ข้ามไปยังเนื้อหา

ข้ามไปยังสารบัญ

การต่อสู้ทางกฎหมายที่ยาวนานสิ้นสุดลงด้วยชัยชนะ!

การต่อสู้ทางกฎหมายที่ยาวนานสิ้นสุดลงด้วยชัยชนะ!

การ​ต่อ​สู้​ทาง​กฎหมาย​ที่​ยาว​นาน​สิ้น​สุด​ลง​ด้วย​ชัย​ชนะ!

การ​ต่อ​สู้​นี้​เริ่ม​ขึ้น​ใน​ปี 1995 และ​ยืดเยื้อ​ยาว​นาน​ถึง 15 ปี. ระหว่าง​ช่วง​เวลา​นั้น คริสเตียน​แท้​ใน​รัสเซีย​ถูก​ผู้​ต่อ​ต้าน​เสรีภาพ​ทาง​ศาสนา​โจมตี. ผู้​ต่อ​ต้าน​เหล่า​นี้​มุ่ง​มั่น​ที่​จะ​ทำ​ให้​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ถูก​สั่ง​ห้าม​ใน​กรุง​มอสโก​และ​เมือง​อื่น ๆ ด้วย. ถึง​กระนั้น พระ​ยะโฮวา​ทรง​เห็น​สม​ควร​ที่​จะ​ประทาน​บำเหน็จ​สำหรับ​ความ​ซื่อ​สัตย์​จงรักภักดี​ของ​พี่​น้อง​ชาว​รัสเซีย​ที่​รัก​ของ​เรา​โดย​ให้​ได้​รับ​ชัย​ชนะ​ทาง​กฎหมาย. แต่​อะไร​ทำ​ให้​เกิด​การ​เผชิญ​หน้า​กัน​เช่น​นี้?

เสรีภาพ​ใน​ที่​สุด!

ใน​ช่วง​ห้า​ปี​แรก​ของ​ทศวรรษ 1990 พี่​น้อง​ของ​เรา​ใน​รัสเซีย​ได้​รับ​เสรีภาพ​ทาง​ศาสนา​ที่​พวก​เขา​สูญ​เสีย​ไป​ใน​ปี 1917 กลับ​คืน​มา. ใน​ปี 1991 รัฐบาล​แห่ง​สหภาพ​โซเวียต​ได้​จด​ทะเบียน​รับรอง​พยาน​พระ​ยะโฮวา​อย่าง​เป็น​ทาง​การ​ว่า​เป็น​ศาสนา​หนึ่ง. หลัง​จาก​ที่​สหภาพ​โซเวียต​ล่ม​สลาย พยาน​พระ​ยะโฮวา​ก็​ได้​รับ​การ​ขึ้น​ทะเบียน​ใน​สหพันธรัฐ​รัสเซีย. นอก​จาก​นั้น พยาน​ฯ ที่​ถูก​ข่มเหง​ทาง​ศาสนา​หลาย​สิบ​ปี​ก่อน​หน้า​นั้น​ได้​รับ​การ​ยอม​รับ​อย่าง​เป็น​ทาง​การ​จาก​รัฐ​ว่า​เป็น​เหยื่อ​ของ​การ​กดขี่​ทาง​การ​เมือง. ใน​ปี 1993 กระทรวง​ยุติธรรม​แห่ง​กรุง​มอสโก​จด​ทะเบียน​รับรอง​พยาน​พระ​ยะโฮวา​โดย​ใช้​ชื่อ​ว่า ชุมชน​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ใน​กรุง​มอสโก. ใน​ปี​เดียว​กัน​นั้น รัฐธรรมนูญ​ใหม่​ของ​รัสเซีย ซึ่ง​รับรอง​เสรีภาพ​ทาง​ศาสนา ก็​เริ่ม​มี​ผล​บังคับ​ใช้​ด้วย. ไม่​แปลก​ที่​พี่​น้อง​คน​หนึ่ง​กล่าว​อย่าง​ตื่นเต้น​ว่า “เรา​ไม่​เคย​นึก​ฝัน​เลย​ว่า​เรา​จะ​ได้​เห็น​เสรีภาพ​เช่น​นี้!” แล้ว​เขา​ก็​พูด​ต่อ​อีก​ว่า “เรา​รอ​คอย​วัน​นี้​มา​ถึง 50 ปี!”

พี่​น้อง​ใน​รัสเซีย​ใช้ “เวลา​ที่​สะดวก” เช่น​นี้​ให้​เกิด​ประโยชน์​ด้วย​การ​เพิ่ม​กิจกรรม​งาน​ประกาศ​อย่าง​รวด​เร็ว และ​หลาย​คน​ตอบรับ. (2 ติโม. 4:2) ผู้​สังเกตการณ์​คน​หนึ่ง​กล่าว​ว่า “ผู้​คน​สนใจ​เรื่อง​ศาสนา​กัน​มาก.” ไม่​นาน​นัก จำนวน​ผู้​ประกาศ ไพโอเนียร์ และ​ประชาคม​ก็​เพิ่ม​ขึ้น​อย่าง​มาก. ที่​จริง จาก​ปี 1990 ถึง​ปี 1995 จำนวน​พยาน​ฯ ใน​กรุง​มอสโก​เพิ่ม​ขึ้น​อย่าง​รวด​เร็ว​จาก​ประมาณ 300 คน​มา​เป็น​มาก​กว่า 5,000 คน! ขณะ​ที่​จำนวน​ผู้​รับใช้​ใหม่​ของ​พระ​ยะโฮวา​ใน​กรุง​มอสโก​เพิ่ม​ขึ้น​เรื่อย ๆ พวก​ผู้​ต่อ​ต้าน​เสรีภาพ​ทาง​ศาสนา​ก็​ตื่น​ตระหนก. ใน​ช่วง​กลาง​ทศวรรษ 1990 พวก​เขา​โจมตี​ด้วย​การ​ปลุกปั่น​ให้​เกิด​สงคราม​ทาง​กฎหมาย. จะ​มี​การ​ต่อ​สู้​กัน​อย่าง​ยืดเยื้อ​ยาว​นาน​ถึง​สี่​รอบ​ก่อน​ที่​จะ​สิ้น​สุด​ลง​ใน​ที่​สุด.

การ​สืบสวน​คดี​อาญา​จบ​ลง​อย่าง​พลิก​ความ​คาด​หมาย

รอบ​แรก​ของ​การ​ต่อ​สู้​เริ่ม​ขึ้น​ใน​เดือน​มิถุนายน 1995. กลุ่ม​หนึ่ง​ที่​มี​ฐาน​อยู่​ใน​กรุง​มอสโก​ร่วม​มือ​อย่าง​เปิด​เผย​กับ​คริสตจักร​ออร์โทด็อกซ์​ของ​รัสเซีย​ใน​การ​ยื่น​ฟ้อง​กล่าวหา​พี่​น้อง​ของ​เรา​ว่า​มี​ส่วน​ใน​กิจกรรม​ที่​มี​ความ​ผิด​ทาง​อาญา. คน​กลุ่ม​นี้​อ้าง​ว่า​ทำ​เพื่อ​ประโยชน์​ของ​สมาชิก​ใน​ครอบครัว​ที่​รู้สึก​ขุ่นเคือง​ที่​คู่​สมรส​หรือ​บุตร​เปลี่ยน​ศาสนา​มา​เป็น​พยาน​ฯ. ใน​เดือน​มิถุนายน 1996 ผู้​สืบสวน​เริ่ม​หา​หลักฐาน​ที่​แสดง​การ​กระทำ​ผิด แต่​ไม่​พบ. ถึง​กระนั้น กลุ่ม​เดิม​นี้​ได้​ยื่น​ฟ้อง​อีก และ​กล่าวหา​พี่​น้อง​ของ​เรา​อีก​ครั้ง​หนึ่ง​ด้วย​ข้อ​หา​กระทำ​ความ​ผิด​ทาง​อาญา. ผู้​สืบสวน​ดำเนิน​การ​ไต่สวน​อีก​ครั้ง​หนึ่ง แต่​ผล​ปรากฏ​ว่า​ข้อ​กล่าวหา​ทั้ง​หมด​นั้น​ไม่​จริง. ถึง​กระนั้น พวก​ผู้​ต่อ​ต้าน​ได้​ยื่น​ฟ้อง​เป็น​ครั้ง​ที่​สาม​ด้วย​ข้อ​กล่าวหา​เดิม. อีก​ครั้ง​หนึ่ง พยาน​พระ​ยะโฮวา​ใน​มอสโก​ถูก​สอบสวน แต่​อัยการ​ก็​ได้​ข้อ​สรุป​อย่าง​เดียว​กัน คือ​ไม่​มี​มูล​เหตุ​ที่​จะ​เริ่ม​ดำเนิน​คดี​อาญา. หลัง​จาก​นั้น ผู้​ต่อ​ต้าน​ยื่น​ฟ้อง​ด้วย​ข้อ​หา​เดียว​กัน​นี้​เป็น​ครั้ง​ที่​สี่ และ​อีก​ครั้ง​หนึ่ง อัยการ​ไม่​พบ​หลักฐาน​การ​กระทำ​ผิด. เป็น​เรื่อง​เหลือเชื่อ​ที่​คน​กลุ่ม​เดิม​นี้​ยื่น​คำ​ร้อง​ขอ​ให้​มี​การ​สืบสวน​อีก​ครั้ง​หนึ่ง. ใน​ที่​สุด วัน​ที่ 13 เมษายน 1998 ผู้​สืบสวน​คน​ใหม่​ก็​ปิด​คดี.

ทนาย​ความ​คน​หนึ่ง​ที่​เกี่ยว​ข้อง​กับ​คดี​นี้​กล่าว​ว่า “แต่​แล้ว​ก็​มี​เรื่อง​ประหลาด​เกิด​ขึ้น.” แม้​ว่า​ตัว​แทน​ของ​สำนัก​อัยการ​ที่​ดำเนิน​การ​สืบสวน​ครั้ง​ที่​ห้า​นี้​ยอม​รับ​ว่า​ไม่​มี​หลักฐาน​ของ​การ​กระทำ​ผิด​ทาง​อาญา เธอ​ก็​ยัง​คง​แนะ​นำ​ให้​ยื่น​ฟ้อง​พี่​น้อง​ของ​เรา​ใน​คดี​แพ่ง. ตัว​แทน​คน​นี้​กล่าวหา​ว่า​ชุมชน​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ใน​กรุง​มอสโก​ฝ่าฝืน​กฎหมาย​ของ​ประเทศ​และ​กฎหมาย​ระหว่าง​ประเทศ. อัยการ​ของ​เขต​ศาล​ปกครอง​เหนือ​แห่ง​กรุง​มอสโก​เห็น​ชอบ​ด้วย​และ​ยื่น​ฟ้อง​คดี​แพ่ง. * ใน​วัน​ที่ 29 กันยายน 1998 การ​พิจารณา​คดี​ได้​เริ่ม​ต้น​ขึ้น​ใน​ศาล​แขวง​โกโลวินสกี​แห่ง​กรุง​มอสโก. การ​ต่อ​สู้​รอบ​ที่​สอง​เริ่ม​ต้น​ขึ้น.

คัมภีร์​ไบเบิล​ใน​ศาล

ใน​ห้อง​พิจารณา​คดี​ที่​คับแคบ​ใน​กรุง​มอสโก​ทาง​เหนือ อัยการ​ทัตยานา คอนดรัตเยฟวา เริ่ม​โจมตี​โดย​ใช้​กฎหมาย​ของ​สหพันธรัฐ​ข้อ​หนึ่ง​ซึ่ง​ลง​นาม​ใน​ปี 1997 ที่​ระบุ​ว่า​คริสเตียน​ออร์โทด็อกซ์ อิสลาม ยิว และ​พุทธ เป็น​ศาสนา​ที่​สืบ​ทอด​ตาม​จารีต​ประเพณี. * ใน​ทาง​ปฏิบัติ กฎหมาย​เดียว​กัน​นี้​ทำ​ให้​เป็น​เรื่อง​ยาก​ที่​ศาสนา​อื่น​จะ​เป็น​ที่​ยอม​รับ​ทาง​กฎหมาย. กฎหมาย​นี้​ยัง​อนุญาต​ให้​ศาล​สั่ง​ห้าม​ศาสนา​ที่​ส่ง​เสริม​ความ​เกลียด​ชัง. โดย​ใช้​กฎหมาย​นี้ อัยการ​กล่าวหา​อย่าง​ผิด ๆ ว่า​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ส่ง​เสริม​ความ​เกลียด​ชัง​และ​ทำลาย​ครอบครัว​และ​ด้วย​เหตุ​นั้น​สม​ควร​ถูก​สั่ง​ห้าม.

ทนาย​ความ​คน​หนึ่ง​ซึ่ง​ต่อ​สู้​คดี​ให้​พี่​น้อง​ของ​เรา​ถาม​ว่า “ใคร​บ้าง​ใน​ประชาคม​มอสโก​ที่​มี​ความ​ผิด​ฐาน​ฝ่าฝืน​กฎหมาย​ดัง​กล่าว?” อัยการ​ไม่​สามารถ​บอก​ชื่อ​ได้​แม้​แต่​ชื่อ​เดียว. แต่​เธอ​อ้าง​ว่า​หนังสือ​ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ปลุกปั่น​ให้​เกิด​ความ​เป็น​ปฏิปักษ์​กัน​ทาง​ศาสนา. เพื่อ​พิสูจน์​ข้อ​กล่าวหา​ดัง​กล่าว เธอ​อ่าน​ข้อ​ความ​จาก​วารสาร​หอสังเกตการณ์ และ​ตื่นเถิด! รวม​ทั้ง​หนังสือ​อื่น ๆ (ดู​ข้าง​บน). เมื่อ​ถาม​ว่า​หนังสือ​เหล่า​นี้​ก่อ​ให้​เกิด​ความ​เป็น​ปฏิปักษ์​อย่าง​ไร เธอ​กล่าว​ว่า “พยาน​พระ​ยะโฮวา​สอน​ว่า​พวก​เขา​เป็น​ศาสนา​แท้.”

ทนาย​คน​หนึ่ง ซึ่ง​เป็น​พี่​น้อง​ของ​เรา ยื่น​คัมภีร์​ไบเบิล​เล่ม​หนึ่ง​ให้​ผู้​พิพากษา​และ​อีก​เล่ม​หนึ่ง​ให้​อัยการ แล้ว​ก็​อ่าน​เอเฟโซส์ 4:5 ที่​ว่า “มี​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​องค์​เดียว ความ​เชื่อ​เดียว บัพติสมา​เดียว.” ไม่​ช้า ผู้​พิพากษา อัยการ และ​ทนาย ซึ่ง​ทั้ง​หมด​ถือ​คัมภีร์​ไบเบิล​ไว้​ใน​มือ ก็​พิจารณา​ข้อ​คัมภีร์​ต่าง ๆ เช่น โยฮัน 17:18 และ ยาโกโบ 1:​27. ศาล​ถาม​ว่า “ข้อ​คัมภีร์​เหล่า​นี้​ยุยง​ให้​เกิด​ความ​เป็น​ปฏิปักษ์​ต่อ​กัน​ทาง​ศาสนา​ไหม?” อัยการ​ตอบ​ว่า​เธอ​ไม่​มี​ความ​สามารถ​พอ​ที่​จะ​ให้​ความ​เห็น​เกี่ยว​กับ​คัมภีร์​ไบเบิล. ทนาย​ความ​ชี้​ให้​ดู​หนังสือ​บาง​เล่ม​ของ​คริสตจักร​ออร์โทด็อกซ์​แห่ง​รัสเซีย​ที่​วิพากษ์วิจารณ์​พยาน​พระ​ยะโฮวา​อย่าง​รุนแรง และ​ถาม​ว่า “ข้อ​ความ​เหล่า​นี้​ผิด​กฎหมาย​ไหม?” อัยการ​ตอบ​ว่า “ดิฉัน​ไม่​มี​ความ​สามารถ​พอ​ที่​จะ​ให้​ความ​เห็น​เกี่ยว​กับ​คำ​แถลง​การณ์​ของ​นัก​เทศน์​นัก​บวช.”

การ​ฟ้อง​คดี​ที่​ไม่​มี​น้ำหนัก

ใน​การ​กล่าวหา​พยาน​ฯ ว่า​ทำลาย​ครอบครัว อัยการ​กล่าว​ว่า​พยาน​ฯ ไม่​ฉลอง​วัน​หยุด​ต่าง ๆ เช่น คริสต์มาส. อย่าง​ไร​ก็​ตาม ภาย​หลัง​เธอ​ยอม​รับ​ว่า​กฎหมาย​ของ​รัสเซีย​ไม่​ได้​เรียก​ร้อง​ให้​พลเมือง​ฉลอง​คริสต์มาส. ชาว​รัสเซีย รวม​ทั้ง​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ชาว​รัสเซีย มี​สิทธิ์​ที่​จะ​เลือก. อัยการ​ยัง​อ้าง​ด้วย​ว่า​องค์การ​ของ​เรา ‘ทำ​ให้​เด็ก ๆ ไม่​ได้​พักผ่อน​ตาม​สม​ควร​และ​ขาด​ความ​เพลิดเพลิน​ยินดี.’ กระนั้น เมื่อ​ถูก​ถาม เธอ​ก็​ยอม​รับ​ว่า​เธอ​ไม่​เคย​พูด​คุย​กับ​เยาวชน​คน​ใด ๆ ที่​ได้​รับ​การ​เลี้ยง​ดู​จาก​บิดา​มารดา​ที่​เป็น​พยาน​ฯ. เมื่อ​ทนาย​ความ​คน​หนึ่ง​ถาม​อัยการ​ว่า​เธอ​เคย​เข้า​ร่วม​การ​ประชุม​ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา​หรือ​ไม่ เธอ​ตอบ​ว่า “ไม่​จำเป็น​ต้อง​ทำ​อย่าง​นั้น.”

ฝ่าย​อัยการ​เบิก​ตัว​ศาสตราจารย์​ด้าน​จิตเวชศาสตร์​คน​หนึ่ง​ให้​เป็น​พยาน​ผู้​เชี่ยวชาญ. เขา​กล่าวหา​ว่า​การ​อ่าน​หนังสือ​ของ​เรา​ทำ​ให้​เกิด​ปัญหา​ด้าน​จิตใจ. เมื่อ​ทนาย​ฝ่าย​จำเลย​ชี้​ให้​เห็น​ว่า​คำ​แถลง​ที่​เป็น​ลายลักษณ์​อักษร​ของ​ศาสตราจารย์​ผู้​นี้​ซึ่ง​ยื่น​ต่อ​ศาล​เหมือน​กัน​ทุก​ประการ​กับ​เอกสาร​ของ​อัครบิดร​แห่ง​มอสโก ศาสตราจารย์​ก็​ยอม​รับ​ว่า​มี​บาง​ส่วน​ที่​เหมือน​กัน​แบบ​คำ​ต่อ​คำ. เขา​กล่าว​ว่า “เรา​ทำ​งาน​โดย​ใช้​แผ่น​ดิสเกตต์​แผ่น​เดียว​กัน.” การ​ซัก​ถาม​ต่อ​ไป​อีก​เผย​ให้​เห็น​ว่า​เขา​ไม่​เคย​รักษา​พยาน​พระ​ยะโฮวา​แม้​แต่​คน​เดียว. ใน​ทาง​ตรง​กัน​ข้าม ศาสตราจารย์​ด้าน​จิตเวชศาสตร์​คน​หนึ่ง​ให้​การ​ใน​ศาล​ว่า​เขา​เคย​ศึกษา​พยาน​ฯ ใน​กรุง​มอสโก​มาก​กว่า 100 คน. เขา​พบ​ว่า​คน​กลุ่ม​นี้​มี​สุขภาพ​จิต​ปกติ และ​กล่าว​เสริม​อีก​ว่า​สมาชิก​ของ​คน​กลุ่ม​นี้​มี​ความ​นับถือ​ต่อ​ศาสนา​อื่น ๆ มาก​ขึ้น​เมื่อ​เข้า​มา​เป็น​พยาน​พระ​ยะโฮวา.

ได้​รับ​ชัย​ชนะ​แต่​ยัง​ไม่​ถึง​ที่​สุด

ใน​วัน​ที่ 12 มีนาคม 1999 ผู้​พิพากษา​แต่ง​ตั้ง​นัก​วิชาการ​ห้า​คน​ให้​ศึกษา​ตรวจ​สอบ​หนังสือ​ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา และ​เธอ​สั่ง​ให้​พัก​การ​พิจารณา​คดี​ไว้​ก่อน. โดย​ที่​ไม่​เกี่ยว​กัน​เลย​กับ​การ​พิจารณา​คดี​ที่​กรุง​มอสโก กระทรวง​ยุติธรรม​แห่ง​รัฐบาล​สหพันธรัฐ​ของ​รัสเซีย​ได้​สั่ง​ให้​ตั้ง​คณะ​กรรมการ​นัก​วิชาการ​คณะ​หนึ่ง​เพื่อ​ศึกษา​ตรวจ​สอบ​หนังสือ​ของ​เรา​อยู่​แล้ว. คณะ​กรรมการ​นี้​ซึ่ง​กระทรวง​มอบหมาย​ให้​ทำ​งาน​ได้​รายงาน​เมื่อ​วัน​ที่ 15 เมษายน 1999 ว่า​พวก​เขา​ไม่​พบ​สิ่ง​ใด​ที่​เป็น​อันตราย​ใน​หนังสือ​ของ​เรา. ด้วย​เหตุ​นั้น ใน​วัน​ที่ 29 เมษายน 1999 กระทรวง​ยุติธรรม​จึง​ต่อ​อายุ​การ​จด​ทะเบียน​รับรอง​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ใน​ประเทศ. ทั้ง ๆ ที่​ได้​รับ​รายงาน​ผล​การ​ศึกษา​ตรวจ​สอบ​ใน​แง่​ดี​เช่น​นี้ ศาล​แห่ง​กรุง​มอสโก​ก็​ยัง​ยืนกราน​ให้​คณะ​กรรมการ​ชุด​ใหม่​ตรวจ​สอบ​หนังสือ​ของ​เรา. เมื่อ​เป็น​อย่าง​นี้​จึง​เกิด​สถานการณ์​ที่​แปลก​อย่าง​หนึ่ง คือ​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ได้​รับ​การ​ยอม​รับ​ใน​ระดับ​ประเทศ​โดย​กระทรวง​ยุติธรรม​แห่ง​รัสเซีย​ว่า​เป็น​ศาสนา​ที่​ได้​รับ​การ​ยอม​รับ​ซึ่ง​ปฏิบัติ​ตาม​กฎหมาย แต่​ขณะ​เดียว​กัน พวก​เขา​ถูก​สอบสวน​โดย​กระทรวง​ยุติธรรม​แห่ง​มอสโก​เพราะ​ถูก​กล่าวหา​ว่า​ฝ่าฝืน​กฎหมาย!

เกือบ​สอง​ปี​ผ่าน​ไป​ก่อน​ที่​การ​พิจารณา​คดี​จะ​ดำเนิน​ต่อ และ​ใน​วัน​ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2001 ผู้​พิพากษา​เยเลนา โปรโฮรืยเชฟวา ก็​อ่าน​คำ​ตัดสิน. หลัง​จาก​พิจารณา​คำ​วินิจฉัย​ข้อ​เท็จ​จริง​ของ​คณะ​กรรมการ​ที่​เธอ​แต่ง​ตั้ง เธอ​ตัดสิน​ว่า “ไม่​มี​มูล​เหตุ​ที่​จะ​กำจัด​และ​สั่ง​ห้าม​กิจกรรม​ของ​ชุมชน​ศาสนา​ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ใน​กรุง​มอสโก.” ใน​ที่​สุด ก็​มี​การ​ยืน​ยัน​ตาม​กฎหมาย​ว่า​พี่​น้อง​ของ​เรา​ไม่​มี​ความ​ผิด​ตาม​ข้อ​กล่าวหา​ทั้ง​หมด! อย่าง​ไร​ก็​ตาม อัยการ​ไม่​ยอม​รับ​คำ​พิพากษา​นั้น​และ​อุทธรณ์​ไป​ยัง​ศาล​แห่ง​กรุง​มอสโก. สาม​เดือน​ต่อ​มา ใน​วัน​ที่ 30 พฤษภาคม 2001 ศาล​นี้​เพิกถอน​การ​ตัดสิน​ของ​ผู้​พิพากษา​โปรโฮรืยเชฟวา. ศาล​แห่ง​กรุง​มอสโก​มี​คำ​สั่ง​ให้​พิจารณา​คดี​ใหม่​โดย​ให้​อัยการ​คน​เดิม​เป็น​ผู้​ยื่น​ฟ้อง​คดี แต่​ให้​เปลี่ยน​ผู้​พิพากษา​เป็น​อีก​คน​หนึ่ง. การ​ต่อ​สู้​รอบ​ที่​สาม​กำลัง​จะ​เริ่ม​ขึ้น.

พ่าย​แพ้​แต่​ยัง​ไม่​ถึง​ที่​สุด

ใน​วัน​ที่ 30 ตุลาคม 2001 ผู้​พิพากษา​เวรา ดูบินสกายา เริ่ม​พิจารณา​คดี​ใหม่. * อัยการ​คอนดรัตเยฟวา​ใช้​ข้อ​กล่าวหา​เดิม​อีก​ที่​ว่า​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ส่ง​เสริม​ความ​เกลียด​ชัง แต่​จาก​นั้น​เธอ​เสริม​ว่า​การ​สั่ง​ห้าม​ชุมชน​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ที่​ถูก​ต้อง​ตาม​กฎหมาย​เป็น​วิธี​หนึ่ง​ที่​จะ​ช่วย​ปก​ป้อง​สิทธิ​ของ​พยาน​ฯ ใน​กรุง​มอสโก! เพื่อ​ตอบ​โต้​ข้อ​อ้าง​ที่​แปลก​ประหลาด​นั้น พยาน​ฯ ทั้ง​หมด 10,000 คน​ใน​กรุง​มอสโก​ลง​นาม​ทันที​ใน​คำ​ร้อง​ขอ​ให้​ศาล​ปฏิเสธ​ข้อ​เสนอ​ของ​อัยการ​ที่​จะ “ช่วย​ปก​ป้อง.”

อัยการ​กล่าว​ว่า ไม่​มี​ความ​จำเป็น​ต้อง​ให้​หลักฐาน​ที่​พิสูจน์​ว่า​พยาน​ฯ กระทำ​ผิด. เธอ​กล่าว​ว่า การ​พิจารณา​คดี​นี้​เกี่ยว​ข้อง​กับ​หนังสือ​และ​ความ​เชื่อ​ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา ไม่​ใช่​กิจกรรม​ของ​พวก​เขา. เธอ​ประกาศ​ว่า เธอ​จะ​เบิก​ตัว​โฆษก​ของ​คริสตจักร​ออร์โทด็อกซ์​แห่ง​รัสเซีย​ให้​เป็น​พยาน​ผู้​เชี่ยวชาญ. แน่นอน คำ​ประกาศ​นี้​ยืน​ยัน​ว่า​สมาชิก​ของ​นัก​เทศน์​นัก​บวช​มี​ส่วน​พัวพัน​อย่าง​ลึกซึ้ง​ใน​การ​ผลัก​ดัน​ให้​สั่ง​ห้าม​พยาน​ฯ. ใน​วัน​ที่ 22 พฤษภาคม 2003 ผู้​พิพากษา​มี​คำ​สั่ง​ให้​คณะ​กรรมการ​ผู้​เชี่ยวชาญ​ศึกษา​ตรวจ​สอบ​หนังสือ​ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา—อีก​ครั้ง​หนึ่ง.

ใน​วัน​ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2004 การ​พิจารณา​คดี​ดำเนิน​ต่อ​ไป​เพื่อ​ทบทวน​ผล​ที่​ได้​จาก​การ​ศึกษา​ของ​คณะ​กรรมการ​นั้น. ผู้​เชี่ยวชาญ​พบ​ว่า​หนังสือ​ของ​เรา​สนับสนุน​ผู้​อ่าน​ให้ “ทำนุ​บำรุง​ครอบครัว​และ​สาย​สัมพันธ์​ของ​ชีวิต​สมรส” และ “ไม่​มี​ข้อ​สนับสนุน” คำ​กล่าว​อ้าง​ที่​ว่า​หนังสือ​ของ​เรา​ส่ง​เสริม​ความ​เกลียด​ชัง. นัก​วิชาการ​คน​อื่น ๆ เห็น​พ้อง​ด้วย. มี​การ​ตั้ง​คำ​ถาม​ศาสตราจารย์​ด้าน​ประวัติศาสตร์​ศาสนา​คน​หนึ่ง​ว่า “ทำไม​พยาน​พระ​ยะโฮวา​จึง​ประกาศ?” เขา​ให้​คำ​ตอบ​ต่อ​ศาล​ว่า “งาน​ประกาศ​เป็น​สิ่ง​ที่​คริสเตียน​ต้อง​ทำ. นั่น​คือ​สิ่ง​ที่​หนังสือ​กิตติคุณ​กล่าว​ถึง​และ​นั่น​คือ​สิ่ง​ที่​พระ​คริสต์​ทรง​มอบหมาย​ให้​เหล่า​สาวก​ของ​พระองค์​ทำ ที่​ว่า ‘จง​ไป​ประกาศ​ใน​ทุก​ประเทศ.’ ” อย่าง​ไร​ก็​ตาม ใน​วัน​ที่ 26 มีนาคม 2004 ผู้​พิพากษา​สั่ง​ห้าม​กิจกรรม​ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ใน​กรุง​มอสโก. ใน​วัน​ที่ 16 มิถุนายน 2004 ศาล​แห่ง​กรุง​มอสโก​สนับสนุน​การ​ตัดสิน​นั้น. * พี่​น้อง​คน​หนึ่ง​ซึ่ง​เป็น​พยาน​ฯ มา​นาน​ให้​ความ​เห็น​เกี่ยว​กับ​การ​ตัดสิน​นั้น​ว่า “ใน​ยุค​สหภาพ​โซเวียต ชาว​รัสเซีย​ต้อง​เป็น​คน​ที่​ไม่​เชื่อ​เรื่อง​พระเจ้า. ใน​ปัจจุบัน ชาว​รัสเซีย​ต้อง​เป็น​ออร์โทด็อกซ์.”

พี่​น้อง​แสดง​ปฏิกิริยา​อย่าง​ไร​ต่อ​การ​สั่ง​ห้าม​นั้น? พวก​เขา​ทำ​เหมือน​กับ​นะเฮมยา. ใน​สมัย​ของ​นะเฮมยา​เมื่อ​ศัตรู​ของ​ประชาชน​ของ​พระเจ้า​ต่อ​ต้าน​ความ​พยายาม​ของ​ท่าน​ใน​การ​สร้าง​กำแพง​กรุง​เยรูซาเลม​ขึ้น​ใหม่ ท่าน​และ​ประชาชน​ของ​ท่าน​ไม่​ปล่อย​ให้​ตัว​เอง​เขว​เนื่อง​จาก​การ​ต่อ​ต้าน​ไม่​ว่า​จะ​แบบ​ใด. แทน​ที่​จะ​เป็น​อย่าง​นั้น พวก​เขา “สร้าง​กำแพง​ขึ้น” และ​มี “น้ำใจ​ที่​จะ​ทำ​งาน.” (นเฮม. 4:1-6, ฉบับ R​73) คล้าย​กัน พี่​น้อง​ของ​เรา​ใน​มอสโก​ไม่​ปล่อย​ให้​พวก​ผู้​ต่อ​ต้าน​ทำ​ให้​พวก​เขา​เขว​จาก​งาน​ที่​ต้อง​ทำ​ให้​สำเร็จ​ใน​ทุก​วัน​นี้ คือ​งาน​ประกาศ​ข่าว​ดี. (1 เป. 4:12, 16) พวก​เขา​เชื่อ​มั่น​ว่า​พระ​ยะโฮวา​จะ​ดู​แล​พวก​เขา และ​พวก​เขา​ก็​พร้อม​จะ​เข้า​สู่​การ​ต่อ​สู้​ที่​ยืดเยื้อ​ใน​รอบ​ที่​สี่.

ความ​เป็น​ปฏิปักษ์​เพิ่ม​ขึ้น

ใน​วัน​ที่ 25 สิงหาคม 2004 พี่​น้อง​ของ​เรา​ส่ง​คำ​ร้อง​ไป​ยัง​ราชวัง​เครมลิน​จ่า​หน้า​ถึง​วลาดิเมียร์ ปูติน ซึ่ง​เป็น​ประธานาธิบดี​รัสเซีย​ใน​ตอน​นั้น. คำ​ร้อง​นั้น ซึ่ง​แสดง​ความ​เป็น​ห่วง​อย่าง​ยิ่ง​เกี่ยว​กับ​การ​สั่ง​ห้าม​นั้น ประกอบ​ด้วย​เอกสาร 76 ชุด​และ​มี​มาก​กว่า 315,000 คน​ลง​ลายมือ​ชื่อ. ขณะ​เดียว​กัน นัก​บวช​ของ​คริสตจักร​ออร์โทด็อกซ์​แห่ง​รัสเซีย​ก็​เผย​โฉม​หน้า​ที่​แท้​จริง​ออก​มา. โฆษก​ของ​อัครบิดร​แห่ง​มอสโก​ประกาศ​ว่า “พวก​เรา​จะ​ต่อ​ต้าน​กิจกรรม​ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา​อย่าง​หนัก.” ผู้​นำ​ชาว​มุสลิม​คน​หนึ่ง​กล่าว​ว่า การ​ตัดสิน​สั่ง​ห้าม​นั้น​เป็น “เหตุ​การณ์​สำคัญ​ที่​ดี​อย่าง​หนึ่ง​ใน​ประวัติศาสตร์.”

ไม่​แปลก​ที่​ผู้​คน​ใน​สังคม​ชาว​รัสเซีย​ที่​หลง​เชื่อ​รู้สึก​กล้า​ที่​จะ​โจมตี​พยาน​พระ​ยะโฮวา. พยาน​ฯ บาง​คน​ที่​กำลัง​ทำ​งาน​ประกาศ​ใน​กรุง​มอสโก​ถูก​พวก​ต่อ​ต้าน​ต่อย​เตะ. ชาย​ผู้​เดือดดาล​คน​หนึ่ง​ขับ​ไล่​พี่​น้อง​หญิง​คน​หนึ่ง​ออก​จาก​ตึก​และ​เตะ​เธอ​อย่าง​แรง​เข้า​ที่​กลาง​หลัง​จน​เธอ​ล้ม​หัว​ฟาด​พื้น. เธอ​ต้อง​เข้า​รับ​การ​รักษา ถึง​กระนั้น ตำรวจ​ไม่​ได้​ดำเนิน​การ​ใด ๆ ต่อ​ชาย​ที่​ทำ​ร้าย​เธอ. พยาน​ฯ คน​อื่น​ถูก​ตำรวจ​จับ ถูก​พิมพ์​ลาย​นิ้ว​มือ ถูก​ถ่าย​รูป และ​ถูก​คุม​ขัง​ข้าม​คืน. ผู้​จัด​การ​ที่​ให้​เช่า​สถาน​ที่​ประชุม​หลาย​แห่ง​ใน​กรุง​มอสโก​ถูก​ขู่​ว่า​จะ​ถูก​ไล่​ออก​ถ้า​ยัง​ให้​พยาน​ฯ เช่า​หอ​ประชุม​ต่อ​ไป. ไม่​นาน หลาย​ประชาคม​ก็​ไม่​มี​สถาน​ที่​ให้​เช่า​เพื่อ​จะ​จัด​การ​ประชุม. สี่​สิบ​ประชาคม​ต้อง​แบ่ง​กัน​ใช้​หอ​ประชุม​ราชอาณาจักร​แห่ง​เดียว​ที่​มี​ห้อง​ประชุม​สี่​ห้อง. มี​ประชาคม​หนึ่ง​ที่​ใช้​สถาน​ที่​ประชุม​ต้อง​จัด​การ​ประชุม​สาธารณะ​ตอน​เจ็ด​โมง​ครึ่ง. ผู้​ดู​แล​เดิน​ทาง​เล่า​ว่า “เพื่อ​จะ​เข้า​ร่วม​การ​ประชุม ผู้​ประกาศ​ต้อง​ตื่น​ตั้ง​แต่​ตี​ห้า แต่​พวก​เขา​ก็​เต็ม​ใจ​ทำ​อย่าง​นั้น​นาน​กว่า​หนึ่ง​ปี.”

เพื่อ​เป็น​พยาน

เพื่อ​พิสูจน์​ว่า​การ​สั่ง​ห้าม​ที่​กรุง​มอสโก​ผิด​กฎหมาย ใน​เดือน​ธันวาคม 2004 ทนาย​ความ​ของ​เรา​จึง​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ​จาก​ศาล​สิทธิ​มนุษยชน​แห่ง​ยุโรป. (โปรด​ดู​กรอบ “เหตุ​ที่​การ​ตัดสิน​ใน​รัสเซีย​ถูก​นำ​มา​ทบทวน​ใน​ฝรั่งเศส” ใน​หน้า 6) หก​ปี​ต่อ​มา ใน​วัน​ที่ 10 มิถุนายน 2010 ศาล​นี้​แถลง​อย่าง​เป็น​ทาง​การ​ว่า​มี​คำ​วินิจฉัย​เป็น​เอกฉันท์​ให้​พยาน​พระ​ยะโฮวา​พ้น​ผิด​อย่าง​สิ้นเชิง! * ศาล​นี้​พิจารณา​ข้อ​กล่าวหา​ทั้ง​หมด​ที่​กล่าวหา​พวก​เรา​และ​พบ​ว่า​ข้อ​กล่าวหา​เหล่า​นั้น​ไม่​มี​มูล​อย่าง​สิ้นเชิง. ศาล​นี้​ยัง​กล่าว​ด้วย​ว่า​รัสเซีย​มี​พันธะ​ตาม​กฎหมาย​ที่​จะ “ยุติ​การ​ล่วง​ละเมิด​ที่​ศาล​นี้​พบ​และ​แก้ไข​ชดเชย​ผล​กระทบ​เท่า​ที่​จะ​ทำ​ได้.”—โปรด​ดู​กรอบ “คำ​พิพากษา​ของ​ศาล” ใน​หน้า 8.

ข้อ​สรุป​ที่​ชัดเจน​ของ​ศาล​เกี่ยว​กับ​วิธี​ที่​อนุ​สัญญา​ว่า​ด้วย​สิทธิ​มนุษยชน​ของ​ยุโรป​ปก​ป้อง​กิจ​ปฏิบัติ​ต่าง ๆ ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา​มี​ผล​ผูก​มัด​ไม่​เพียง​ต่อ​ประเทศ​รัสเซีย แต่​ต่อ​อีก 46 ชาติ​ที่​เป็น​สมาชิก​ของ​สภา​ยุโรป​ด้วย. ยิ่ง​กว่า​นั้น เนื่อง​จาก​การ​วิเคราะห์​กฎหมาย​และ​ข้อ​เท็จ​จริง​ใน​คดี​นี้​มี​ขอบ​เขต​ที่​กว้างขวาง ผู้​คง​แก่​เรียน​ด้าน​กฎหมาย ผู้​พิพากษา ผู้​บัญญัติ​กฎหมาย และ​ผู้​เชี่ยวชาญ​ด้าน​สิทธิ​มนุษยชน​ทั่ว​โลก​จะ​อ่าน​ข้อ​สรุป​ดัง​กล่าว​ด้วย​ความ​สนใจ. เหตุ​ใด​จึง​เป็น​เช่น​นี้? เพื่อ​จะ​ตัดสิน ศาล​สิทธิ​มนุษยชน​แห่ง​ยุโรป​อ้าง​ถึง​ไม่​เพียง​แค่​แปด​คดี​ก่อน​หน้า​นั้น​ที่​ศาล​นี้​เคย​ตัดสิน​ให้​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ชนะ แต่​ยัง​อ้าง​ถึง​ชัย​ชนะ​ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา​เก้า​ครั้ง​ก่อน​หน้า​นั้น​ที่​ตัดสิน​โดย​ศาล​สูง​สุด​ของ​แคนาดา ญี่ปุ่น รัสเซีย สหรัฐ สหราชอาณาจักร สเปน อาร์เจนตินา และ​แอฟริกา​ใต้. ข้อ​อ้างอิง​เหล่า​นี้​และ​การ​ที่​ศาล​นี้​คัดค้าน​ข้อ​กล่าวหา​ของ​อัยการ​แห่ง​มอสโก​อย่าง​หนักแน่น​ทำ​ให้​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ทั่ว​โลก​มี​เครื่อง​มือ​อัน​ทรง​พลัง​ที่​จะ​ปก​ป้อง​ความ​เชื่อ​และ​กิจ​ปฏิบัติ​ของ​ตน.

พระ​เยซู​ทรง​บอก​เหล่า​สาวก​ว่า พวก​เขา “จะ​นำ​ท่าน​ส่ง​ไป​ให้​เจ้าเมือง​และ​กษัตริย์​เพราะ​เรา​เพื่อ​ท่าน​จะ​ได้​เป็น​พยาน​แก่​เขา​และ​แก่​คน​ต่าง​ชาติ.” (มัด. 10:18, ฉบับ R73) การ​ต่อ​สู้​ทาง​กฎหมาย​ที่​เกิด​ขึ้น​ใน​ช่วง​สิบ​ห้า​ปี​มา​นี้​ทำ​ให้​พี่​น้อง​ของ​เรา​มี​โอกาส​ทำ​ให้​พระ​นาม​พระ​ยะโฮวา​เป็น​ที่​รู้​จัก​อย่าง​ไม่​เคย​เป็น​มา​ก่อน​ใน​กรุง​มอสโก​และ​เมือง​อื่น ๆ. ความ​สนใจ​ที่​มุ่ง​ไป​ยัง​พยาน​ฯ เมื่อ​มี​การ​สืบสวน เมื่อ​มี​คดี​ต่าง ๆ ใน​ศาล และ​เมื่อ​มี​การ​ตัดสิน​ของ​ศาล​ระหว่าง​ประเทศ​ล้วน​เป็น​ไป​เพื่อ​จะ “เป็น​พยาน” อย่าง​แท้​จริง อีก​ทั้ง​ส่ง​เสริม​และ “ทำ​ให้​ข่าว​ดี​ยิ่ง​แพร่​ออก​ไป.” (ฟิลิป. 1:12) ที่​จริง เมื่อ​พยาน​ฯ ใน​กรุง​มอสโก​ทำ​งาน​ประกาศ​ใน​ทุก​วัน​นี้ เจ้าของ​บ้าน​หลาย​คน​แปลก​ใจ​และ​ถาม​ว่า “แต่​พวก​คุณ​ถูก​สั่ง​ห้าม​ไม่​ใช่​หรือ?” คำ​ถาม​นี้​มัก​ทำ​ให้​พี่​น้อง​ของ​เรา​มี​โอกาส​ให้​ข้อมูล​เพิ่ม​เติม​เกี่ยว​กับ​ความ​เชื่อ​ของ​เรา​แก่​เจ้าของ​บ้าน. เห็น​ได้​ชัด​ว่า ไม่​มี​อำนาจ​ใด​ที่​ต่อ​ต้าน​เรา​สามารถ​หยุด​ยั้ง​เรา​ไม่​ให้​ประกาศ​ข่าวสาร​เรื่อง​ราชอาณาจักร. เรา​อธิษฐาน​ขอ​ให้​พระ​ยะโฮวา​อวย​พร​และ​ค้ำจุน​พี่​น้อง​ที่​รัก​และ​กล้า​หาญ​ใน​รัสเซีย​ต่อ ๆ ไป.

[เชิงอรรถ]

^ วรรค 8 มี​การ​ยื่น​ฟ้อง​คดี​ใน​วัน​ที่ 20 เมษายน 1998. สอง​สัปดาห์​ต่อ​มา ใน​วัน​ที่ 5 พฤษภาคม รัสเซีย​ให้​สัตยาบัน​ใน​อนุ​สัญญา​ว่า​ด้วย​สิทธิ​มนุษยชน​ของ​ยุโรป.

^ วรรค 10 “กฎหมาย​นี้​ถูก​นำ​มา​ใช้​เพราะ​ถูก​กดดัน​อย่าง​หนัก​จาก​คริสตจักร​ออร์โทด็อกซ์​แห่ง​รัสเซีย ซึ่ง​พยายาม​ปก​ป้อง​ฐานะ​ของ​ตน​ใน​รัสเซีย​และ​ปรารถนา​อย่าง​ยิ่ง​ให้​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ถูก​สั่ง​ห้าม.”—สำนัก​ข่าว​แอสโซซิเอเตด เพรส 25 มิถุนายน 1999

^ วรรค 20 เป็น​เรื่อง​น่า​ขัน เพราะ​ใน​วัน​เดียว​กัน​นี้​เอง​ที่​ครบ​รอบ​ปี​ที่​สิบ​ของ​การ​ผ่าน​กฎหมาย​ข้อ​หนึ่ง​ใน​ประเทศ​รัสเซีย​ที่​ยอม​รับ​ว่า​พยาน​พระ​ยะโฮวา​เป็น​เหยื่อ​ของ​การ​กดขี่​ทาง​ศาสนา​ใน​ช่วง​การ​ปกครอง​ของ​สหภาพ​โซเวียต.

^ วรรค 22 การ​สั่ง​ห้าม​นั้น​ทำ​ให้​นิติ​บุคคล​ที่​ประชาคม​ใน​กรุง​มอสโก​ใช้​สิ้น​สภาพ. พวก​ผู้​ต่อ​ต้าน​หวัง​ว่า​การ​ทำ​ให้​สิ้น​สภาพ​เช่น​นั้น​จะ​ขัด​ขวาง​การ​ทำ​งาน​รับใช้​ของ​พี่​น้อง​ของ​เรา.

^ วรรค 28 ใน​วัน​ที่ 22 พฤศจิกายน 2010 คณะ​กรรมการ​ของ​สภา​ใหญ่​ของ​ศาล​สิทธิ​มนุษยชน​แห่ง​ยุโรป​ซึ่ง​ประกอบ​ด้วย​ผู้​พิพากษา​ห้า​คน​ปฏิเสธ​คำ​ร้อง​ของ​รัสเซีย​ที่​ให้​ย้าย​คดี​นี้​ไป​ยัง​สภา​ใหญ่​ของ​ศาล​นี้. เมื่อ​เป็น​เช่น​นี้ ใน​วัน​ที่ 10 มิถุนายน 2010 การ​พิพากษา​ก็​ถึง​ที่​สุด​และ​มี​ผล​บังคับ​ใช้.

[กรอบ/ภาพ​หน้า 6]

เหตุ​ที่​การ​ตัดสิน​ใน​รัสเซีย​ถูก​นำ​มา​ทบทวน​ใน​ฝรั่งเศส

ใน​วัน​ที่ 28 กุมภาพันธ์ 1996 รัสเซีย​ลง​นาม​ใน​อนุ​สัญญา​ว่า​ด้วย​สิทธิ​มนุษยชน​ของ​ยุโรป. (ใน​วัน​ที่ 5 พฤษภาคม 1998 รัสเซีย​ให้​สัตยาบัน​อนุ​สัญญา​นี้) โดย​ลง​นาม​ใน​สนธิสัญญา​นี้ รัฐบาล​รัสเซีย​ประกาศ​ว่า​ราษฎร​ของ​ตน​มี

‘สิทธิ​เสรีภาพ​ทาง​ศาสนา​และ​มี​สิทธิ​ที่​จะ​ปฏิบัติ​ศาสนา​ที่​บ้าน​และ​ใน​ที่​สาธารณะ​และ​มี​สิทธิ​ที่​จะ​เปลี่ยน​ศาสนา​ถ้า​ต้องการ.’—มาตรา 9

‘สิทธิ​ที่​จะ​พูด​และ​เขียน​อย่าง​รับผิดชอบ​ใน​สิ่ง​ที่​พวก​เขา​คิด​และ​ใน​การ​ให้​ข้อมูล​แก่​คน​อื่น.’—มาตรา 10

‘สิทธิ​ที่​จะ​ประชุม​กัน​อย่าง​สงบ.’—มาตรา 11

ปัจเจกบุคคล​หรือ​องค์การ​ที่​เป็น​เหยื่อ​ของ​การ​ละเมิด​สนธิสัญญา​นี้​ซึ่ง​ได้​หา​ช่อง​ทาง​ตาม​กฎหมาย​ใน​ประเทศ​ทุก​อย่าง​แล้ว​สามารถ​นำ​คดี​นี้​ไป​ยื่น​ต่อ​ศาล​สิทธิ​มนุษยชน​แห่ง​ยุโรป ใน​เมือง​สตราสบูร์ก ประเทศ​ฝรั่งเศส (ภาพ​ข้าง​บน). ศาล​นี้​ประกอบ​ด้วย​ผู้​พิพากษา 47 คน ซึ่ง​เป็น​จำนวน​เท่า​กับ​จำนวน​ประเทศ​ที่​ลง​นาม​ใน​อนุ​สัญญา​ว่า​ด้วย​สิทธิ​มนุษยชน​ของ​ยุโรป. คำ​พิพากษา​ของ​ศาล​นี้​มี​ผล​ผูก​มัด. ประเทศ​ที่​ลง​นาม​ใน​สนธิสัญญา​ต้อง​ทำ​ตาม​คำ​พิพากษา​ของ​ศาล​นี้.

[กรอบ​หน้า 8]

คำ​พิพากษา​ของ​ศาล

ต่อ​ไป​นี้​คือ​ข้อ​ความ​สั้น ๆ สาม​ตอน​จาก​คำ​พิพากษา​ของ​ศาล.

ข้อ​กล่าวหา​หนึ่ง​กล่าวหา​ว่า​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ทำลาย​ครอบครัว. ศาล​วินิจฉัย​เป็น​อย่าง​อื่น. ศาล​กล่าว​ว่า

“การ​ที่​สมาชิก​ผู้​ไม่​เคร่ง​ศาสนา​ใน​ครอบครัว​แสดง​การ​ขัด​ขืน​และ​ไม่​เต็ม​ใจ​ที่​จะ​ยอม​รับ​และ​นับถือ​เสรีภาพ​ทาง​ศาสนา​ของ​ญาติ​ที่​จะ​แสดง​ออก​และ​ปฏิบัติ​ศาสนา​เป็น​ที่​มา​ของ​ความ​ขัด​แย้ง.”—วรรค 111

นอก​จาก​นั้น ศาล​ไม่​พบ​หลักฐาน​ที่​สนับสนุน​ข้อ​กล่าวหา​เรื่อง “การ​ครอบ​งำ​ความ​คิด” โดย​กล่าว​ว่า

“ศาล​พบ​ว่า​เป็น​เรื่อง​น่า​สังเกต​ที่​ศาล [รัสเซีย] ไม่​ได้​อ้าง​ชื่อ​ปัจเจกบุคคล​แม้​แต่​คน​เดียว​ที่​มี​การ​กล่าว​หา​ว่า​เสรีภาพ​แห่ง​มโนธรรม​ของ​เขา​ถูก​ละเมิด​โดย​ใช้​กลวิธี​เหล่า​นั้น.”—วรรค 129

ข้อ​กล่าวหา​อีก​อย่าง​หนึ่ง​กล่าว​ว่า เนื่อง​จาก​พวก​เขา​ไม่​ยอม​รับ​การ​ถ่าย​เลือด พยาน​พระ​ยะโฮวา​ทำ​ให้​สุขภาพ​ของ​ผู้​เลื่อมใส​ได้​รับ​ความ​เสียหาย. ศาล​นี้​พิพากษา​ตรง​กัน​ข้าม โดย​กล่าว​ว่า

“เสรีภาพ​ที่​จะ​ยอม​รับ​หรือ​ปฏิเสธ​การ​รักษา​ทาง​การ​แพทย์​อย่าง​ใด​อย่าง​หนึ่ง หรือ​เลือก​ใช้​วิธี​รักษา​แบบ​ใด​แบบ​หนึ่ง มี​ความ​สำคัญ​อย่าง​ยิ่ง​ต่อ​หลักการ​เกี่ยว​กับ​การ​กำหนดการ​ปกครอง​ด้วย​ตน​เอง​และ​ความ​เป็น​อิสระ​ใน​การ​ปกครอง​ตน​เอง. ผู้​ป่วย​ที่​บรรลุ​นิติ​ภาวะ​ซึ่ง​มี​สติ​สัมปชัญญะ​สมบูรณ์​มี​อิสระ​ที่​จะ​ตัดสิน​ใจ อาทิ ว่า​จะ​รับ​หรือ​ไม่​รับ​การ​ผ่าตัด​หรือ​การ​รักษา​หรือ ด้วย​เหตุ​ผล​อย่าง​เดียว​กัน ที่​จะ​รับ​การ​ถ่าย​เลือด​หรือ​ไม่​รับ.”—วรรค 136