ข้ามไปยังเนื้อหา

ข้ามไปยังสารบัญ

ทำไมพวกเขาไม่มีบุตร?

ทำไมพวกเขาไม่มีบุตร?

ทำไม​พวก​เขา​ไม่​มี​บุตร?

เดเล​กับ​โฟลา *เป็น​คู่​สมรส​ซึ่ง​อยู่​และ​ทำ​งาน​ที่​สำนักงาน​สาขา​ของ​สมาคม​ว็อชเทาเวอร์​ใน​ประเทศ​ไนจีเรีย. หลัง​จาก​ทั้ง​คู่​เริ่ม​รับใช้​ที่​นั่น​ไม่​นาน คุณ​แม่​ของ​โฟลา​ก็​มา​เยี่ยม. เธอ​เดิน​ทาง​มา​ไกล​เพื่อ​สนทนา​เรื่อง​หนึ่ง​ซึ่ง​เธอ​เป็น​ห่วง​มาก เป็น​เรื่อง​ที่​ทำ​ให้​เธอ​นอน​ไม่​หลับ​อยู่​หลาย​คืน.

เธอ​ได้​พูด​กับ​เขา​ทั้ง​สอง​ว่า “ลูก​ทำ​สิ่ง​ที่​ดี​จริง ๆ เพื่อ​แม่. ลูก​ส่ง​ของ​ขวัญ​ให้ และ​มา​เยี่ยม​แม่. การ​แสดง​ความ​รัก​แบบ​นี้​เป็น​สิ่ง​มี​ค่า​สำหรับ​แม่. แต่​นั่น​ก็​ทำ​ให้​แม่​กังวล​ใจ​ด้วย เพราะ​แม่​สงสัย​อยู่​เสมอ​ว่า​ใคร​จะ​ทำ​แบบ​นี้​กับ​ลูก​ตอน​ลูก​อายุ​เท่า​แม่? ลูก​แต่งงาน​กัน​มา​ถึง​ตอน​นี้​ก็​สอง​ปี​แล้ว​นะ และ​ยัง​ไม่​มี​ลูก. ลูก​ไม่​คิด​หรือ​ว่า ตอน​นี้​ถึง​เวลา​ที่​จะ​ลา​ออก​จาก​เบเธล​แล้ว​มี​ลูก​กัน​เสีย​ที?”

คุณ​แม่​อ้าง​เหตุ​ผล​ทำนอง​นี้: เดเล​กับ​โฟลา​ได้​ใช้​เวลา​นาน​พอ​แล้ว​ที่​เบเธล. ตอน​นี้​ถึง​เวลา​ที่​ทั้ง​สอง​จะ​คิด​ถึง​อนาคต​ของ​ตัว​เอง. คน​อื่น ๆ จะ​ทำ​งาน​แทน​พวก​เขา​ได้​แน่ ๆ. เดเล​กับ​โฟลา​ไม่​จำเป็น​ต้อง​เลิก​งาน​รับใช้​เต็ม​เวลา แต่​เขา​อาจ​รับ​เอา​งาน​รับใช้​อีก​แบบ​หนึ่ง งาน​แบบ​ที่​จะ​เปิด​โอกาส​ให้​เขา​มี​ลูก​ได้​และ​ประสบ​ความ​ยินดี​ใน​การ​เป็น​บิดา​มารดา.

ความ​ห่วงใย​ของ​มารดา

ความ​ห่วงใย​ของ​มารดา​เป็น​เรื่อง​ที่​พอ​จะ​เข้าใจ​ได้. การ​มี​บุตร​เป็น​ความ​ปรารถนา​ที่​ฝัง​ลึก​และ​เป็น​เรื่อง​ปกติ​ใน​ทุก​วัฒนธรรม​ตลอด​ทุก​สมัย. การ​มี​บุตร​ก่อ​ให้​เกิด​ความ​ยินดี​อย่าง​สุด​ซึ้ง​และ​ความ​หวัง. คัมภีร์​ไบเบิล​กล่าว​ว่า “การ​ตั้ง​ครรภ์​นั้น​คือ​รางวัล.” ถูก​แล้ว ความ​สามารถ​ใน​การ​มี​บุตร​เป็น​ของ​ประทาน​ล้ำ​ค่า​จาก​พระ​ผู้​สร้าง​ของ​เรา​องค์​เปี่ยม​ด้วย​ความ​รัก.—บทเพลง​สรรเสริญ 127:3.

ใน​สังคม​หลาย​แห่ง คู่​สมรส​เผชิญ​ความ​กดดัน​อย่าง​หนัก​จาก​คน​รอบ​ข้าง​เพื่อ​ให้​มี​บุตร. ตัว​อย่าง​เช่น ใน​ประเทศ​ไนจีเรีย​ที่​เฉลี่ย​แล้ว​ผู้​หญิง​ให้​กำเนิด​บุตร​หก​คน เป็น​เรื่อง​ธรรมดา ณ งาน​สมรส​ที่​จะ​ได้​ยิน​ผู้​กล่าว​อวย​พร​กล่าว​กับ​คน​ที่​แต่งงาน​ใหม่​ว่า “เก้า​เดือน​นับ​จาก​นี้​ไป เรา​หวัง​ว่า​จะ​ได้​ยิน​เสียง​เด็ก​ร้อง​ใน​บ้าน​คุณ​นะ.” เจ้าสาว​กับ​เจ้าบ่าว​อาจ​ได้​รับ​เตียง​นอน​เด็ก​เป็น​ของ​ขวัญ​วัน​แต่งงาน. แม่​ของ​สามี​เฝ้า​ดู​แต่​ปฏิทิน. หาก​เจ้าสาว​ไม่​ตั้ง​ครรภ์​ใน​หนึ่ง​ปี​หรือ​ราว ๆ นั้น เธอ​ก็​จะ​สืบ​ดู​ว่า​มี​ปัญหา​ใด ๆ หรือ​ไม่​ที่​เธอ​อาจ​ช่วย​แก้ไข​ได้.

สำหรับ​มารดา​หลาย​คน เหตุ​ผล​ที่​ชาย​หญิง​แต่งงาน​กัน​คือ เพื่อ​มี​ลูก​และ​สืบ​เชื้อ​สาย​ของ​วงศ์​ตระกูล​ต่อ​ไป. คุณ​แม่​ของ​โฟลา​บอก​เธอ​ว่า “ถ้า​ไม่​คิด​จะ​มี​ลูก​แล้ว​แต่งงาน​กัน​ทำไม? มี​คน​ให้​กำเนิด​ลูก​มา ลูก​ก็​น่า​จะ​ให้​กำเนิด​ลูก​ของ​ตัว​เอง​ด้วย.”

นอก​จาก​นั้น มี​เรื่อง​ตรง​กับ​สภาพ​จริง​ที่​พึง​พิจารณา. ใน​หลาย​ประเทศ​แถบ​แอฟริกา มี​การ​จัด​เตรียม​ของ​รัฐบาล​ไม่​มาก​นัก​เพื่อ​เอา​ใจ​ใส่​ดู​แล​ผู้​สูง​อายุ. เป็น​ธรรมเนียม​โดย​ทั่ว​ไป​ที่​บุตร​เป็น​ผู้​ดู​แล​เอา​ใจ​ใส่​บิดา​มารดา​ที่​ชรา​แล้ว เช่น​เดียว​กับ​บิดา​มารดา​ดู​แล​เอา​ใจ​ใส่​เขา​ตอน​เล็ก ๆ. ดัง​นั้น คุณ​แม่​ของ​โฟลา​อ้าง​เหตุ​ผล​ว่า ใน​ช่วง​บั้น​ปลาย โฟลา​กับ​สามี​จะ​เสี่ยง​ต่อ​การ​อยู่​เดียว​ดาย, ไม่​มี​ใคร​ต้องการ, และ​อัตคัด​ขัดสน, ไม่​มี​ใคร​ฝัง​ศพ​ตอน​ตาย นอก​เสีย​จาก​ว่า​ทั้ง​สอง​จะ​มี​ลูก​ของ​ตัว​เอง.

ตลอด​ทั่ว​แอฟริกา​ส่วน​ใหญ่ ถือ​กัน​ว่า​การ​ไม่​มี​บุตร​เป็น​การ​ถูก​สาป. ใน​บาง​แห่ง ถึง​กับ​มี​การ​คาด​หมาย​ให้​ผู้​หญิง​พิสูจน์​ความ​สามารถ​ของ​ตน​ใน​การ​มี​บุตร​ก่อน​แต่งงาน​ด้วย​ซ้ำ. ผู้​หญิง​หลาย​คน​ซึ่ง​ไม่​สามารถ​ตั้ง​ครรภ์​ได้​ก็​จะ​แสวง​หา​ยา​และ​วิธี​การ​รักษา​กัน​อย่าง​เป็น​บ้า​เป็น​หลัง​เพื่อ​พยายาม​ทำ​ให้​ตัว​เอง​หาย​เป็น​หมัน.

เมื่อ​คำนึง​ถึง​เจตคติ​เหล่า​นี้ จึง​เข้าใจ​กัน​ว่า คู่​สมรส​ซึ่ง​ตั้งใจ​จะ​ไม่​มี​ลูก​นั้น​ทำ​ให้​ตัว​เอง​สูญ​เสีย​สิ่ง​ที่​ดี ๆ ไป. บ่อย​ครั้ง พวก​เขา​ถูก​มอง​ว่า​เป็น​คน​พิลึก, ไม่​มอง​การณ์​ไกล, และ​เป็น​คน​น่า​สงสาร.

ความ​ยินดี​และ​หน้า​ที่​รับผิดชอบ

ไพร่พล​ของ​พระ​ยะโฮวา​ตระหนัก​ว่า ขณะ​ที่​การ​เลี้ยง​ดู​บุตร​ก่อ​ความ​ยินดี แต่​ก็​มี​หน้า​ที่​รับผิดชอบ​ด้วย. คัมภีร์​ไบเบิล​กล่าว​ที่ 1 ติโมเธียว 5:8 (ล.ม.) ว่า “ถ้า​แม้น​ผู้​ใด​ไม่​เลี้ยง​ดู​คน​เหล่า​นั้น​ซึ่ง​เป็น​ของ​ตน​เอง และ​โดย​เฉพาะ​คน​เหล่า​นั้น​ซึ่ง​เป็น​สมาชิก​แห่ง​ครอบครัว​ของ​ตน ผู้​นั้น​ก็​ได้​ปฏิเสธ​เสีย​ซึ่ง​ความ​เชื่อ​และ​นับ​ว่า​เลว​ร้าย​กว่า​คน​ที่​ไม่​มี​ความ​เชื่อ​เสีย​ด้วย​ซ้ำ.”

บิดา​มารดา​ต้อง​จัด​หา​ให้​ครอบครัว​ของ​ตน​ทั้ง​ทาง​ด้าน​วัตถุ​และ​ทาง​ด้าน​วิญญาณ และ​การ​ทำ​เช่น​นี้​ต้อง​ใช้​เวลา​และ​ความ​พยายาม​มาก​ที​เดียว. พวก​เขา​ไม่​มี​เจตคติ​ที่​ว่า เนื่อง​จาก​พระเจ้า​ทรง​ประทาน​บุตร​ให้ จึง​ปล่อย​ให้​พระเจ้า​ดู​แล​บุตร​นั้น. พวก​เขา​ตระหนัก​ว่า การ​เลี้ยง​ดู​บุตร​ตาม​หลักการ​ของ​คัมภีร์​ไบเบิล​นั้น​เป็น​หน้า​ที่​รับผิดชอบ​เต็ม​เวลา​ที่​พระเจ้า​ทรง​มอบหมาย​ให้​บิดา​มารดา นี่​เป็น​หน้า​ที่​ซึ่ง​ไม่​ควร​มอบ​ให้​คน​อื่น​ทำ​แทน.—พระ​บัญญัติ 6:6, 7.

ภารกิจ​ใน​การ​เลี้ยง​ดู​บุตร​เป็น​เรื่อง​ยาก​ลำบาก​โดย​เฉพาะ​อย่าง​ยิ่ง​ใน “สมัย​สุด​ท้าย” นี้​ที่​มี “วิกฤตกาล​ซึ่ง​ยาก​ที่​จะ​รับมือ​ได้.” (2 ติโมเธียว 3:1-5, ล.ม.) นอก​จาก​สภาพ​ทาง​เศรษฐกิจ​ที่​แย่​ลง​แล้ว สังคม​ที่​ไม่​เลื่อมใส​พระเจ้า​มาก​ขึ้น​ยัง​เพิ่ม​ข้อ​ท้าทาย​ให้​กับ​การ​เลี้ยง​ดู​เด็ก​ใน​ทุก​วัน​นี้. แม้​จะ​เป็น​เช่น​นั้น​ก็​ตาม ตลอด​ทั่ว​โลก คู่​สมรส​คริสเตียน​นับ​ไม่​ถ้วน​ได้​รับ​เอา​ข้อ​ท้าทาย​นี้​และ​เลี้ยง​ดู​บุตร​ให้​เลื่อมใส​พระเจ้า​อย่าง​เป็น​ผล​สำเร็จ “ด้วย​การ​ตี​สอน​และ​การ​ปรับ​ความ​คิด​จิตใจ​ตาม​หลักการ​ของ​พระ​ยะโฮวา.” (เอเฟโซ 6:4, ล.ม.) พระ​ยะโฮวา​ทรง​รัก​และ​อวย​พระ​พร​บิดา​มารดา​เหล่า​นี้​สำหรับ​การ​งาน​หนัก​ของ​พวก​เขา.

เหตุ​ผล​ที่​บาง​คน​ยัง​คง​ไม่​มี​บุตร

ใน​อีก​ด้าน​หนึ่ง คู่​สมรส​คริสเตียน​หลาย​คู่​ไม่​มี​บุตร. บาง​คน​ไม่​สามารถ​มี​ลูก​ได้ แต่​ก็​ไม่​ได้​เอา​เด็ก​มา​เลี้ยง. คู่​สมรส​อื่น ๆ ซึ่ง​มี​ความ​สามารถ​จะ​ให้​กำเนิด​บุตร ก็​ได้​ตัดสิน​ใจ​ที่​จะ​ไม่​มี​บุตร. คู่​สมรส​ดัง​กล่าว​เลือก​ที่​จะ​ไม่​มี​บุตร​ต่อ​ไป ใช่​ว่า​เพราะ​เขา​หลบ​เลี่ยง​ความ​รับผิดชอบ​หรือ​กลัว​ที่​จะ​เผชิญ​ข้อ​ท้าทาย​ต่าง ๆ ใน​การ​เป็น​บิดา​มารดา. ถ้า​จะ​พูด​ให้​ถูก​แล้ว พวก​เขา​ได้​ตั้งใจ​แน่วแน่​ที่​จะ​ให้​ความ​เอา​ใจ​ใส่​เต็ม​ที่​ต่อ​วิธี​การ​ต่าง ๆ ใน​การ​รับใช้​เต็ม​เวลา​ซึ่ง​จะ​ไม่​สามารถ​ทำ​เช่น​นั้น​ได้​ถ้า​ต้อง​เลี้ยง​ดู​บุตร​ด้วย. บาง​คน​รับใช้​ฐานะ​มิชชันนารี. คน​อื่น​รับใช้​พระ​ยะโฮวา​ใน​งาน​เดิน​ทาง​หรือ​ที่​เบเธล.

เช่น​เดียว​กับ​คริสเตียน​ทุก​คน พวก​เขา​ตระหนัก​ว่า​มี​งาน​เร่ง​ด่วน​ที่​ต้อง​ทำ. พระ​เยซู​ตรัส​ว่า “ข่าว​ดี​แห่ง​ราชอาณาจักร​นี้​จะ​ได้​รับ​การ​ประกาศ​ทั่ว​ทั้ง​แผ่นดิน​โลก​ที่​มี​คน​อาศัย​อยู่ เพื่อ​ให้​คำ​พยาน​แก่​ทุก​ชาติ; และ​ครั้น​แล้ว​อวสาน​จะ​มา​ถึง.” มี​การ​ทำ​งาน​นี้​อยู่​ใน​ปัจจุบัน. นี่​เป็น​งาน​สำคัญ เนื่อง​จาก “อวสาน” จะ​หมาย​ถึง​ความ​พินาศ​สำหรับ​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ไม่​เอา​ใจ​ใส่​ฟัง​ข่าว​ดี.—มัดธาย 24:14, ล.ม.; 2 เธซะโลนิเก 1:7, 8.

สมัย​ของ​เรา​เป็น​ช่วง​เวลา​คล้าย​กับ​สมัย​ที่​โนฮา​และ​ครอบครัว​ของ​ท่าน​สร้าง​นาวา​ขนาด​มหึมา​ซึ่ง​คุ้มครอง​พวก​เขา​ผ่าน​มหา​อุทกภัย. (เยเนซิศ 6:13-16; มัดธาย 24:37) ถึง​แม้​ลูก​ชาย​ทั้ง​สาม​คน​ของ​โนฮา​สมรส​แล้ว​ก็​ตาม ไม่​มี​สัก​คน​เดียว​มี​บุตร​จน​กระทั่ง​ภาย​หลัง​น้ำ​ท่วม​โลก. เหตุ​ผล​ประการ​หนึ่ง​สำหรับ​เรื่อง​นี้​อาจ​เป็น​เพราะ​ว่า​คู่​สมรส​เหล่า​นี้​ต้องการ​อุทิศ​ความ​เอา​ใจ​ใส่​และ​พลัง​ของ​เขา​อย่าง​เต็ม​ที่​ให้​กับ​งาน​ที่​ทำ​กัน​อยู่​นั้น. เหตุ​ผล​อีก​ประการ​หนึ่ง​อาจ​เป็น​การ​ไม่​อยาก​ให้​ลูก​เกิด​มา​ใน​โลก​ที่​เสื่อม​ทราม​และ​รุนแรง​ซึ่ง “ความ​ชั่ว​ของ​มนุษย์​มี​มาก​มาย . . . และ​ความ​โน้ม​เอียง​ทุก​อย่าง​แห่ง​ความ​คิด​ใน​หัวใจ​ของ​เขา​ล้วน​แต่​ชั่ว​ตลอด​เวลา.”—เยเนซิศ 6:5, ล.ม.

ถึง​แม้​นี่​มิ​ได้​หมายความ​ว่า​เป็น​การ​ผิด​ที่​จะ​มี​บุตร​ใน​ทุก​วัน​นี้ แต่​คู่​สมรส​คริสเตียน​หลาย​คู่​เลี่ยง​การ​มี​บุตร เพื่อ​จะ​มี​ส่วน​ร่วม​อย่าง​เต็ม​ที่​มาก​ขึ้น​ใน​งาน​อัน​เร่ง​ด่วน​ที่​พระ​ยะโฮวา​ได้​มอบ​ให้​ไพร่พล​ของ​พระองค์​ทำ. บาง​คู่​ได้​คอย​อยู่​ชั่ว​ระยะ​หนึ่ง​ก่อน​มี​บุตร; คู่​อื่น ๆ ได้​ตัดสิน​ใจ​ที่​จะ​ไม่​มี​บุตร และ​คิด​ถึง​ความ​เป็น​ไป​ได้​ที่​จะ​มี​บุตร​ใน​โลก​ใหม่​อัน​ชอบธรรม​ของ​พระ​ยะโฮวา. นี่​เป็น​การ​มอง​ตื้น ๆ ไหม? พวก​เขา​พลาด​โอกาส​ที่​ดี​ใน​ชีวิต​ไหม? พวก​เขา​น่า​สงสาร​ไหม?

ชีวิต​ที่​มั่นคง​และ​ปีติ​ยินดี

เดเล​กับ​โฟลา​ที่​มี​การ​กล่าว​ถึง​ใน​ตอน​ต้น ได้​สมรส​กัน​มา​ตอน​นี้​เป็น​เวลา​มา​กว่า​สิบ​ปี​แล้ว และ​ทั้ง​สอง​ก็​ยัง​คง​ตั้งใจ​อยู่​ต่อ​ไป​ที่​จะ​ไม่​มี​บุตร. เดเล​บอก​ว่า “ญาติ​พี่​น้อง​ยัง​คง​กดดันเรา​ให้​มี​ลูก. ความ​ห่วงใย​ส่วน​ใหญ่​ของ​พวก​เขา​คือ​ความ​มั่นคง​ของ​เรา​ใน​อนาคต. เรา​แสดง​ความ​ขอบคุณ​เสมอ​ต่อ​การ​คิด​คำนึง​ถึง​ของ​เขา แต่​เรา​ก็​ชี้​แจง​อย่าง​ผ่อน​หนัก​ผ่อน​เบา​ว่า เรา​มี​ความ​สุข​มาก​ใน​สิ่ง​ที่​ทำ​อยู่. ส่วน​เรื่อง​ความ​มั่นคง​นั้น เรา​ชี้​ให้​เห็น​ว่า เรา​ไว้​วางใจ​ใน​พระ​ยะโฮวา ผู้​ทรง​ใฝ่​พระทัย​ใน​สวัสดิภาพ​ของ​บรรดา​คน​เหล่า​นั้น​ที่​คง​ความ​ซื่อ​สัตย์​และ​ภักดี​ต่อ​พระองค์. เรา​ยัง​อธิบาย​ด้วย​ว่า การ​มี​บุตร​ไม่​ได้​รับประกัน​ว่า​บิดา​มารดา​จะ​ได้​รับ​การ​เอา​ใจ​ใส่​ดู​แล​จาก​บุตร​เมื่อ​เขา​ชรา. บาง​คน​แทบ​จะ​ไม่​ได้​เอา​ใจ​ใส่​ดู​แล​บิดา​มารดา​ของ​ตน​เลย, คน​อื่น ๆ ไม่​สามารถ​ช่วยเหลือ​ได้, และ​ยัง​มี​บาง​คน​ที่​เสีย​ชีวิต​ก่อน​บิดา​มารดา​ของ​ตน. ใน​อีก​ด้าน​หนึ่ง อนาคต​ของ​เรา​ที่​มอบ​ไว้​กับ​พระ​ยะโฮวา​เป็น​เรื่อง​แน่นอน.”

เดเล​กับ​คน​อื่น​ที่​เป็น​เหมือน​เขา​ไว้​วางใจ​อย่าง​เชื่อ​มั่น​ใน​คำ​สัญญา​ของ​พระ​ยะโฮวา​ที่​ให้​กับ​ผู้​รับใช้​ที่​ซื่อ​สัตย์​ของ​พระองค์​ที่​ว่า “เรา​จะ​ไม่​ละ​ท่าน​ไว้​เลย, หรือ​เรา​จะ​ไม่​ทิ้ง​ท่าน​เสีย​เลย.” (เฮ็บราย 13:5) พวก​เขา​เชื่อ​ด้วย​ว่า “พระ​หัตถ์​ของ​พระ​ยะโฮวา​ไม่​สั้น​เกิน​ที่​จะ​ช่วย​ให้​รอด​ได้, และ​พระ​กรรณ​ของ​พระองค์​ไม่​ตึง​เกิน​ที่​จะ​ยิน​ได้.”—ยะซายา 59:1.

เหตุ​ผล​อีก​ประการ​หนึ่ง​สำหรับ​ความ​มั่น​ใจ​นั้น​มา​จาก​การ​สังเกต​วิธี​ที่​พระ​ยะโฮวา​ทรง​ค้ำจุน​ผู้​รับใช้​ที่​ซื่อ​สัตย์​ของ​พระองค์. กษัตริย์​ดาวิด​ทรง​เขียน​ว่า “ตั้ง​แต่​ข้าพเจ้า​เป็น​คน​หนุ่ม, จน​บัด​นี้​เป็น​คน​ชรา​แล้ว; ข้าพเจ้า​ก็​ยัง​ไม่​เคย​เห็น​คน​สัตย์​ธรรม​ต้อง​ถูก​ละ​ทิ้ง​เสีย.” ขอ​ให้​คิด​ถึง​ข้อ​นี้. คุณ​รู้​จัก​ผู้​รับใช้​ที่​ซื่อ​สัตย์​ของ​พระ​ยะโฮวา​คน​ใด​ไหม​ที่ “ถูก​ละ​ทิ้ง”?—บทเพลง​สรรเสริญ 37:25.

แทน​ที่​จะ​มอง​ย้อน​ดู​ด้วย​ความ​เสียใจ คน​เหล่า​นั้น​ที่​ได้​ใช้​ชีวิต​ของ​ตน​รับใช้​พระ​ยะโฮวา​และ​เพื่อน​คริสเตียน​คำนึง​ถึง​เรื่อง​นี้​ด้วย​ความ​พอ​ใจ. บราเดอร์​อี​โร อูมาห์​อยู่​ใน​การ​รับใช้​เต็ม​เวลา​มา 45 ปี และ​ปัจจุบัน​รับใช้​ฐานะ​ผู้​ดู​แล​เดิน​ทาง​ใน​ไนจีเรีย. เขา​กล่าว​ว่า “ถึง​แม้​ผม​กับ​ภรรยา​ไม่​มี​ลูก เรา​ก็​ระลึก​อยู่​เสมอ​ว่า​พระ​ยะโฮวา​ทรง​เอา​ใจ​ใส่​ดู​แล​เรา​ตลอด​มา​ทั้ง​ทาง​ด้าน​วิญญาณ​และ​ด้าน​วัตถุ. เรา​ไม่​ขาด​อะไร​เลย. พระองค์​จะ​ไม่​ละ​ทิ้ง​เรา​ขณะ​ที่​อายุ​มาก​ขึ้น. ตลอด​ช่วง​หลาย​ปี​เหล่า​นี้​ใน​การ​รับใช้​เต็ม​เวลา​ได้​พิสูจน์​แล้ว​ว่า​เป็น​ช่วง​ที่​เรา​มี​ความ​สุข​มาก​ที่​สุด​ใน​ชีวิต. เรา​รู้สึก​ขอบพระคุณ​ที่​สามารถ​รับใช้​พวก​พี่​น้อง และ​พี่​น้อง​ก็​หยั่ง​รู้​ค่า​การ​รับใช้​ของ​เรา​และ​ช่วยเหลือ​เรา.”

ขณะ​ที่​คู่​สมรส​หลาย​คู่​ไม่​มี​บุตร​ที่​เป็น​เลือด​เนื้อ​เชื้อ​ไข​ของ​ตน​เอง พวก​เขา​ก็​ได้​ให้​กำเนิด​บุตร​ชนิด​ที่​ต่าง​ออก​ไป นั่น​คือ​สาวก​คริสเตียน​ซึ่ง​นมัสการ​พระ​ยะโฮวา. อัครสาวก​โยฮัน​อายุ​ประมาณ 100 ปี​เมื่อ​ท่าน​เขียน​ว่า “ไม่​มี​เหตุ​อัน​ใด​ที่​จะ​ทำ​ให้​ข้าพเจ้า​รู้สึก​ขอบคุณ​ยิ่ง​ไป​กว่า​สิ่ง​เหล่า​นี้ คือ​ที่​ข้าพเจ้า​ได้​ยิน​ว่า​ลูก​ทั้ง​หลาย​ของ​ข้าพเจ้า​ดำเนิน​อยู่​ใน​ความ​จริง​ต่อ ๆ ไป.” (3 โยฮัน 4, ล.ม.) ความ​ซื่อ​สัตย์​ของ “ลูก​ทั้ง​หลาย” ของ​โยฮัน—คน​เหล่า​นั้น​ที่​ท่าน​ได้​แนะ​นำ​ให้​รู้​จัก “ความ​จริง”—นำ​ความ​ยินดี​มาก​มาย​มา​ให้​ท่าน.

ความ​ยินดี​อย่าง​เดียว​กัน​มี​อยู่​มาก​มาย​ใน​ทุก​วัน​นี้. เบอร์นีส ซึ่ง​เป็น​ชาว​ไนจีเรีย​ได้​แต่งงาน​มา 19 ปี​แล้ว​และ​ยัง​คง​ตั้งใจ​ที่​จะ​ไม่​มี​บุตร. เธอ​ได้​รับใช้​ฐานะ​ไพโอเนียร์​เป็น​เวลา 14 ปี​แล้ว. ขณะ​ที่​เข้า​สู่​ช่วง​ชีวิต​ซึ่ง​ไม่​สามารถ​จะ​มี​ลูก​ได้​อีก​ต่อ​ไป เธอ​ก็​ไม่​รู้สึก​เสียใจ​ที่​ได้​ทุ่มเท​ชีวิต​เพื่อ​ทำ​ให้​คน​เป็น​สาวก. เธอ​กล่าว​ว่า “ดิฉัน​รู้สึก​มี​ความ​สุข​ที่​เห็น​ลูก​ฝ่าย​วิญญาณ​ของ​ดิฉัน​เติบโต​ขึ้น. ถึง​แม้​หาก​ดิฉัน​มี​ลูก​จริง ๆ ดิฉัน​ยัง​สงสัย​อยู่​ว่า​ลูก​จะ​ใกล้​ชิด​กับ​ดิฉัน​ยิ่ง​กว่า​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ดิฉัน​ได้​ช่วย​ให้​เรียน​รู้​ความ​จริง​หรือ​ไม่. พวก​เขา​ปฏิบัติ​กับ​ดิฉัน​เหมือน​เป็น​แม่​แท้ ๆ ของ​พวก​เขา สนทนา​กับ​ดิฉัน​ถึง​ความ​ยินดี​และ​ปัญหา​ของ​เขา และ​ขอ​คำ​แนะ​นำ​จาก​ดิฉัน. พวก​เขา​เขียน​จดหมาย​ถึง​ดิฉัน และ​เรา​ไป​มา​หา​สู่​กัน.

“บาง​คน​ถือ​ว่า​การ​ไม่​มี​ลูก​ใน​ไส้​เป็น​เหมือน​การ​ถูก​สาป. พวก​เขา​บอก​ว่า คุณ​จะ​ทุกข์​ทรมาน​ตอน​แก่. แต่​ดิฉัน​ไม่​ได้​มอง​อย่าง​นั้น. ดิฉัน​รู้​ว่า​ตราบ​ใด​ที่​ดิฉัน​รับใช้​พระ​ยะโฮวา​อย่าง​สิ้น​สุด​จิตวิญญาณ พระองค์​จะ​ทรง​ตอบ​แทน​และ​เอา​ใจ​ใส่​ดู​แล​ดิฉัน. พระองค์​จะ​ไม่​ทรง​ผลัก​ไส​ดิฉัน​ไป​เมื่อ​แก่​ตัว​ลง.”

พระเจ้า​ทรง​รัก​และ​ถือ​ว่า​มี​ค่า

คน​เหล่า​นั้น​ที่​ได้​ให้​กำเนิด​และ​เลี้ยง​ดู​บุตร​ซึ่ง “ดำเนิน​อยู่​ใน​ความ​จริง​ต่อ ๆ ไป” มี​มาก​มาย​หลาย​สิ่ง​ที่​จะ​รู้สึก​ขอบคุณ. ไม่​น่า​แปลก​เลย​ที่​คัมภีร์​ไบเบิล​กล่าว​ว่า “บิดา​ของ​คน​ชอบธรรม​จะ​ชื่น​ใจ​ยินดี​มาก; และ​ผู้​ที่​ให้​กำเนิด​บุตร​ที่​มี​ปัญญา​จะ​มี​ความ​ชื่นชม​ยินดี​ใน​บุตร​นั้น. บิดา​และ​มารดา​ของ​เจ้า​จะ​ปีติ​ยินดี และ​นาง​ผู้​ให้​กำเนิด​เจ้า​จะ​ชื่นชม​ยินดี”!—สุภาษิต 23:24; 23:25, ล.ม.

คริสเตียน​เหล่า​นั้น​ซึ่ง​ไม่​ได้​ประสบ​ความ​ยินดี​ใน​การ​ให้​กำเนิด​บุตร​ได้​รับ​การ​อวย​พระ​พร​ใน​วิธี​อื่น. คู่​สมรส​เหล่า​นี้หลาย​คู่​มี​บทบาท​สำคัญ​ใน​การ​ส่ง​เสริม​ผล​ประโยชน์​แห่ง​ราชอาณาจักร​ใน​ขอบ​เขต​ที่​ใหญ่​โต. ตลอด​หลาย​ปี พวก​เขา​ได้​รับ​ประสบการณ์, สติ​ปัญญา, และ​ทักษะ​ต่าง ๆ ซึ่ง​ทำ​ให้​เขา​สามารถ​มี​ส่วน​สนับสนุน​ที่​มี​คุณค่า​ต่อ​งาน​ราชอาณาจักร. หลาย​คน​อยู่​ใน​แนว​หน้า​สุด​ของ​งาน​นี้.

ถึง​แม้​พวก​เขา​ไม่​มี​บุตร​เพราะ​เห็น​แก่​ผล​ประโยชน์​แห่ง​ราชอาณาจักร พระ​ยะโฮวา​ได้​อวย​พระ​พร​พวก​เขา​ด้วย​ครอบครัว​ฝ่าย​วิญญาณ​ที่​เปี่ยม​ด้วย​ความ​รัก​ซึ่ง​หยั่ง​รู้​ค่า​อย่าง​ลึกซึ้ง​ต่อ​การ​เสีย​สละ​ของ​พวก​เขา. เป็น​ดัง​ที่​พระ​เยซู​ตรัส​ไว้​ว่า “ไม่​มี​ใคร​ละ [ตาม​ตัว​อักษร, “ปล่อย​ให้​ไป”] บ้าน​หรือ​พี่​น้อง​ชาย​หญิง​หรือ​มารดา​หรือ​บิดา​หรือ​บุตร​หรือ​ไร่​นา​เพื่อ​เห็น​แก่​เรา​และ​เพื่อ​เห็น​แก่​ข่าว​ดี จะ​ไม่​ได้​รับ​ตอบ​แทน​ร้อย​เท่า​ใน​เวลา​นี้ คือ​บ้าน​และ​พี่​น้อง​ชาย​หญิง​และ​มารดา​และ​บุตร​และ​ไร่​นา . . . และ​ใน​ระบบ​ที่​จะ​มี​มา​จะ​ได้​ชีวิต​นิรันดร์.”—มาระโก 10:29, 30, ล.ม.

บรรดา​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ซื่อ​สัตย์​ช่าง​มี​ค่า​สัก​เพียง​ไร​สำหรับ​พระ​ยะโฮวา! บรรดา​คน​ที่​ภักดี​เช่น​นั้น ทั้ง​คน​เหล่า​นั้น​ที่​มี​บุตร และ​ไม่​มี​บุตร ได้​การ​รับรอง​จาก​อัครสาวก​เปาโล​ที่​ว่า “พระเจ้า​ไม่​ใช่​อธรรม​ที่​จะ​ทรง​ลืม​การ​งาน​ของ​ท่าน​และ​ความ​รัก​ที่​ท่าน​ได้​สำแดง​ต่อ​พระ​นาม​ของ​พระองค์, ใน​การ​ที่​ท่าน​ได้​ปรนนิบัติ​สิทธชน​นั้น, และ​ยัง​กำลัง​ปรนนิบัติ​อยู่.”—เฮ็บราย 6:10.

[เชิงอรรถ]

^ วรรค 2 ชื่อ​สมมุติ.

[ภาพ​หน้า 23]

คู่​สมรส​ที่​ไม่​มี​บุตร​ได้​รับ​การ​อวย​พระ​พร​ด้วย​ครอบครัว​ฝ่าย​วิญญาณ​ที่​เปี่ยม​ด้วย​ความ​รัก