ข้ามไปยังเนื้อหา

ข้ามไปยังสารบัญ

วิธีที่คริสต์ศาสนจักรกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้

วิธีที่คริสต์ศาสนจักรกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้

วิธี​ที่​คริสต์​ศาสนจักร​กลาย​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ของ​โลก​นี้

ใน​ที่​สุด จักรวรรดิ​โรมัน​ซึ่ง​รุ่งเรือง​ใน​สมัย​ที่​ศาสนา​คริสเตียน​ยุค​แรก​ได้​เริ่ม​ต้น​นั้น ก็​ได้​ล่ม​สลาย. นัก​ประวัติศาสตร์​หลาย​คน​อ้าง​ว่า​การ​ล่ม​สลาย​นั้น​เป็น​สมัย​แห่ง​ชัย​ชนะ​ขั้น​เด็ดขาด​ของ​ศาสนา​คริสเตียน​เหนือ​ลัทธิ​นอก​รีต. โดย​แสดง​ความ​เห็น​ที่​ต่าง​กัน อี. ดับเบิลยู. บาร์นส์ หัวหน้า​บาทหลวง​แองกลิคัน​ได้​เขียน​ว่า “ขณะ​ที่​อารยธรรม​ของ​กรีก​โรมัน​ล่ม​สลาย ศาสนา​คริสเตียน​ก็​ไม่​ได้​เป็น​ความ​เชื่อ​ศรัทธา​ที่​สูง​ส่ง​เกี่ยว​กับ​พระ​เยซู​คริสต์​อีก​ต่อ​ไป: ศาสนา​คริสเตียน​กลาย​เป็น​ศาสนา​ที่​มี​ประโยชน์​ใน​ฐานะ​เป็น​เครื่อง​เสริม​ให้​แข็ง​แกร่ง​ทาง​ด้าน​สังคม​ของ​โลก​ที่​กำลัง​เสื่อม​โทรม.”—หนังสือ​ความ​เจริญ​รุ่งเรือง​ของ​ศาสนา​คริสเตียน.

ก่อน​การ​ล่ม​สลาย​เช่น​นั้น ระหว่าง​ศตวรรษ​ที่​สอง, สาม, และ​สี่​สากล​ศักราช ประวัติศาสตร์​บันทึก​ว่า คน​เหล่า​นั้น​ซึ่ง​อ้าง​ว่า​ติด​ตาม​พระ​เยซู​นั้น​ได้​แยก​ตัว​อยู่​ต่าง​หาก​จาก​โลก​โรมัน​ใน​หลาย​ประการ. แต่​ประวัติศาสตร์​ยัง​เปิด​เผย​ถึง​การ​ขยาย​ตัว​ของ​การ​ออก​หาก​ใน​ด้าน​คำ​สอน, ความ​ประพฤติ, และ​องค์การ​เช่น​กัน ดัง​ที่​พระ​เยซู​และ​พวก​อัครสาวก​ได้​บอก​ไว้​ล่วง​หน้า. (มัดธาย 13:36-43; กิจการ 20:29, 30; 2 เธซะโลนิเก 2:3-12; 2 ติโมเธียว 2:16-18; 2 เปโตร 2:1-3, 10-22) ใน​ที่​สุด ได้​มี​การ​ประนีประนอม​กับ​โลก​กรีก–โรมัน และ​บาง​คน​ซึ่ง​อ้าง​ว่า​เป็น​คริสเตียน​ได้​ยอม​รับ​ลักษณะ​นอก​รีต​ของ​โลก (เช่น เทศกาล​ฉลอง​ต่าง ๆ และ​การ​นมัสการ​พระ​แม่​เจ้า​และ​พระ​ตรีเอกานุภาพ), ปรัชญา​ต่าง ๆ (เช่น​ความ​เชื่อ​ใน​เรื่อง​จิตวิญญาณ​อมตะ), และ​องค์การ​เกี่ยว​กับ​การ​บริหาร (ดัง​ที่​เห็น​ได้​จาก​การ​ปรากฏ​ของ​ชน​จำพวก​นัก​เทศน์). ศาสนา​คริสเตียน​ใน​รูป​แบบ​ที่​เสื่อม​ทราม​นี้​แหละ​ที่​ดึงดูด​ใจ​สามัญ​ชน​นอก​รีต​จำนวน​มาก​มาย​และ​กลาย​เป็น​พลัง​ที่​จักรพรรดิ​โรมัน​พยายาม​ใน​ตอน​แรก​ที่​จะ​กำจัด แต่​ภาย​หลัง​ก็​ได้​ยอม​รับ​และ​พยายาม​จะ​ใช้​เพื่อ​จุด​มุ่ง​หมาย​ของ​พวก​เขา​เอง.

ถูก​โลก​พิชิต

เอากุสตุส เนอานเดอร์ นัก​ประวัติศาสตร์​ของ​คริสต์​จักร​ได้​แสดง​ให้​เห็น​อันตราย​ที่​พัวพัน​อยู่​ใน​ความ​สัมพันธ์​ใหม่​เช่น​นี้​ระหว่าง “ศาสนา​คริสเตียน” กับ​โลก. เขา​เขียน​ว่า ถ้า​คริสเตียน​เลิก​การ​แยก​ตัว​จาก​โลก “ผลลัพธ์​ก็​จะ​เป็น​การ​ปนเป​กัน​ของ​คริสต์​จักร​กับ​โลก . . . ที่​ซึ่ง​คริสต์​จักร​จะ​สูญ​เสีย​ความ​บริสุทธิ์ และ​ถึง​แม้​ดู​เหมือน​ว่า​มี​ชัย​ชนะ คริสต์​จักร​เอง​คง​จะ​ถูก​พิชิต.”—หนังสือ​ประวัติ​โดย​ทั่ว​ไป​ของ​ศาสนา​คริสเตียน​และ​คริสต์​จักร, เล่ม 2, หน้า 161.

นี้​เป็น​สิ่ง​ที่​ได้​เกิด​ขึ้น. ใน​ตอน​ต้น​ของ​ศตวรรษ​ที่​สี่ จักรพรรดิ​โรมัน​คอนสแตนติน​พยายาม​ใช้​ศาสนา “คริสเตียน” ใน​ยุค​ของ​เขา​เพื่อ​เสริม​สร้าง​จักรภพ​ที่​กำลัง​แตก​แยก​ให้​แข็ง​แกร่ง. เพื่อ​บรรลุ​จุด​มุ่ง​หมาย​นี้ เขา​ยอม​ให้​ชน​ที่​อ้าง​ตัว​เป็น​คริสเตียน​มี​เสรีภาพ​ทาง​ศาสนา​และ​โอน​สิทธิ​พิเศษ​บาง​อย่าง​ของ​นัก​บวช​นอก​รีต​นั้น​มา​ให้​ชน​จำพวก​นัก​เทศน์​ของ​พวก​เขา. สารานุกรม​ใหม่​บริแทนนิกา แถลง​ว่า “คอนสแตนติน​ได้​นำ​คริสต์​จักร​ออก​มา​จาก​การ​ถอน​ตัว​จาก​โลก​เพื่อ​ยอม​รับ​หน้า​ที่​รับผิดชอบ​ทาง​สังคม และ​ช่วย​โน้ม​น้าว​สังคม​นอก​รีต​มา​เข้า​คริสต์​จักร.”

ศาสนา​ประจำ​รัฐ

หลัง​จาก​คอนสแตนติน จักรพรรดิ​จูเลียน (ปี​สากล​ศักราช 361-363) ได้​ใช้​ความ​พยายาม​ที่​จะ​ต่อ​ต้าน​ศาสนา​คริสเตียน​และ​ฟื้นฟู​ลัทธิ​นอก​รีต​ขึ้น​มา​ใหม่. แต่​เขา​ล้มเหลว และ​ราว 20 ปี​ต่อ​มา จักรพรรดิ​ทีโอโดซิอุส​ที่ 1 ได้​สั่ง​ห้าม​ลัทธิ​นอก​รีต​และ​ตั้ง “ศาสนา​คริสเตียน” ที่​ถือ​พระ​ตรีเอกานุภาพ​ขึ้น​เป็น​ศาสนา​ประจำ​รัฐ​แห่ง​จักรวรรดิ​โรมัน. อังรี มาร์รู นัก​ประวัติศาสตร์​ชาว​ฝรั่งเศส​ได้​เขียน​ไว้​ด้วย​ความ​ถูก​ต้อง​อย่าง​สละสลวย​ว่า “ระหว่าง​ตอน​ปลาย​รัชสมัย​ของ​ทีโอโดซิอุส ศาสนา​คริสเตียน หรือ​ถ้า​จะ​พูด​เจาะจง​มาก​กว่า นิกาย​โรมัน​คาทอลิก​ดั้งเดิม​ได้​กลาย​เป็น​ศาสนา​ทาง​การ​ของ​โลก​โรมัน​ทั้ง​สิ้น.” นิกาย​โรมัน​คาทอลิก​ดั้งเดิม​ได้​เข้า​มา​แทน​ศาสนา​คริสเตียน​แท้ และ​ได้​กลาย​เป็น “ส่วน​ของ​โลก.” ศาสนา​ประจำ​รัฐ​เช่น​นี้​ต่าง​กัน​ลิบลับ​จาก​ศาสนา​ของ​เหล่า​สาวก​รุ่น​แรก​ของ​พระ​เยซู ผู้​ซึ่ง​พระองค์​ตรัส​ถึง​ว่า “เจ้า​มิ​ได้​เป็น​ส่วน​ของ​โลก.”—โยฮัน 15:19, ล.ม.

หลุยส์ รูชเย นัก​ประวัติศาสตร์​และ​นัก​ปราชญ์​ชาว​ฝรั่งเศส​ได้​เขียน​ว่า “ขณะ​ที่​แพร่​ออก​ไป ศาสนา​คริสเตียน​ได้​ประสบ​การ​เปลี่ยน​รูป​ที่​แปลก​จน​ถึง​ขั้น​ที่​จำ​ไม่​ได้ . . . คริสต์​จักร​สมัย​แรก​ของ​คน​ยาก​จน​ซึ่ง​ดำเนิน​ชีวิต​ตาม​พระ​กรุณา​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า ได้​กลาย​เป็น​คริสต์​จักร​ที่​มี​ชัย​ชนะ​อย่าง​ต้านทาน​ไม่​ได้​ซึ่ง​ยอม​อ่อนข้อ​ให้​กับ​ผู้​มี​อำนาจ​ฝ่าย​โลก​ทั้ง​หลาย​ที่​ดำรง​อยู่​เมื่อ​คริสต์​จักร​ไม่​สามารถ​ปกครอง​คน​เหล่า​นั้น​ได้.”

ใน​ต้น​ศตวรรษ​ที่​ห้า​สากล​ศักราช ออกัสติน “นัก​บุญ” โรมัน​คาทอลิก​ได้​เขียน​บท​ประพันธ์​ชิ้น​สำคัญ​ชื่อ นคร​ของ​พระเจ้า. ใน​บท​ประพันธ์​นั้น​เขา​ได้​พรรณนา​ถึง​สอง​นคร “นคร​ของ​พระเจ้า​และ​นคร​ของ​โลก.” บท​ประพันธ์​นี้​เน้น​การ​แยก​ต่าง​หาก​ระหว่าง​ชาว​คาทอลิก​กับ​โลก​ไหม? ไม่​เลย​จริง ๆ. ศาสตราจารย์​ลาตูเรตต์​แถลง​ว่า “ออกัสติน​ยอม​รับ​อย่าง​ตรง​ไป​ตรง​มา [ว่า] สอง​นคร​นั้น ทาง​ภาคพื้น​โลก​และ​ทาง​ภาค​สวรรค์​นั้น​ผสม​ปนเป​กัน.” ออกัสติน​สอน​ว่า “ราชอาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ได้​เริ่ม​ต้น​แล้ว​ใน​โลก​นี้​พร้อม​กับ​การ​สถาปนา​คริสต์​จักร [คาทอลิก].” (สารานุกรม​ใหม่​บริแทนนิกา, แมโครพีเดีย, เล่ม 4, หน้า 506) ด้วย​เหตุ​นี้ ไม่​ว่า​จุด​ประสงค์​แรก​เดิม​ของ​ออกัสติน​อาจ​เป็น​เช่น​ไร​ก็​ตาม ทฤษฎี​ของ​เขา​มี​ผล​กระทบ​ใน​การ​ทำ​ให้​คริสต์​จักร​คาทอลิก​เข้า​ไป​พัวพัน​อย่าง​ถลำ​ลึก​มาก​ขึ้น​กับ​การ​เมือง​ของ​โลก​นี้.

จักรวรรดิ​ที่​แตก​แยก

ใน​ปี​สากล​ศักราช 395 เมื่อ​ทีโอโดซิอุส​ที่ 1 สิ้น​พระ​ชนม์ จักรวรรดิ​โรมัน​ได้​ถูก​แบ่ง​แยก​เป็น​สอง​อาณาจักร​อย่าง​เป็น​ทาง​การ. จักรวรรดิ​ตะวัน​ออก หรือ​ไบแซนไทน์ มี​เมือง​หลวง​อยู่​ที่​คอนสแตนติโนเปิล (ไบแซนติอุม​สมัย​ก่อน, อิสตันบุล​ปัจจุบัน) และ​จักรวรรดิ​ตะวัน​ตก โดย​มี​เมือง​หลวง (ภาย​หลัง​ปี​สากล​ศักราช 402) ที่​ราเวนนา, อิตาลี. ผล​ก็​คือ คริสต์​ศาสนจักร​ได้​ถูก​แบ่ง​แยก​ทั้ง​ด้าน​การ​เมือง​และ​ด้าน​ศาสนา​ด้วย. เกี่ยว​กับ​ความ​สัมพันธ์​ระหว่าง​คริสต์​จักร​กับ​รัฐ​นั้น คริสต์​จักร​ใน​จักรวรรดิ​ตะวัน​ออก​ได้​ติด​ตาม​ทฤษฎี​ของ​ยูเซบิอุส​แห่ง​ซีซาเรีย (คน​ร่วม​สมัย​กับ​คอนสแตนติน​มหาราช). โดย​การ​เพิกเฉย​ต่อ​หลักการ​คริสเตียน​ใน​เรื่อง​การ​แยก​ตัว​จาก​โลก ยูเซบิอุส​ได้​ให้​เหตุ​ผล​ว่า​หาก​จักรพรรดิ​และ​จักรวรรดิ​เปลี่ยน​เป็น​คริสเตียน​แล้ว คริสต์​จักร​และ​รัฐ​ก็​จะ​กลาย​เป็น​สังคม​คริสเตียน​หนึ่ง​เดียว โดย​มี​จักรพรรดิ​ปฏิบัติการ​ฐานะ​เป็น​ตัว​แทน​ของ​พระเจ้า​บน​แผ่นดิน​โลก. ส่วน​ใหญ่​แล้ว ความ​สัมพันธ์​เช่น​นี้​ระหว่าง​คริสต์​จักร​กับ​รัฐ​ได้​ปฏิบัติ​กัน​มา​เป็น​เวลา​หลาย​ศตวรรษ​โดย​คริสต์​จักร​ออร์โทด็อกซ์​ตะวัน​ออก. ทิโมที แวร์ หัวหน้า​บาทหลวง​ออร์โทด็อกซ์​ได้​แสดง​ให้​เห็น​ผลลัพธ์​ไว้​ใน​หนังสือ คริสต์​จักร​ออร์โทด็อกซ์: “ลัทธิ​ชาติ​นิยม​เป็น​สมุฏฐาน​แห่ง​ความ​หายนะ​ของ​ศาสนจักร​ออร์โทด็อกซ์​ใน​สิบ​ศตวรรษ​หลัง​นี้.”

ใน​ตะวัน​ตก​จักรพรรดิ​โรมัน​องค์​สุด​ท้าย​ถูก​ขับ​ออก​จาก​ราชสมบัติ​ใน​ปี​สากล​ศักราช 476 โดย​ชน​เผ่า​เยอรมัน​ที่​บุกรุก. นั้น​หมาย​ถึง​จุด​จบ​ของ​จักรวรรดิ​โรมัน​ตะวัน​ตก.สารานุกรม​ใหม่​บริแทนนิกา กล่าว​ถึง​ความ​ว่าง​เปล่า​ทาง​การ​เมือง​ซึ่ง​เป็น​ผล​ติด​ตาม​มา​นั้น​ว่า “อำนาจ​ใหม่​ได้​ถูก​ตั้ง​ขึ้น: คริสต์​จักร​โรมัน คริสต์​จักร​ที่​ประกอบ​ด้วย​บิชอป​แห่ง​โรม. คริสต์​จักร​นี้​เข้าใจ​ว่า​ตน​เป็น​ผู้​สืบ​ตำแหน่ง​ของ​จักรวรรดิ​โรมัน​ที่​สูญ​สิ้น​ไป.” สารานุกรม​เล่ม​นี้​กล่าว​ต่อ​ไป​ว่า “สันตะปาปา​โรมัน . . . ได้​ขยาย​การ​อ้าง​สิทธิ์​ทาง​ฝ่าย​โลก​ใน​การ​ปกครอง​คริสต์​จักร​ออก​ไป​เหนือ​ขอบ​เขต​ของ​คริสต์​จักร​กับ​รัฐ และ​ก่อ​ให้​เกิด​ทฤษฎี​ที่​เรียก​ว่า​ดาบ​สอง​เล่ม โดย​บอก​ว่า​พระ​คริสต์​ประทาน​ไม่​เพียง​แต่​อำนาจ​ฝ่าย​วิญญาณ​เหนือ​คริสต์​จักร​ให้​สันตะปาปา​เท่า​นั้น แต่​อำนาจ​ทาง​โลก​เหนือ​อาณาจักร​ฝ่าย​โลก​ให้​ด้วย.”

คริสต์​จักร​โปรเตสแตนต์​ประจำ​ชาติ

ตลอด​ยุค​กลาง ทั้ง​ศาสนา​ออร์โทด็อกซ์​และ​โรมัน​คาทอลิก​ได้​เข้า​ไป​พัวพัน​อย่าง​หนัก​หน่วง​ใน​เรื่อง​การ​เมือง, กล​อุบาย​ฝ่าย​โลก, และ​สงคราม​ต่าง ๆ. การ​ปฏิรูป​ของ​โปรเตสแตนต์​ใน​ศตวรรษ​ที่ 16 เป็น​เครื่องหมาย​แสดง​การ​กลับ​มา​ของ​ศาสนา​คริสเตียน​แท้ ที่​แยก​ตัว​จาก​โลก​ไหม?

เปล่า​เลย. เรา​อ่าน​ใน สารานุกรม​ใหม่​บริแทนนิกา ว่า “นัก​ปฏิรูป​โปรเตสแตนต์​แห่ง​นิกาย​ลูเทอรัน, แคลวิน, และ​แองกลิกัน . . . ยัง​คง​ยึด​อยู่​กับ​ทัศนะ​ของ​ออกัสติน​อย่าง​เหนียวแน่น เพราะ​พวก​เขา​ชอบ​เทววิทยา​ของ​เขา​มาก. . . . แต่​ละ​นิกาย​ของ​ศาสนา​โปรเตสแตนต์​หลัก​ที่​สืบ​ทอด​มา​สาม​นิกาย​ของ​ยุโรป​ใน​ศตวรรษ​ที่ 16 . . . ได้​รับ​การ​สนับสนุน​จาก​ผู้​มี​อำนาจ​ทาง​โลก​ใน​แซกโซนี [เยอรมนี​กลาง], สวิส​เซอร์​แลนด์, และ​อังกฤษ และ​ยัง​คง​อยู่​ใน​ฐานะ​เดียว​กับ​รัฐ​เหมือน​ที่​คริสต์​จักร​สมัย​กลาง​ได้​ยึด​ถือ.”

แทน​ที่​จะ​นำ​ศาสนา​คริสเตียน​แท้​กลับ​มา การ​ปฏิรูป​นั้น​ก่อ​ให้​เกิด​คริสต์​จักร​ระดับ​ชาติ​หรือ​ระดับ​ท้องถิ่น​จำนวน​มาก​มาย​ที่​ได้​ประจบ​ประแจง​รัฐ​ทาง​การ​เมือง​และ​สนับสนุน​รัฐ​ต่าง ๆ อย่าง​แข็งขัน​ใน​สงคราม. ที่​จริง ทั้ง​คริสต์​จักร​คาทอลิก​และ​โปรเตสแตนต์​ได้​ปลุกปั่น​ให้​เกิด​สงคราม​ศาสนา. ใน​หนังสือ​การ​พิจารณา​ศาสนา​โดย​นัก​ประวัติศาสตร์ (ภาษา​อังกฤษ) อาร์โนลด์ ทอยน์บี​เขียน​เกี่ยว​กับ​สงคราม​เช่น​นั้น​ว่า “สงคราม​เหล่า​นั้น​แสดง​ให้​เห็น​ชาว​คาทอลิก​และ​โปรเตสแตนต์​ใน​ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์, เยอรมนี, และ​ไอร์แลนด์, และ​นิกาย​คู่​แข่ง​ของ​โปรเตสแตนต์​ใน​อังกฤษ​และ​สกอตแลนด์, ใน​ปฏิบัติการ​แบบ​ทารุณ​ใน​การ​พยายาม​เพื่อ​ปราบ​ปราม​กัน​และ​กัน​โดย​ใช้​อาวุธ.” การ​ต่อ​สู้​กัน​สมัย​ปัจจุบัน​ที่​ทำ​ให้​ไอร์แลนด์​และ​อดีต​ยูโกสลาเวีย​ที่​แตก​แยก​นั้น​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​คริสต์​จักร​โรมัน​คาทอลิก, ออร์โทด็อกซ์, และ​โปรเตสแตนต์​ยัง​คง​พัวพัน​อย่าง​ถลำ​ลึก​ใน​เหตุ​การณ์​ต่าง ๆ ของ​โลก​นี้.

ทั้ง​หมด​นี้​หมาย​ความ​ว่า​ศาสนา​คริสเตียน​แท้ ที่​แยก​ตัว​จาก​โลก​ไม่​มี​อยู่​ต่อ​ไป​อีก​บน​แผ่นดิน​โลก​ไหม? บทความ​ต่อ​ไป​จะ​ตอบ​คำ​ถาม​นี้.

[กรอบ/รูปภาพ​หน้า 10, 11]

วิธี​ที่ “ศาสนา​คริสเตียน” กลาย​เป็น​ศาสนา​ประจำ​รัฐ

ศาสนา​คริสเตียน​ไม่​เคย​มุ่ง​หมาย​จะ​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ของ​โลก​นี้​เลย. (มัดธาย 24:3, 9; โยฮัน 17:16) กระนั้น หนังสือ​ประวัติศาสตร์​บอก​เรา​ว่า​ใน​ศตวรรษ​ที่​สี่​สากล​ศักราช “ศาสนา​คริสเตียน” ได้​กลาย​เป็น​ศาสนา​ประจำ​รัฐ​อย่าง​เป็น​ทาง​การ​ของ​จักรวรรดิ​โรมัน. เรื่อง​นี้​เกิด​ขึ้น​ได้​อย่าง​ไร?

ตั้ง​แต่​เนโร (ปี​สากล​ศักราช 54-68) ไป​จน​ถึง​ศตวรรษ​ที่​สาม​ที​เดียว จักรพรรดิ​โรมัน​ทุก​องค์​ต่าง​ก็​ข่มเหง​พวก​คริสเตียน​อย่าง​แข็งขัน หรือ​ไม่​ก็​อนุญาต​ให้​มี​การ​ข่มเหง​พวก​เขา. แกลลิเอนุส (ปี​สากล​ศักราช 253-268) เป็น​จักรพรรดิ​โรมัน​องค์​แรก​ที่​ประกาศ​แถลง​การณ์​เรื่อง​การ​ยอม​ให้​สำหรับ​พวก​เขา. แม้​กระทั่ง​ใน​สมัย​นั้น ศาสนา​คริสเตียน​เป็น​ศาสนา​ที่​ถูก​สั่ง​ห้าม​ตลอด​ทั่ว​จักรวรรดิ. หลัง​จาก​แกลลิเอนุส การ​ข่มเหง​ยัง​ดำเนิน​ต่อ​ไป และ​ภาย​ใต้​ดิโอเคลเทียน (ปี​สากล​ศักราช 284-305) และ​ผู้​สืบ​ตำแหน่ง​ของ​เขา การ​ข่มเหง​นั้น​เพิ่ม​ความ​รุนแรง​ขึ้น​ด้วย​ซ้ำ.

จุด​หัวเลี้ยว​หัวต่อ​มา​ถึง​ใน​ตอน​ต้น​ศตวรรษ​ที่​สี่ ว่า​กัน​ว่า​โดย​การ​ที่​จักรพรรดิ​คอนสแตนติน​ที่ 1 เปลี่ยน​ใจ​มา​ถือ​ศาสนา​คริสเตียน. เทโอ—นูเวล อังซีคลอเพดี คาทอลิก (เทโอ—สารานุกรม​คาทอลิก​ใหม่) บท​ประพันธ์​ภาษา​ฝรั่งเศส​แถลง​เกี่ยว​กับ “การ​เปลี่ยน​ใจ” นี้​ว่า “คอนสแตนติน​อ้าง​ว่า​เป็น​จักรพรรดิ​คริสเตียน. ตาม​ความ​เป็น​จริง​แล้ว ท่าน​เพิ่ง​รับ​บัพติสมา​ก่อน​ที่​จะ​สิ้น​พระ​ชนม์.” ถึง​อย่าง​ไร​ก็​ตาม ใน​ปี​สากล​ศักราช 313 คอนสแตนติน​กับ​ลิ​ซิ​นิอุส จักรพรรดิ​ร่วม​กับ​เขา​ได้​ประกาศ​พระ​ราชกฤษฎีกา​ให้​เสรีภาพ​ทาง​ด้าน​ศาสนา​แก่​ชน​คริสเตียน​และ​ชน​นอก​รีต​เหมือน​กัน. สารานุกรม​นิว​คาทอลิก แถลง​ว่า “การ​ที่​คอนสแตนติน​ขยาย​เสรีภาพ​ใน​การ​นมัสการ​ไป​ยัง​ชน​คริสเตียน ซึ่ง​แสดง​ว่า​ศาสนา​คริสเตียน​เป็น​ที่​ยอม​รับ​อย่าง​เป็น​ทาง​การ​ฐานะ เรลิกเอโอ ลิคิทา [ศาสนา​ที่​ถูก​ต้อง​ตาม​กฎหมาย] นอก​เหนือ​จาก​ลัทธิ​นอก​รีต​นั้น เป็น​พฤติกรรม​ที่​เป็น​การ​เปลี่ยน​แปลง​อย่าง​ขนาน​ใหญ่.”

อย่าง​ไร​ก็​ดี สารานุกรม​ใหม่​บริแทนนิกา แถลง​ว่า “ท่าน [คอนสแตนติน] มิ​ได้​ทำ​ให้​ศาสนา​คริสเตียน​เป็น​ศาสนา​ประจำ​จักรวรรดิ.” ชานเรมี พาลังค์ นัก​ประวัติศาสตร์​ชาว​ฝรั่งเศส สมาชิก​แห่ง​สถาบัน​ฝรั่งเศส เขียน​ว่า “อย่าง​ไร​ก็​ดี รัฐ​โรมัน . . . ยัง​คง​แบบ​นอก​รีต​อย่าง​เป็น​ทาง​การ​ไว้​อยู่. และ​คอนสแตนติน เมื่อ​ยึดมั่น​กับ​ศาสนา​ของ​พระ​คริสต์​ก็​มิ​ได้​ยก​เลิก​สภาพการณ์​เช่น​นั้น.” ใน​บท​ประพันธ์​เรื่อง​มรดก​แห่ง​โรม ศาสตราจารย์​เออร์เนสท์ บาร์เกอร์ แถลง​ว่า “[ชัย​ชนะ​ของ​คอนสแตนติน] มิ​ได้​ลงเอย​ทันที​ด้วย​การ​สถาปนา​ศาสนา​คริสเตียน​เป็น​ศาสนา​ประจำ​รัฐ. คอนสแตนติน​พอ​ใจ​ที่​จะ​ยอม​รับ​ศาสนา​คริสเตียน​เป็น​หนึ่ง​ใน​การ​นมัสการ​โดย​ทั่ว​ไป​ของ​จักรวรรดิ. เจ็ด​สิบ​ปี​ต่อ​มา​ยัง​มี​การ​ปฏิบัติ​ตาม​พิธี​แบบ​นอก​รีต​เก่า​แก่​อย่าง​เป็น​ทาง​การ​ใน​กรุง​โรม.”

ดัง​นั้น ถึง​ตอน​นี้ “ศาสนา​คริสเตียน” เป็น​ศาสนา​ถูก​ต้อง​ตาม​กฎหมาย​ใน​จักรวรรดิ​โรมัน. เมื่อ​ไร​ที่​ศาสนา​นั้น​กลาย​เป็น​ศาสนา​ประจำ​รัฐ​อย่าง​เป็น​ทาง​การ ใน​ความ​หมาย​ครบ​ถ้วน​ที่​สุด​ของ​ถ้อย​คำ? เรา​อ่าน​ใน​สารานุกรม​นิว​คาทอลิก ว่า “นโยบาย [ของ​คอนสแตนติน] ดำเนิน​ต่อ​ไป​โดย​ผู้​สืบ​ตำแหน่ง​ของ​เขา​โดย​ยก​เว้น​จูเลียน [ปี​สากล​ศักราช 361-363] ซึ่ง​การ​ข่มเหง​ศาสนา​คริสเตียน​ของ​เขา​พลัน​ยุติ​ลง​เนื่อง​จาก​การ​สิ้น​พระ​ชนม์​ของ​เขา. ใน​ที่​สุด ใน​ช่วง​ยี่​สิบ​ห้า​ปี​สุด​ท้าย​ของ​ศตวรรษ​ที่​สี่ ทีโอโดซิอุส​มหาราช [ปี​สากล​ศักราช 379-395] ได้​ตั้ง​ศาสนา​คริสเตียน​เป็น​ศาสนา​ทาง​การ​ของ​จักรวรรดิ​และ​ได้​ปราบ​ปราม​การ​นมัสการ​แบบ​นอก​รีต​ของ​สาธารณชน.”

ใน​การ​ยืน​ยัน​เรื่อง​นี้​และ​เผย​ให้​เห็น​ว่า​ศาสนา​ประจำ​รัฐ​ใหม่​นี้​เป็น​อย่าง​ไร​จริง ๆ เอฟ. เจ. โฟกส์ แจ็กสัน ผู้​เชี่ยวชาญ​ทาง​คัมภีร์​ไบเบิล​และ​นัก​ประวัติศาสตร์ ได้​เขียน​ว่า “ภาย​ใต้​คอนสแตนติน ศาสนา​คริสเตียน​กับ​จักรวรรดิ​โรมัน​เป็น​พันธมิตร​กัน. ภาย​ใต้​ทีโอโดซิอุส​พวก​เขา​เป็น​อัน​หนึ่ง​อัน​เดียว​กัน . . . . ตั้ง​แต่​นั้น​เป็น​ต้น​มา​ชื่อ​คาทอลิก​ได้​รับ​การ​สงวน​ไว้​สำหรับ​คน​เหล่า​นั้น​ซึ่ง​บูชา​เลื่อมใส​พระ​บิดา, พระ​บุตร​และ​พระ​จิต​ด้วย​ความ​เคารพ​ที่​เสมอ​ภาค​กัน. นโยบาย​ทาง​ด้าน​ศาสนา​ทั้ง​สิ้น​ของ​จักรพรรดิ​องค์​นี้​มุ่ง​ไป​ยัง​จุด​หมาย​นี้ และ​เป็น​ผล​ให้​ศาสนา​คาทอลิก​กลาย​เป็น​ศาสนา​เดียว​ที่​ถูก​ต้อง​ตาม​กฎหมาย​ของ​ชาว​โรมัน.”

ชานเรมี พาลังค์ ได้​เขียน​ว่า “ทีโอโดซิอุส ขณะ​คัดค้าน​ลัทธิ​นอก​รีต ก็​ยัง​ให้​เห็น​การ​สนับสนุน​คริสต์​จักร​ดั้งเดิม [คาทอลิก] พระ​ราชกฤษฎีกา​ของ​ท่าน​ใน​ปี​สากล​ศักราช 380 นั้น​สั่ง​ให้​ประชากร​ทั้ง​สิ้น​ของ​เขา​ยอม​รับ​ความ​เชื่อ​ของ​สันตะปาปา​แดมอาซัส และ​หัวหน้า​บาทหลวง [ผู้​เชื่อ​พระ​ตรีเอกานุภาพ] แห่ง​อะเล็กซานเดรีย​และ​เพิกถอน​เสรีภาพ​แห่ง​การ​นมัสการ​ไป​จาก​บุคคล​ที่​ไม่​เห็น​ด้วย. สภา​ประชุม​ใหญ่​แห่ง​คอนสแตนติโนเปิล (381) ได้​ประณาม​การ​ออก​หาก​ทั้ง​มวล​อีก​ครั้ง​หนึ่ง และ​จักรพรรดิ​ทำ​ให้​แน่ชัด​ว่า​ไม่​มี​หัวหน้า​บาทหลวง​คน​ใด​จะ​สนับสนุน​การ​ออก​หาก​นั้น. ศาสนา​คริสเตียน​ที่​เชื่อ​พระ​ตรีเอกานุภาพ​แห่ง​สภา​ไนซีน​ได้​กลาย​เป็น​ศาสนา​ประจำ​รัฐ​อย่าง​แท้​จริง . . . คริสต์​จักร​ได้​เป็น​อัน​หนึ่ง​อัน​เดียว​กัน​อย่าง​ใกล้​ชิด​กับ​รัฐ และ​ได้​รับ​การ​สนับสนุน​โดย​เฉพาะ​จาก​รัฐ.”

ด้วย​เหตุ​นี้ หา​ใช่​ศาสนา​คริสเตียน​แท้ ๆ ใน​สมัย​ของ​อัครสาวก​ไม่​ที่​กลาย​เป็น​ศาสนา​ประจำ​รัฐ​ของ​จักรวรรดิ​โรมัน. ศาสนา​นิกาย​โรมัน​คาทอลิก​ที่​เชื่อ​พระ​ตรีเอกานุภาพ​ใน​ศตวรรษ​ที่​สี่ ซึ่ง​ตั้ง​ขึ้น​โดย​การ​บีบ​บังคับ​จาก​จักรพรรดิ​ทีโอโดซิอุส​ที่ 1 และ​ปฏิบัติ​โดย​คริสต์​จักร​โรมัน​คาทอลิก​ซึ่ง​เป็น​อยู่​ใน​อดีต​ดัง​ที่​เป็น​อยู่​ใน​ปัจจุบัน คือ​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ของ​โลก​นี้​อย่าง​แท้​จริง.

[ที่​มา​ของ​ภาพ]

จักรพรรดิ​ทีโอโดซิอุส​ที่ 1 Real Academia de la Historia, Madrid (Foto Oronoz)

[ที่​มา​ของ​ภาพ​หน้า 8]

Scala/Art Resource, N.Y.