เมื่อ​ตอน​เป็น​เด็ก​ล่ะ? เนื่อง​จาก​ผม​เติบโต​ใน​นิกาย​เซเวนท์เดย์ แอดเวนติสต์ ผม​จึง​ไป​ติด​ต่อ​กับ​นัก​เทศน์​ใน​นิกาย​นี้. เขา​ตก​ลง​จะ​ศึกษา​กับ​ผม​ทุก​วัน​พุธ ขณะ​ที่​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ศึกษา​กับ​ผม​ทุก​วัน​จันทร์. ผม​ต้องการ​คำ​ตอบ​ที่​ชัดเจน​จาก​ทั้ง​สอง​กลุ่ม​โดย​เฉพาะ​สี่​เรื่อง​คือ: การ​เสด็จ​กลับ​ของ​พระ​คริสต์, การ​กลับ​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย, หลัก​คำ​สอน​เรื่อง​ตรีเอกานุภาพ, และ​วิธี​ที่​ประชาคม​ควร​ได้​รับ​การ​จัด​ระเบียบ. ผม​ใช้​เวลา​ไม่​กี่​เดือน​ใน​การ​ลบ​ล้าง​ข้อ​สงสัย​ทุก​ข้อ​ออก​ไป. ใน​ทั้ง​สี่​เรื่อง—และ​เรื่อง​อื่น ๆ ทุก​เรื่อง—ความ​เชื่อ​ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา​เท่า​นั้น​ที่​อาศัย​คัมภีร์​ไบเบิล​อย่าง​แท้​จริง. ผล​ก็​คือ ผม​เริ่ม​เข้า​ร่วม​ใน​กิจกรรม​ทุก​อย่าง​ของ​ประชาคม​ด้วย​ความ​ยินดี​และ​ไม่​นาน​ก็​อุทิศ​ตัว​แด่​พระ​ยะโฮวา. ใน​เดือน​พฤษภาคม 1990 ผม​รับ​บัพติสมา.

แล้ว​ยูดิท​ล่ะ?

ยูดิท: เมื่อ​วิกฤตการณ์​ใน​ชีวิต​สมรส​ของ​เรา​มา​ถึง​ขั้น​เลว​ร้าย​สุด​ขีด ดิฉัน​เริ่ม​ไป​โบสถ์​อีก​ครั้ง. เมื่อ​ดิฉัน​ได้​ยิน​ว่า​ลาร์ส​เข้า​มา​เป็น​พยาน​พระ​ยะโฮวา ดิฉัน​ไม่​พอ​ใจ​เลย. โยนาส​วัย​สิบ​ขวบ ลูก​ชาย​คน​เล็ก​ของ​เรา ไป​เยี่ยม​พ่อ​ของ​เขา​บ้าง แต่​ดิฉัน​ห้าม​ลาร์ส​พา​โยนาส​ไป​ร่วม​การ​ประชุม​ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา. ลาร์ส​อุทธรณ์​ต่อ​ศาล แต่​ศาล​ก็​เข้า​ข้าง​ดิฉัน.

ดิฉัน​ได้​พบ​ผู้​ชาย​คน​ใหม่. นอก​จาก​นี้ ดิฉัน​ยัง​เข้า​ไป​เกี่ยว​พัน​มาก​ขึ้น​กับ​การ​เมือง​และ​งาน​สังคม​ทุก​รูป​แบบ. ดัง​นั้น ถ้า​มี​ใคร​พูด​เรื่อง​โอกาส​ที่​ครอบครัว​ของ​เรา​จะ​กลับ​มา​อยู่​ร่วม​กัน​อีก​ใน​ตอน​นั้น​ล่ะ​ก็ ดู​เหมือน​เป็น​ไป​ไม่​ได้.

เพื่อ​จะ​หา​ข้อ​โต้​แย้ง​พวก​พยาน​พระ​ยะโฮวา ดิฉัน​จึง​ไป​หา​นัก​เทศน์​ประจำ​ท้อง​ที่ ซึ่ง​ยอม​รับ​ตรง ๆ ว่า​เขา​ไม่​รู้​อะไร​เลย​เกี่ยว​กับ​พวก​พยาน​ฯ และ​ไม่​มี​หนังสือ​เกี่ยว​กับ​พวก​เขา. เขา​พูด​ได้​แต่​เพียง​ว่า ดิฉัน​ควร​จะ​อยู่​ห่าง ๆ จาก​พวก​พยาน​ฯ. แน่นอน นั่น​ไม่​ได้​เปลี่ยน​ทัศนะ​ใน​แง่​ลบ​ที่​ดิฉัน​มี​ต่อ​พยาน​พระ​ยะโฮวา. แต่​แล้ว​ดิฉัน​จำ​ต้อง​พบ​กับ​พวก​เขา​ใน​วิธี​ที่​คิด​ไม่​ถึง.

น้อง​ชาย​ของ​ดิฉัน​ซึ่ง​อยู่​ใน​สวีเดน​เข้า​มา​เป็น​พยาน​พระ​ยะโฮวา และ​ดิฉัน​ได้​รับ​เชิญ​ไป​งาน​แต่งงาน​ของ​เขา​ที่​หอ​ประชุม​ราชอาณาจักร! ประสบการณ์​ครั้ง​นั้น​ทำ​ให้​ทัศนะ​ของ​ดิฉัน​ต่อ​พวก​พยาน​ฯ เปลี่ยน​ไป​อย่าง​เชิง. ดิฉัน​แปลก​ใจ​มาก​ที่​พวก​เขา​ไม่​ใช่​คน​น่า​เบื่อ​อย่าง​ที่​ดิฉัน​นึก​ภาพ​มา​ตลอด. พวก​เขา​เป็น​คน​ใจ​ดี​และ​มี​ความ​สุข เป็น​คน​มี​อารมณ์​ขัน​ด้วย​ซ้ำ.

ขณะ​เดียว​กัน ลาร์ส อดีต​สามี​ของ​ดิฉัน ก็​เปลี่ยน​ไป​โดย​สิ้นเชิง. เขา​สำนึก​ถึง​ความ​รับผิดชอบ​มาก​ขึ้น, ใช้​เวลา​กับ​ลูก ๆ, เป็น​คน​กรุณา​และ​ควบคุม​คำ​พูด​ของ​ตัว​เอง, และ​ไม่​ได้​ดื่ม​จัด​เหมือน​เมื่อ​ก่อน. บุคลิกภาพ​ของ​เขา​ดู​มี​เสน่ห์​จริง ๆ! ตอน​นี้​เขา​เป็น​ผู้​ชาย​แบบ​ที่​ดิฉัน​อยาก​ให้​เขา​เป็น​เสมอ​มา. ช่าง​ข้องขัดใจ​จริง ๆ เมื่อ​คิด​ว่า ดิฉัน​ไม่​ได้​สมรส​กับ​เขา​แล้ว​และ​บาง​ที​ใน​วัน​ข้าง​หน้า​เขา​อาจ​จะ​สมรส​กับ​ผู้​หญิง​อื่น!

แล้ว​ดิฉัน​ก็​วาง​แผน “จู่​โจม” อย่าง​แยบยล. ครั้ง​หนึ่ง​เมื่อ​โยนาส​กำลัง​อยู่​กับ​พ่อ​ของ​เขา ดิฉัน​จัดแจง​เดิน​ทาง​ไป​หา​โยนาส​กับ​ลาร์ส​พร้อม​กับ​พี่​สาว​สอง​คน​ของ​ดิฉัน​โดย​ทำ​เป็น​ว่า​คุณ​ป้า​ทั้ง​สอง​ควร​มี​โอกาส​พบ​กับ​หลาน​ชาย. เรา​พบ​กัน​ใน​สวน​สนุก. ขณะ​ที่​คุณ​ป้า​สอง​คน​ดู​แล​หลาน ดิฉัน​กับ​ลาร์ส​ก็​หา​ม้า​นั่ง​ตัว​หนึ่ง​และ​นั่ง​ลง.

ดิฉัน​ต้อง​แปลก​ใจ ทันที​ที่​ดิฉัน​พูด​เรื่อง​อนาคต​ของ​เรา ลาร์ส​ก็​หยิบ​หนังสือ​เล่ม​หนึ่ง​ออก​จาก​กระเป๋า​เสื้อ. หนังสือ​เล่ม​นั่น​ชื่อ​การ​ทำ​ให้​ชีวิต​ครอบครัว​ของ​ท่าน​มี​ความ​สุข. * เขา​ยื่น​หนังสือ​มา​ให้​ดิฉัน​และ​แนะ​ให้​อ่าน​บท​ต่าง ๆ เกี่ยว​กับ​บทบาท​ของ​สามี​และ​ภรรยา​ใน​ครอบครัว. เขา​เน้น​เป็น​พิเศษ​ให้​ดิฉัน​เปิด​พระ​คัมภีร์​ดู​ตาม​ด้วย.

จาก​นั้น เมื่อ​ดิฉัน​กับ​ลาร์ส​ลุก​จาก​ม้า​นั่ง ดิฉัน​อยาก​จะ​เกาะ​แขน​เขา แต่​เขา​ปฏิเสธ​อย่าง​นิ่มนวล. ลาร์ส​ไม่​ต้องการ​สร้าง​ความ​สัมพันธ์​กับ​ดิฉัน​อีก​โดย​ไม่​รู้​ว่า​ดิฉัน​มี​ทัศนะ​อย่าง​ไร​กับ​ความ​เชื่อ​ใหม่​ของ​เขา. เรื่อง​นั้น​ทำ​ให้​ดิฉัน​ขุ่นเคือง​อยู่​บ้าง แต่​แล้ว​ดิฉัน​ก็​ตระหนัก​ว่า​เขา​มี​เหตุ​ผล​ที​เดียว​และ​คง​เป็น​ผล​ดี​สำหรับ​ดิฉัน​ถ้า​เขา​จะ​กลับ​มา​เป็น​สามี​ของ​ดิฉัน​อีก​ครั้ง.

ทั้ง​หมด​นี้​ทำ​ให้​ดิฉัน​อยาก​รู้​มาก​ขึ้น​เกี่ยว​กับ​พยาน​พระ​ยะโฮวา. วัน​ต่อ​มา ดิฉัน​ติด​ต่อ​กับ​ผู้​หญิง​คน​หนึ่ง​ซึ่ง​ดิฉัน​รู้​ว่า​เป็น​พยาน​ฯ และ​เรา​จัด​การ​ให้​เธอ​กับ​สามี​มา​ให้​ข้อมูล​ที่​ดิฉัน​ต้องการ​เกี่ยว​กับ​ศาสนา​ของ​เขา. เขา​ให้​คัมภีร์​ไบเบิล​ตอบ​คำ​ถาม​ทุก​ข้อ​ของ​ดิฉัน. ดิฉัน​สามารถ​เห็น​ได้​ว่า​สิ่ง​ที่​พยาน​พระ​ยะโฮวา​สอน​มี​พื้น​ฐาน​อัน​หนักแน่น​จาก​คัมภีร์​ไบเบิล. ประเด็น​แล้ว​ประเด็น​เล่า ดิฉัน​ต้อง​ยอม​จำนน​ต่อ​ความ​จริง.

ระหว่าง​นั้น ดิฉัน​ลา​ออก​จาก​คริสตจักร​อิแวนเจลิคัล ลูเทอรัน และ​เลิก​กิจกรรม​ทาง​การ​เมือง. ดิฉัน​ถึง​กับ​เลิก​สูบ​บุหรี่. นั่น​เป็น​ขั้น​ตอน​ที่​ยาก​ที่​สุด. ดิฉัน​เริ่ม​ศึกษา​คัมภีร์​ไบเบิล​ใน​เดือน​สิงหาคม 1990 และ​ใน​เดือน​เมษายน 1991 ดิฉัน​รับ​บัพติสมา​เป็น​พยาน​พระ​ยะโฮวา.

งาน​แต่งงาน​ครั้ง​ที่​สอง​ของ​พวก​เขา

ยูดิท: พอ​ถึง​ตอน​นั้น​เรา​ทั้ง​สอง​ก็​เป็น​พยาน​ฯ ที่​รับ​บัพติสมา​แล้ว. แม้​ว่า​เรา​แยก​กัน​ไป​คน​ละ​ทาง แต่​เรา​ทั้ง​สอง​ได้​มา​ศึกษา​คัมภีร์​ไบเบิล. เนื่อง​จาก​คำ​สอน​ที่​ดี​ของ​พระ​คัมภีร์ เรา​จึง​เป็น​คน​ที่​แตกต่าง​ไป​จาก​เดิม. เรา​ยัง​มี​ใจ​ให้​กัน​อยู่​นะ​คะ อาจ​เป็น​แบบ​ที่​ลึกซึ้ง​ยิ่ง​กว่า​เมื่อ​ก่อน. ตอน​นี้​เรา​ก็​มี​อิสระ​จะ​แต่งงาน​กัน​อีก—และ​เรา​ก็​ทำ​อย่าง​นั้น​จริง ๆ. เรา​ต่าง​กล่าว​คำ​ปฏิญาณ​ต่อ​กัน​เป็น​ครั้ง​ที่​สอง แต่​ครั้ง​นี้​อยู่​ใน​หอ​ประชุม​ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา.

ลาร์ส: สิ่ง​ที่​ไม่​น่า​เชื่อ​ได้​เกิด​ขึ้น​แล้ว—ครอบครัว​ของ​เรา​กลับ​มา​อยู่​ร่วม​กัน​อีก​ครั้ง! ตอน​นี้​เรา​ช่าง​มี​ความ​สุข​และ​ความ​ยินดี​จริง ๆ ครับ!

ยูดิท: งาน​แต่งงาน​มี​ผู้​เข้า​ร่วม​คือ​ลูก ๆ ของ​เรา, บรรดา​ญาติ, และ​เพื่อน​เก่า​เพื่อน​ใหม่​หลาย​คน. นับ​ว่า​เป็น​ประสบการณ์​ที่​ดี​เยี่ยม​จริง ๆ. ใน​บรรดา​แขก​ที่​มา​ร่วม​งาน​มี​บาง​คน​รู้​จัก​เรา​ตั้ง​แต่​การ​แต่งงาน​ครั้ง​ก่อน; พวก​เขา​ต่าง​ยินดี​ที่​เห็น​เรา​อยู่​ด้วย​กัน​อีก​ครั้ง​และ​แปลก​ใจ​ที่​เห็น​ความ​ยินดี​แท้​ใน​ท่ามกลาง​พยาน​พระ​ยะโฮวา.

พวก​ลูก ๆ

ลาร์ส: นับ​ตั้ง​แต่​ที่​เรา​รับ​บัพติสมา เรา​มี​ความ​ยินดี​ที่​เห็น​ลูก​ของ​เรา​สอง​คน​เลือก​อุทิศ​ชีวิต​แด่​พระ​ยะโฮวา.

ยูดิท: โยนาส​หยั่ง​รู้​ค่า​ความ​จริง​ของ​คัมภีร์​ไบเบิล​ตั้ง​แต่​เขา​รู้​จัก​ความ​จริง​เมื่อ​ตอน​เป็น​เด็ก​เวลา​ที่​ไป​เยี่ยม​พ่อ​ของ​เขา. เขา​อายุ​เพียง​สิบ​ขวบ​เมื่อ​เขา​บอก​ดิฉัน​ว่า​เขา​อยาก​จะ​ย้าย​ไป​อยู่​กับ​พ่อ เพราะ​เขา​อธิบาย​ว่า “พ่อ​ทำ​ตาม​คัมภีร์​ไบเบิล.” โยนาส​รับ​บัพติสมา​เมื่อ​อายุ 14 ปี. เขา​เรียน​หนังสือ​จน​จบ และ​ตอน​นี้​เขา​เป็น​ผู้​เผย​แพร่​เต็ม​เวลา.

ลาร์ส: มาร์ติน ลูก​ชาย​คน​โต​ของ​เรา ตอน​นี้​อายุ 27 ปี. ความ​เปลี่ยน​แปลง​ของ​เรา​ที่​เขา​เห็น​ทำ​ให้​เขา​มี​เรื่อง​ต้อง​ขบ​คิด​มาก. เขา​จาก​บ้าน​ไป​และ​ลง​หลัก​ปัก​ฐาน​ใน​อีก​ส่วน​หนึ่ง​ของ​ประเทศ. สอง​ปี​ที่​แล้ว เขา​เริ่ม​ศึกษา​คัมภีร์​ไบเบิล​กับ​ประชาคม​ท้องถิ่น​ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา. ผ่าน​ไป​เพียง​ห้า​เดือน เขา​ก็​พร้อม​จะ​รับ​บัพติสมา. เขา​ดำเนิน​ตาม​แผนการ​ที่​ดี​สำหรับ​ชีวิต​อนาคต​ฐานะ​เป็น​คริสเตียน.

โทมัส ลูก​ชาย​คน​กลาง​ของ​เรา ไม่​ได้​เป็น​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ใน​ตอน​นี้. แน่นอน เรา​ยัง​รัก​เขา​อยู่​และ​มี​ความ​สัมพันธ์​ที่​ดี​กับ​เขา. เขา​มี​ความ​สุข​เนื่อง​จาก​ความ​เปลี่ยน​แปลง​ที่​เกิด​ขึ้น​ใน​ครอบครัว​ของ​เรา. และ​เรา​ทุก​คน​ต่าง​ก็​เห็น​ด้วย​ว่า​เนื่อง​จาก​หลักการ​ที่​เรา​ทั้ง​สอง​ผู้​เป็น​พ่อ​แม่​ได้​เรียน​รู้​จาก​คัมภีร์​ไบเบิล ครอบครัว​ของ​เรา​จึง​ได้​กลับ​มา​อยู่​ร่วม​กัน​อีก​ครั้ง. ช่าง​เป็น​พระ​พร​สัก​เพียง​ไร​สำหรับ​เรา ที่​ตอน​นี้​เรา​สามารถ​อยู่​พร้อม​หน้า​ได้​บ่อย ๆ โดย​มี​ลูก​ชาย​ทั้ง​สาม​คน​รวม​ทั้ง​พ่อ​และ​แม่​ด้วย!

ชีวิต​ของ​เรา​ใน​ปัจจุบัน

ลาร์ส: เรา​ไม่​ได้​บอก​ว่า​เรา​กลาย​เป็น​คน​สมบูรณ์​แล้ว​นะ​ครับ. แต่​เรา​ได้​เรียน​รู้​อะไร​บาง​อย่าง นั่น​คือ​ความ​รัก และ​ความ​นับถือ​ต่อ​กัน​และ​กัน เป็น​ปัจจัย​สำคัญ​ใน​ชีวิต​สมรส​ที่​ประสบ​ความ​สำเร็จ. รากฐาน​ของ​การ​สมรส​ของ​เรา​สร้าง​ขึ้น​บน​สิ่ง​ที่​แตกต่าง​กัน​มาก​จาก​เมื่อ​ก่อน. ตอน​นี้​เรา​ทั้ง​สอง​คน​ยอม​รับ​อำนาจ​ที่​สูง​กว่า​ตัว​เอง เพราะ​เรา​สอง​คน​ตระหนัก​ว่า​เรา​มี​ชีวิต​อยู่​เพื่อ​พระ​ยะโฮวา. ผม​กับ​ยูดิท​รู้สึก​เป็น​น้ำ​หนึ่ง​ใจ​เดียว​กัน​จริง ๆ และ​มอง​ไป​ยัง​อนาคต​ด้วย​ความ​มั่น​ใจ.

ยูดิท: ดิฉัน​คิด​ว่า​เรา​เป็น​ข้อ​พิสูจน์​ที่​มี​ชีวิต​ที่​ว่า​พระ​ยะโฮวา​ทรง​เป็น​ที่​ปรึกษา​ที่​ดี​ที่​สุด​เรื่อง​การ​สมรส และ​ชีวิต​ครอบครัว​ค่ะ.

[เชิงอรรถ]

^ วรรค 30 จัด​พิมพ์​โดย​สมาคม​ว็อชเทาเวอร์ ไบเบิล แอนด์ แทร็กต์ แห่ง​นิวยอร์ก​ใน​ปี 1978; ปัจจุบัน​ไม่​ได้​พิมพ์​อีก​แล้ว.

[ภาพ​หน้า 20]

ลาร์ส​กับ​ยูดิท​ใน​งาน​แต่งงาน​ครั้ง​แรก​ของ​เขา​ทั้ง​สอง ใน​ปี 1973

[ภาพ​หน้า 21]

เด็ก​ชาย​สาม​คน​สูญ​เสีย​ครอบครัว​ที่​เป็น​อัน​หนึ่ง​อัน​เดียว​ไป และ​ได้​กลับ​คืน​มา​อีก​ครั้ง

[ภาพ​หน้า 23]

ลาร์ส​กับ​ยูดิท​ใน​ปัจจุบัน กลับ​มา​อยู่​ร่วม​กัน​อีก​เนื่อง​จาก​ทำ​ตาม​หลักการ​ของ​คัมภีร์​ไบเบิล