ข้ามไปยังเนื้อหา

ข้ามไปยังสารบัญ

จากการสร้างอาวุธมาสู่การช่วยชีวิต

จากการสร้างอาวุธมาสู่การช่วยชีวิต

เรื่อง​ชีวิต​จริง

จาก​การ​สร้าง​อาวุธ​มา​สู่​การ​ช่วย​ชีวิต

เล่า​โดย อีซีดอรอส อิสไมลีดิส

ผม​คุกเข่า น้ำตา​ไหล​อาบ​แก้ม. ผม​อธิษฐาน​ว่า “ข้า​แต่​พระเจ้า สติ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​บอก​ข้าพเจ้า​ว่า ข้าพเจ้า​ไม่​อาจ​ทำ​งาน​ใน​การ​ผลิต​อาวุธ​ได้​อีก​ต่อ​ไป. ข้าพเจ้า​พยายาม​อย่าง​หนัก​เพื่อ​จะ​หา​งาน​อื่น​แล้ว แต่​ยัง​หา​ไม่​ได้. พรุ่ง​นี้​ข้าพเจ้า​จะ​ยื่น​ใบ​ลา​ออก. ข้า​แต่​พระ​ยะโฮวา ขอ​โปรด​อย่า​ทรง​ปล่อย​ให้​ลูก​สี่​คน​ของ​ข้าพเจ้า​อดอยาก.” ผม​มา​ถึง​ขั้น​นี้​ได้​อย่าง​ไร?

ผม​เกิด​ใน​เขต​ดรามา ทาง​ภาค​เหนือ​ของ​กรีซ เมื่อ​ปี 1932. ชีวิต​ที่​นั่น​สงบ​และ​เรียบ​ง่าย. คุณ​พ่อ​คุย​กับ​ผม​เสมอ​ว่า​ท่าน​อยาก​ให้​ผม​ทำ​อะไร. ท่าน​สนับสนุน​ให้​ผม​ไป​เรียน​ต่อ​ที่​สหรัฐ. หลัง​จาก​ประเทศ​กรีซ​ถูก​ปล้น​ระหว่าง​สงคราม​โลก​ครั้ง​ที่ 2 คำ​ขวัญ​ที่​ชาว​กรีก​นิยม​กัน​คือ “ขโมย​ของ​ของ​เรา​ได้ แต่​ขโมย​สิ่ง​ที่​อยู่​ใน​ใจ​ของ​เรา​ไม่​ได้.” ผม​มุ่ง​มั่น​จะ​เรียน​มหาวิทยาลัย​และ​สะสม​สิ่ง​ที่​ไม่​มี​ใคร​จะ​ขโมย​ไป​ได้.

ตั้ง​แต่​ผม​เป็น​เด็ก ผม​เข้า​ร่วม​กับ​กลุ่ม​เยาวชน​หลาย​กลุ่ม​ซึ่ง​ได้​รับ​การ​สนับสนุน​จาก​คริสตจักร​กรีก​ออร์โทด็อกซ์. พวก​เรา​ถูก​สอน​ให้​หลีก​เลี่ยง​นิกาย​อันตราย​ต่าง ๆ. ผม​จำ​ได้​ดี​เป็น​พิเศษ​ว่า​มี​การ​เอ่ย​ชื่อ​กลุ่ม​หนึ่ง นั่น​คือ​พวก​พยาน​พระ​ยะโฮวา เนื่อง​จาก​คิด​กัน​ว่า​พวก​เขา​เป็น​กลุ่ม​ต่อ​ต้าน​พระ​คริสต์.

หลัง​จาก​ผม​สำเร็จ​การ​ศึกษา​จาก​วิทยาลัย​เทคนิค​แห่ง​กรุง​เอเธนส์​เมื่อ​ปี 1953 ผม​เดิน​ทาง​ไป​เยอรมนี​เพื่อ​หา​งาน​ทำ​และ​เรียน​ไป​ด้วย​ใน​เวลา​เดียว​กัน. แต่​เนื่อง​จาก​ไม่​ประสบ​ความ​สำเร็จ ผม​จึง​เดิน​ทาง​ไป​ประเทศ​อื่น. ไม่​กี่​สัปดาห์​ผ่าน​ไป ผม​ก็​มา​อยู่​ที่​ท่า​เรือ​แห่ง​หนึ่ง​ใน​เบลเยียม​โดย​ไม่​มี​เงิน​ติด​ตัว​เลย. ผม​จำ​ได้​ว่า​ผม​เดิน​เข้า​ไป​ใน​โบสถ์​แห่ง​หนึ่ง นั่ง​ลง​และ​ร้องไห้​มาก​จน​น้ำตา​หยด​ลง​บน​พื้น​ข้าง​หน้า​ผม. ผม​อธิษฐาน​ว่า​หาก​พระเจ้า​ทรง​ช่วย​ผม​ไป​สหรัฐ ผม​จะ​ไม่​แสวง​หาทรัพย์​สมบัติ แต่​จะ​เรียน​หนังสือ​และ​พยายาม​เป็น​คริสเตียน​และ​พลเมือง​ที่​ดี. ใน​ที่​สุด ใน​ปี 1957 ผม​ก็​ไป​ถึง​สหรัฐ.

ชีวิต​ใหม่​ใน​สหรัฐ

ชีวิต​ใน​สหรัฐ​นั้น​ยาก​ลำบาก​มาก​สำหรับ​คน​เข้า​เมือง​ที่​พูด​ภาษา​ไม่​ได้​และ​ไม่​มี​เงิน. ผม​ทำ​งาน​สอง​ที่​ใน​ตอน​กลางคืน​และ​พยายาม​ไป​โรง​เรียน​ใน​ตอน​กลางวัน. ผม​เข้า​เรียน​ใน​วิทยาลัย​หลาย​แห่ง​และ​ได้​รับ​อนุ​ปริญญา. แล้ว​ผม​ก็​เข้า​เรียน​ที่​มหาวิทยาลัย​แคลิฟอร์เนีย​ที่​นคร​ลอสแอนเจลิส​และ​ได้​รับ​ปริญญา​ตรี​ทาง​ฟิสิกส์​ประยุกต์. คำ​ของ​พ่อ​ที่​เน้น​เรื่อง​การ​ศึกษา​เล่า​เรียน​ช่วย​ให้​ผม​ผ่าน​พ้น​ช่วง​เวลา​อัน​ยาก​ลำบาก​นั้น​มา​ได้.

ช่วง​นั้น ผม​พบ​สาว​กรีก​น่า​รัก​คน​หนึ่ง​ชื่อ​เอคาเทรีนี และ​เรา​แต่งงาน​กัน​ใน​ปี 1964. ลูก​ชาย​คน​แรก​ของ​เรา​เกิด​มา​หลัง​จาก​นั้น​สาม​ปี และ​ช่วง​ไม่​ถึง​สี่​ปี​ต่อ​จาก​นั้น เรา​ก็​มี​ลูก​ชาย​อีก​สอง​คน​และ​ลูก​สาว​คน​หนึ่ง. เป็น​เรื่อง​ท้าทาย​จริง ๆ ที่​จะ​หา​เลี้ยง​ครอบครัว​และ​ใน​เวลา​เดียว​กัน​ก็​เรียน​มหาวิทยาลัย​ไป​ด้วย.

ผม​ทำ​งาน​ให้​กองทัพ​อากาศ​สหรัฐ ใน​หน่วย​ขีปนาวุธ​และ​อวกาศ​ใน​ซันนีเวล รัฐ​แคลิฟอร์เนีย. ผม​ร่วม​ใน​โครงการ​การ​บิน​และ​อวกาศ​หลาย​โครงการ รวม​ทั้ง​โครงการ​เอ​เจ​นา​และ​โครงการ​อะพอลโล. ผม​ถึง​กับ​ได้​รับ​เหรียญ​ประกาศ​เกียรติ​คุณ​เนื่อง​จาก​มี​ส่วน​ช่วย​ใน​เที่ยว​บิน​อะพอลโล 8 และ​อะพอลโล 11. หลัง​จาก​นั้น ผม​ศึกษา​ต่อ​และ​เข้า​ไป​พัวพัน​อย่าง​ใกล้​ชิด​กับ​โครงการ​อวกาศ​ทาง​การ​ทหาร​หลาย​โครงการ. เมื่อ​ถึง​ตอน​นี้ ผม​คิด​ว่า​ผม​มี​ครบ​ทุก​อย่าง​แล้ว—ภรรยา​ที่​น่า​รัก, ลูก ๆ ที่​ดี​สี่​คน, งาน​ที่​มี​เกียรติ, และ​บ้าน​ที่​น่า​อยู่.

เพื่อน​ที่​พากเพียร

ต้น​ปี 1967 ผม​รู้​จัก​กับ​จิม​ใน​ที่​ทำ​งาน เขา​เป็น​คน​ถ่อม​มาก​และ​กรุณา. จิม​ดู​เหมือน​จะ​ยิ้ม​อยู่​ตลอด​เวลา และ​เขา​ไม่​เคย​ปฏิเสธ​คำ​เชิญ​ที่​จะ​พัก​กิน​กาแฟ​กับ​ผม. เขา​ใช้​โอกาส​ช่วง​นั้น​แบ่ง​ปัน​ความ​รู้​จาก​คัมภีร์​ไบเบิล​กับ​ผม. จิม​บอก​ผม​ว่า​เขา​กำลัง​ศึกษา​กับ​พยาน​พระ​ยะโฮวา.

ผม​ตกใจ​มาก​ที่​รู้​ว่า​จิม​เข้า​ไป​พัวพัน​กับ​กลุ่ม​ศาสนา​นี้. เป็น​ไป​ได้​อย่าง​ไร​ที่​คน​ดี ๆ อย่าง​เขา​จะ​เป็น​เหยื่อ​ของ​นิกาย​ต่อ​ต้าน​พระ​คริสต์? อย่าง​ไร​ก็​ตาม ผม​ไม่​อาจ​ปฏิเสธ​ความ​สนใจ​เป็น​ส่วน​ตัว​และ​ความ​กรุณา​ของ​จิม​ได้. ดู​เหมือน​ว่า​ทุก​วัน​เขา​จะ​มี​อะไร​มา​ให้​ผม​อ่าน​เสมอ. ตัว​อย่าง​เช่น วัน​หนึ่ง​เขา​มา​ที่​ห้อง​ทำ​งาน​ของ​ผม​และ​บอก​ว่า “อีซีดอรอส บทความ​นี้​ใน​หอสังเกตการณ์ พูด​ถึง​การ​เสริม​สร้าง​ชีวิต​ครอบครัว​ให้​มั่นคง. เอา​ไป​อ่าน​กับ​ภรรยา​ของ​คุณ​ที่​บ้าน​สิ.” ผม​บอก​เขา​ว่า​ผม​จะ​อ่าน แต่​หลัง​จาก​นั้น​ผม​เข้า​ไป​ใน​ห้อง​น้ำ​และ​ฉีก​วารสาร​นั้น​เป็น​ชิ้น ๆ และ​ทิ้ง​ลง​ถัง​ขยะ.

เป็น​เวลา​สาม​ปี ผม​ทำลาย​หนังสือ​และ​วารสาร​ทุก​เล่ม​ที่​จิม​ให้​ผม. เนื่อง​จาก​มี​อคติ​ต่อ​พยาน​พระ​ยะโฮวา​แต่​ยัง​อยาก​จะ​รักษา​มิตรภาพ​ของ​จิม​ไว้ ผม​จึง​คิด​ว่า​ดี​ที่​สุด​ที่​จะ​ฟัง​เขา​พูด​แล้ว​ลืม​มัน​ไป​ทันที.

อย่าง​ไร​ก็​ตาม จาก​การ​พูด​คุย​กัน​เหล่า​นั้น ผม​ได้​มา​เข้าใจ​ว่า​สิ่ง​ต่าง ๆ ที่​ผม​เชื่อ​และ​ปฏิบัติ​ไม่​มี​พื้น​ฐาน​จาก​คัมภีร์​ไบเบิล. ผม​ตระหนัก​ว่า​คำ​สอน​เรื่อง​ตรีเอกานุภาพ, ไฟ​นรก, และ​สภาพ​อมตะ​ของ​จิตวิญญาณ​ไม่​ได้เป็น​ไป​ตาม​หลัก​พระ​คัมภีร์. (ท่าน​ผู้​ประกาศ 9:10; ยะเอศเคล 18:4; โยฮัน 20:17) เนื่อง​จาก​เป็น​ชาว​กรีก​ออร์โทด็อกซ์​ที่​ถือ​ทิฐิ ผม​จึง​ไม่​ต้องการ​ยอม​รับ​ตรง ๆ ว่า​จิม​เป็น​ฝ่าย​ถูก. แต่​เนื่อง​จาก​เขา​ใช้​คัมภีร์​ไบเบิล​เสมอ​และ​ไม่​เคย​ให้​ความ​เห็น​ของ​เขา​เอง ใน​ที่​สุด​ผม​ก็​ยอม​รับ​ว่า​คน​คน​นี้​มี​ข่าวสาร​ที่​มี​ค่า​จาก​คัมภีร์​ไบเบิล​ให้​ผม.

ภรรยา​ของ​ผม​รู้สึก​ว่า มี​อะไร​บาง​อย่าง​เกิด​ขึ้น และ​เธอ​ถาม​ว่า​ผม​ได้​คุย​กับ​เพื่อน​ที่​คบหา​กับ​พวก​พยาน​ฯ หรือ. เมื่อ​ผม​ตอบ​ว่า​ใช่ เธอ​บอก​ว่า “ให้​เรา​ไป​โบสถ์​ไหน​ก็​ได้​เว้น​แต่​พยาน​พระ​ยะโฮวา.” อย่าง​ไร​ก็​ตาม ไม่​นาน​นัก​ผม​กับ​ภรรยา​และ​ลูก ๆ ก็​เข้า​ร่วม​ประชุม​กับ​พวก​พยาน​ฯ เป็น​ประจำ.

การ​ตัดสิน​ใจ​อัน​ยาก​ยิ่ง

เมื่อ​ผม​ศึกษา​คัมภีร์​ไบเบิล​ต่อ​ไป ผม​ก็​ได้​อ่าน​ถ้อย​คำ​ของ​ผู้​พยากรณ์​ยะซายา​ที่​ว่า “เขา​ทั้ง​หลาย​จะ​เอา​ดาบ​ของ​เขา​ตี​เป็น​ผาล​ไถ​นา, และ​เอา​หอก​ตี​เป็น​ขอ​สำหรับ​ลิด​แขนง; ประเทศ​ต่อ​ประเทศ​จะ​ไม่​ยก​ดาบ​ขึ้น​ต่อ​สู้​กัน, และ​เขา​จะ​ไม่​ศึกษา​ยุทธศาสตร์​อีก​ต่อ​ไป.” (ยะซายา 2:4) ผม​ถาม​ตัว​เอง​ว่า ‘ผู้​รับใช้​ของ​พระเจ้า​ผู้​ทรง​รัก​สันติ​จะ​ทำ​งาน​เป็น​ผู้​ออก​แบบ​และ​ผลิต​อาวุธ​ที่​ใช้​ใน​การ​ทำลาย​ล้าง​ได้​อย่าง​ไร?’ (บทเพลง​สรรเสริญ 46:9) ไม่​นาน​เท่า​ไร​ผม​ก็​ตระหนัก​ว่า​ผม​ต้อง​เปลี่ยน​งาน.

ไม่​ยาก​ที่​จะ​เข้าใจ​ว่า นี่​เป็น​ข้อ​ท้าทาย​ที​เดียว. ผม​มี​งาน​ที่​มี​เกียรติ. ผม​ตรากตรำ​ทำ​งาน​หนัก ศึกษา​เล่า​เรียน และ​ทุ่มเท​มา​หลาย​ปี​เพื่อ​จะ​มา​ถึง​จุด​นี้​ได้. ผม​ไต่​เต้า​ขึ้น​มา​ใน​หน้า​ที่​การ​งาน และ​ตอน​นี้​ผม​กำลัง​จะ​ทิ้ง​อาชีพ​ของ​ผม​ไป. อย่าง​ไร​ก็​ตาม ใน​ที่​สุด​ความ​รัก​อัน​ลึกซึ้ง​ต่อ​พระ​ยะโฮวา​และ​ความ​ปรารถนา​อัน​แรง​กล้า​ที่​จะ​ทำ​ตาม​พระทัย​ประสงค์​ของ​พระองค์​ก็​มี​ชัย.—มัดธาย 7:21.

ผม​ตัดสิน​ใจ​ทำ​งาน​ให้​กับ​บริษัท​หนึ่ง​ใน​เมือง​ซีแอตเทิล รัฐ​วอชิงตัน. แต่​ผม​ก็​ต้อง​ผิด​หวัง ไม่​นาน​นัก​ผม​พบ​ว่า​ผม​พัวพัน​มาก​ยิ่ง​ขึ้น​กับ​งาน​ที่​ไม่​ประสาน​กับ​ยะซายา 2:4. ผม​พยายาม​จะ​ทำ​งาน​ใน​โครงการ​อื่น​เท่า​นั้น แต่​ก็​ไม่​สำเร็จ และ​อีก​ครั้ง​หนึ่ง​ที่​สติ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​รบกวน​ผม. ผม​เข้าใจ​ชัดเจน​ว่า​ผม​ไม่​อาจ​รักษา​งาน​ของ​ผม​ไว้​และ​ใน​เวลา​เดียว​กัน​มี​สติ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ที่​สะอาด​ได้.—1 เปโตร 3:21.

เห็น​ได้​ชัด​ว่า​พวก​เรา​จะ​ต้อง​ทำ​การ​เปลี่ยน​แปลง​ขนาน​ใหญ่. ภาย​ใน​เวลา​หก​เดือน เรา​เปลี่ยน​รูป​แบบ​ชีวิต​และ​ลด​ค่า​ใช้​จ่าย​ของ​ครอบครัว​ลง​ครึ่ง​หนึ่ง. แล้ว​เรา​ก็​ขาย​บ้าน​ที่​หรูหรา​ไป​และ​ซื้อ​หลัง​เล็ก ๆ ใน​เมือง​เดนเวอร์ รัฐ​โคโลราโด. ตอน​นี้​ผม​พร้อม​จะ​ดำเนิน​ขั้น​ตอน​สุด​ท้าย​แล้ว คือ​การ​ลา​ออก​จาก​งาน. ผม​พิมพ์​ใบ​ลา​ออก อธิบาย​จุด​ยืน​เรื่อง​สติ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ของ​ผม. คืน​นั้น หลัง​จาก​เด็ก ๆ หลับ​กัน​หมด​แล้ว ผม​คุกเข่า​ลง​กับ​ภรรยา​และ​เรา​อธิษฐาน​ทูล​พระ​ยะโฮวา​ดัง​ที่​พรรณนา​ไว้​ตอน​ต้น​บทความ​นี้.

ไม่​ถึง​หนึ่ง​เดือน​หลัง​จาก​นั้น เรา​ย้าย​ไป​เดนเวอร์ และ​สอง​สัปดาห์​ต่อ​มา ใน​เดือน​กรกฎาคม 1975 ผม​กับ​ภรรยา​รับ​บัพติสมา. ผม​หา​งาน​ทำ​ไม่​ได้​เป็น​เวลา​หก​เดือน และ​เรา​ใช้​เงิน​ออม​ของ​เรา​จน​ร่อยหรอ​ลง​ที​ละ​น้อย. ใน​เดือน​ที่​เจ็ด เงิน​ใน​บัญชี​ของ​เรา​เหลือ​อยู่​น้อย​กว่า​ค่า​ส่ง​บ้าน​ประจำ​เดือน. ผม​เริ่ม​หา​งาน​แบบ​ไหน​ก็​ได้ แต่​ทันที​หลัง​จาก​นั้น ผม​ก็ได้​งาน​เป็น​วิศวกร. ผม​ได้​เงิน​เดือน​ครึ่ง​หนึ่ง​ของ​ที่​ผม​เคย​ได้; แต่​ก็​ยัง​มาก​กว่า​ที่​ผม​ขอ​จาก​พระ​ยะโฮวา​มาก​นัก. ผม​มี​ความ​สุข​เพียง​ไร​ที่​ผม​จัด​เอา​ผล​ประโยชน์​ฝ่าย​วิญญาณ​ไว้​เป็น​อันดับ​แรก.—มัดธาย 6:33.

การ​อบรม​ลูก ๆ ให้​รัก​พระ​ยะโฮวา

ใน​ระหว่าง​นั้น ผม​กับ​เอคาเทรีนี​ก็​ยุ่ง​กับ​งาน​ที่​ท้าทาย​เรื่อง​การ​อบรม​ลูก ๆ สี่​คน​ตาม​หลักการ​ของ​พระเจ้า. น่า​ดีใจ ด้วย​ความ​ช่วยเหลือ​จาก​พระ​ยะโฮวา​เรา​จึง​ได้​เห็น​พวก​เขา​ทั้ง​สี่​คน​เป็น​คริสเตียน​ที่​อาวุโส อุทิศ​ชีวิต​ของ​ตน​เต็ม​ที่​ใน​งาน​สำคัญ​คือ​การ​ประกาศ​ราชอาณาจักร. ลูก​ชาย​ทั้ง​สาม​คน​ของ​เรา คริสตอส, ลาคิส, และ​เกรกอรี​สำเร็จ​จาก​โรง​เรียน​ฝึก​อบรม​เพื่อ​งาน​รับใช้​และ​ตอน​นี้​กำลัง​รับใช้​ใน​งาน​มอบหมาย​หลาย​อย่าง​รวม​ทั้ง​ไป​เยี่ยม​และ​เสริม​สร้าง​ประชาคม​ต่าง ๆ. ตูลา ลูก​สาว​ของ​เรา ทำ​งาน​เป็น​อาสา​สมัคร​ที่​สำนักงาน​ใหญ่​ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ที่​นคร​นิวยอร์ก. เรา​ประทับใจ​ที่​เห็น​ลูก ๆ ทุก​คน​สละ​งาน​อาชีพ​ที่​ดี​ซึ่ง​มี​ราย​ได้​งาม​เพื่อ​จะ​รับใช้​พระ​ยะโฮวา.

หลาย​คน​ถาม​ว่า​อะไร​เป็น​เคล็ดลับ​ของ​การ​เลี้ยง​ดู​ลูก​จน​ประสบ​ความ​สำเร็จ​อย่าง​นี้. แน่นอน ไม่​มี​สูตร​สำเร็จ​ใน​การ​เลี้ยง​ดู​ลูก แต่​เรา​บากบั่น​พยายาม​ปลูกฝัง​ให้​พวก​เขา​รัก​พระ​ยะโฮวา​และ​รัก​เพื่อน​บ้าน​ด้วย​หัวใจ. (พระ​บัญญัติ 6:6, 7; มัดธาย 22:37-39) ลูก ๆ เรียน​รู้​ว่า​เรา​ไม่​อาจ​ทูล​พระ​ยะโฮวา​ว่า​เรา​รัก​พระองค์​นอก​จาก​การ​กระทำ​ของ​เรา​แสดง​อย่าง​นั้น​จริง ๆ.

หนึ่ง​วัน​ต่อ​สัปดาห์ ตาม​ปกติ​เป็น​วัน​เสาร์ เรา​จะ​รับใช้​ร่วม​กัน​เป็น​ครอบครัว. เรา​มี​การ​ศึกษา​พระ​คัมภีร์​ประจำ​ครอบครัว​ตอน​เย็น​วัน​จันทร์​หลัง​อาหาร​มื้อ​เย็น และ​เรา​ก็​มี​การ​ศึกษา​กับ​ลูก​แต่​ละ​คน​ด้วย. เมื่อ​ลูก ๆ ยัง​เล็ก เรา​ศึกษา​กับ​เขา​แต่​ละ​คน​โดย​ใช้​เวลา​สั้น ๆ สัปดาห์​ละ​หลาย​ครั้ง และ​เมื่อ​พวก​เขา​โต​ขึ้น เรา​ก็​ศึกษา​กัน​นาน​ขึ้น​สัปดาห์​ละ​หนึ่ง​ครั้ง. ระหว่าง​การ​ศึกษา ลูก​ของ​เรา​จะ​เปิด​ใจ​และ​ปรึกษา​ปัญหา​ของ​พวก​เขา​กับ​เรา.

เรา​ยัง​มี​นันทนาการ​ที่​เสริม​สร้าง​กัน​เป็น​ครอบครัว​ด้วย. เรา​ชอบ​เล่น​ดนตรี​ด้วย​กัน และ​ลูก​แต่​ละ​คน​ก็​ชอบ​เล่น​เพลง​โปรด​ของ​ตัว​เอง. ใน​วัน​สุด​สัปดาห์ บาง​ครั้ง​เรา​เชิญ​ครอบครัว​อื่น​มา​สังสรรค์​กัน​ใน​แบบ​ที่​เสริม​สร้าง. เรา​ยัง​ไป​พัก​ร้อน​กัน​เป็น​ครอบครัว​ด้วย. ครั้ง​หนึ่ง เรา​ใช้​เวลา​สอง​สัปดาห์​ท่อง​เที่ยว​ใน​เขต​เทือก​เขา​ของ​รัฐ​โคโลราโด​และ​ทำ​งาน​กับ​ประชาคม​ท้องถิ่น​ใน​งาน​เผยแพร่​ตาม​บ้าน. ลูก ๆ ของ​เรา​ยัง​จำ​การ​ทำ​งาน​ใน​แผนก​ต่าง ๆ ของ​การ​ประชุม​ภาค​และ​การ​ช่วย​ก่อ​สร้าง​หอ​ประชุม​ราชอาณาจักร​ใน​หลาย​แห่ง​ได้​ด้วย​ความ​ชื่นชม. เมื่อ​เรา​พา​ลูก ๆ ไป​กรีซ​เพื่อ​พบ​กับ​ญาติ ๆ พวก​เขา​ยัง​สามารถ​พบ​กับ​พยาน​ฯ ที่​ซื่อ​สัตย์​หลาย​คน​ซึ่ง​เคย​ถูก​คุม​ขัง​เนื่อง​จาก​ความ​เชื่อ​ของ​ตน. สิ่ง​นี้​ทำ​ให้​พวก​เขา​ประทับใจมาก และ​ช่วย​เขา​ให้​ตั้งใจ​แน่วแน่​จะ​รักษา​ความ​ซื่อ​สัตย์​มั่นคง​และ​ความ​กล้า​หาญ​เพื่อ​ความ​จริง.

แน่นอน บาง​ครั้ง​ลูก​บาง​คน​ประพฤติ​ไม่​ดี​หรือ​เลือก​คบ​เพื่อน​ไม่​ดี. บาง​ครั้ง​เรา​ที่​เป็น​พ่อ​แม่​ก็​สร้าง​ปัญหา​ให้​พวก​เขา​โดย​อาจ​เข้มงวด​เกิน​ไป​ใน​บาง​เรื่อง. แต่​การ​แสวง​หา​ความ​ช่วยเหลือ​จาก “การ​ปรับ​ความ​คิด​จิตใจ​ตาม​หลักการ​ของ​พระ​ยะโฮวา” ดัง​ที่​พบ​ใน​คัมภีร์​ไบเบิล​จะ​ช่วย​แก้ไข​เรื่อง​ราว​ให้​เรียบร้อย​สำหรับ​เรา​ทุก​คน.—เอเฟโซ 6:4, ล.ม.; 2 ติโมเธียว 3:16, 17.

ช่วง​ที่​มี​ความ​สุข​มาก​ที่​สุด​ใน​ชีวิต​ของ​ผม

หลัง​จาก​ลูก ๆ ของ​เรา​เริ่ม​งาน​รับใช้​เต็ม​เวลา ผม​กับ​เอคาเทรีนี​ก็​เริ่ม​คิด​อย่าง​จริงจัง​ว่า​เรา​จะ​ทำ​อะไร​ได้​เพื่อ​เรา​จะ​มี​ส่วน​มาก​ขึ้น​ใน​งาน​ช่วย​ชีวิต. ด้วย​เหตุ​นั้น ใน​ปี 1994 หลัง​จาก​ผม​เกษียณ​อายุ​ก่อน​กำหนด เรา​ทั้ง​สอง​คน​ก็​เริ่ม​รับใช้​เป็น​ไพโอเนียร์​ประจำ. งาน​รับใช้​ของ​เรา​รวม​ไป​ถึง​การ​เข้า​ไป​ใน​วิทยาลัย​และ​มหาวิทยาลัย​ท้องถิ่น​เพื่อ​ให้​คำ​พยาน​กับ​นัก​ศึกษา​และ​นำ​การ​ศึกษา​คัมภีร์​ไบเบิล​กับ​บาง​คน. เนื่อง​จาก​ผม​สามารถ​รู้​ว่า​พวก​เขา​ต้อง​ผจญ​ความ​ยาก​ลำบาก​อะไร​บ้าง—เพราะ​เมื่อ​ไม่​กี่​ปี​ที่​ผ่าน​มา​ผม​ก็​เคย​อยู่​ใน​สถานการณ์​แบบ​เดียว​กับ​พวก​เขา—ผม​จึง​ประสบ​ความ​สำเร็จ​มาก​ใน​การ​ช่วย​พวก​เขา​ให้​เรียน​รู้​เกี่ยว​กับ​พระ​ยะโฮวา. ช่าง​เป็น​ความ​ยินดี​สัก​เพียง​ไร​ที่​ได้​ศึกษา​กับ​นัก​ศึกษา​จาก​ประเทศ​จีน, ชิลี, ตุรกี, ไทย, บราซิล, โบลิเวีย, เม็กซิโก, อียิปต์, และ​เอธิโอเปีย! ผม​ยัง​ชอบ​การ​ให้​คำ​พยาน​ทาง​โทรศัพท์​ด้วย โดย​เฉพาะ​อย่าง​ยิ่ง​กับ​คน​ที่​ใช้​ภาษา​ดั้งเดิม​ของ​ผม.

แม้​ว่า​ผม​มี​ข้อ​จำกัด​หลาย​อย่าง​เนื่อง​จาก​ผม​พูด​ติด​สำเนียง​แบบ​ชาว​กรีก​และ​มี​อายุ​มาก​ขึ้น ผม​ก็​ยัง​พยายาม​ทำ​ให้​ตัว​เอง​พร้อม​เสมอ​และ​มี​น้ำใจ​ของ​ท่าน​ยะซายา​ที่​ประกาศ​ว่า “ข้าพเจ้า​อยู่​ที่​นี่; ทรง​ใช้​ข้าพเจ้า​เถิด.” (ยะซายา 6:8) เรา​มี​ความ​ยินดี​ที่​ได้​ช่วย​มาก​กว่า​หก​คน​ให้​อุทิศ​ชีวิต​แด่​พระ​ยะโฮวา. นี่​เป็น​เวลา​ที่​มี​ความ​สุข​มาก​ที่​สุด​สำหรับ​เรา​อย่าง​แท้​จริง.

ครั้ง​หนึ่ง ชีวิต​ทั้ง​สิ้น​ของ​ผม​เกี่ยว​ข้อง​กับ​การ​สร้าง​อาวุธ​อัน​ร้ายกาจ​ที่​ใช้​เข่น​ฆ่า​เพื่อน​มนุษย์. อย่าง​ไร​ก็​ตาม ด้วย​พระ​กรุณา​อัน​ไม่​พึง​ได้​รับ​ของ​พระองค์ พระ​ยะโฮวา​ได้​ทรง​เปิด​ทาง​ให้​ผม​และ​ครอบครัว​มา​เป็น​ผู้​รับใช้​ที่​อุทิศ​ตัว​แล้ว​ของ​พระองค์ และ​ทุ่มเท​ชีวิต​ของ​เรา​เพื่อ​นำ​ข่าว​ดี​เรื่อง​ชีวิต​นิรันดร์​ใน​อุทยาน​บน​แผ่นดิน​โลก​ไป​ให้​ผู้​คน. ขณะ​ที่​ผม​คิด​รำพึง​ถึง​การ​ตัดสิน​ใจ​ที่​ท้าทาย​ซึ่ง​ผม​เคย​ทำ ผม​ก็​นึก​ถึง​ถ้อย​คำ​ใน​มาลาคี 3:10 ที่​ว่า “พระ​ยะโฮวา​จอม​พล​โยธา​ตรัส​ต่อ​ไป​ว่า, ‘ . . . จง​มา​ลอง​ดู​เรา​ใน​เรื่อง​นี้, ดู​ที​หรือ​ว่า, เรา​จะ​เปิด​บัญชร​ท้องฟ้า​ให้​เจ้า​และ​เท​พร​ให้​แก่​เจ้า​จน​เกิน​ความ​ต้องการ​หรือ​ไม่.’ ” พระองค์​ได้​ทำ​เช่น​นั้น​จริง ๆ ซึ่ง​ทำ​ให้​หัวใจ​ของ​พวก​เรา​เป็น​สุข!

[กรอบ/ภาพ​หน้า 27]

ลาคิส: คุณ​พ่อ​ของ​ผม​เกลียด​การ​หน้า​ไหว้​หลัง​หลอก. ท่าน​พยายาม​จริง ๆ ที่​จะ​ไม่​เป็น​คน​หน้า​ไหว้​หลัง​หลอก โดย​เฉพาะ​อย่าง​ยิ่ง​ใน​การ​วาง​ตัว​อย่าง​ที่​ถูก​ต้อง​ให้​ครอบครัว​ของ​ท่าน. ท่าน​มัก​จะ​บอก​เรา​ว่า “ถ้า​ลูก​อุทิศ​ชีวิต​ให้​พระ​ยะโฮวา นั่น​หมาย​ถึง​อะไร​บาง​อย่าง. ลูก​ควร​จะ​เต็ม​ใจ​เสีย​สละ​เพื่อ​พระ​ยะโฮวา. นั่น​คือ​สิ่ง​ที่​การ​เป็น​คริสเตียน​หมาย​ถึง.” ถ้อย​คำ​เหล่า​นี้​ฝัง​อยู่​ใน​จิตใจ​ของ​ผม​และ​ได้​ช่วย​ผม​ให้​ติด​ตาม​ตัว​อย่าง​ของ​ท่าน​ใน​การ​เสีย​สละ​เพื่อ​พระ​ยะโฮวา.

[กรอบ/ภาพ​หน้า 27]

คริสตอส: ผม​หยั่ง​รู้​ค่า​มาก​สำหรับ​ความ​ภักดี​อย่าง​สิ้น​สุด​จิตวิญญาณ​ที่​คุณ​พ่อ​คุณ​แม่​มี​ต่อ​พระ​ยะโฮวา รวม​ทั้ง​การ​เอา​ใจ​ใส่​หน้า​ที่​ใน​ฐานะ​พ่อ​และ​แม่​อย่าง​เต็ม​ที่. ใน​ฐานะ​ครอบครัว เรา​ทำ​ทุก​อย่าง​ร่วม​กัน ตั้ง​แต่​การ​รับใช้​จน​ถึง​การ​พัก​ร้อน. แม้​ว่า​ท่าน​ทั้ง​สอง​สามารถ​หมกมุ่น​กับ​อีก​หลาย​สิ่ง​ได้ แต่​คุณ​พ่อ​คุณ​แม่​ก็​ใช้​ชีวิต​แบบ​เรียบ​ง่าย​และ​จดจ่อ​อยู่​กับ​การ​รับใช้. ทุก​วัน​นี้ ผม​รู้​ว่า​ผม​มี​ความ​สุข​ที่​สุด​เมื่อ​ผม​มี​ส่วน​ร่วม​เต็ม​ที่​ใน​การ​รับใช้​พระ​ยะโฮวา.

[กรอบ/ภาพ​หน้า 28]

เกรกอรี: สิ่ง​ที่​กระตุ้น​ให้​ผม​ประเมิน​สภาพการณ์​ของ​ผม​ใหม่, เลิก​คิด​วิตก​กังวล​เกี่ยว​กับ​การ​เริ่ม​การ​รับใช้​เต็ม​เวลา, และ​ทุ่มเท​ตัว​เอง​มาก​ขึ้น​ใน​งาน​ของ​พระ​ยะโฮวา​นั้น ไม่​ใช่​แค่​ถ้อย​คำ​ของ​คุณ​พ่อ​คุณ​แม่​ที่​สนับสนุน​ให้​ผม​ขยาย​งาน​รับใช้ แต่​เป็น​ตัว​อย่าง​และ​หลักฐาน​ของ​ความ​ยินดี​ของ​ท่าน​ทั้ง​สอง​ใน​การ​รับใช้​พระ​ยะโฮวา. ผม​ขอบพระคุณ​คุณ​พ่อ​คุณ​แม่​ที่​ช่วย​ผม​พบ​ความ​ยินดี​ที่​มา​จาก​การ​ทุ่มเท​ตัว​เอง.

[กรอบ/ภาพ​หน้า 28]

ตูลา: คุณ​พ่อ​คุณ​แม่​เน้น​เสมอ​ว่า​สัมพันธภาพ​กับ​พระ​ยะโฮวา​เป็น​สิ่ง​มี​ค่า​มาก​ที่​สุด​ที่​เรา​จะ​มี​ได้​และ​วิธี​เดียว​ที่​เรา​จะ​มี​ความ​สุข​อย่าง​แท้​จริง​ได้​ก็​คือ​การ​ให้​สิ่ง​ที่​ดี​ที่​สุด​ของ​เรา​แด่​พระ​ยะโฮวา. คุณ​พ่อ​คุณ​แม่​ทำ​ให้​พระ​ยะโฮวา​เป็น​จริง​สำหรับ​พวก​เรา. คุณ​พ่อ​มัก​จะ​บอก​เรา​ว่า​มี​ความ​รู้สึก​อัน​สุด​จะ​พรรณนา​เมื่อ​ได้​เข้า​นอน​ตอน​กลางคืน​ด้วย​สติ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ที่​สะอาด โดย​รู้​ว่า​เรา​ได้​ทำ​สุด​ความ​สามารถ​เพื่อ​ทำ​ให้​พระ​ยะโฮวา​พอ​พระทัย.

[ภาพ​หน้า 25]

เมื่อ​ผม​เป็น​ทหาร​ใน​กรีซ ปี 1951

[ภาพ​หน้า 25]

กับ​เอคาเทรีนี​ใน​ปี 1966

[ภาพ​หน้า 26]

ครอบครัว​ของ​ผม​ใน​ปี 1996: (จาก​ซ้าย​ไป​ขวา แถว​หลัง) เกรกอรี, คริสตอส, ตูลา; (แถว​หน้า) ลาคิส, เอคาเทรีนี, และ​ผม